ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช หารือเรื่องการผลิตสุราพื้นบ้านของชุมชนและขอให้รัฐบาลสนับสนุนให้เกษตรกรผลิตสุราเพื่อเพิ่มรายได้และพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติค่ะ ท่านประธานคะ อาชีพพื้นฐานของประเทศไทยนั่นคือการทำเกษตรกรรมค่ะ โดยเฉพาะข้าว สามารถต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ได้อีกหลากหลายเลยนะคะ แต่อาจจะ เป็นโชคที่ไม่ดีของเกษตรกรไทยที่เมื่อผลิตผลิตผลทางการเกษตรไปแล้วก็ไม่สามารถพัฒนา ผลิตภัณฑ์หรือสร้างมูลค่าเพิ่มของผลิตภัณฑ์ของตนเองได้เลยนะคะ เนื่องจากว่า กฎหมายที่ไม่เอื้ออำนวยขาดการสนับสนุนจากทางรัฐบาลและปัญหาการผูกขาดจากนายทุน รายใหญ่ อย่างเช่น การทำสุราพื้นบ้านหรือสุราชุมชนเป็นต้น ครั้งหนึ่งค่ะท่านประธาน รัฐบาล เผด็จการในยุค จอมพล ป. พิบูลสงคราม ขออนุญาตที่เอ่ยนามนะคะ ได้ให้สัมปทาน ในการต่อยอดเรื่องผลิตผลทางการเกษตร โดยเฉพาะการผลิตแอลกอฮอล์หรือว่าเหล้านั้น ให้กับเอกชน จนกระทั่งมาในรัฐบาลของท่านทักษิณ ชินวัตร ได้มีการส่งเสริมให้มีการผลิต สุรากลั่นชุมชนและสุราแช่ ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้กับผู้ผลิตรายย่อยสามารถผลิต และจำหน่ายสุราพื้นบ้านสุราพื้นเมืองได้เอง แต่อย่างไรก็ดีนะคะ ตัวบทกฎหมายเอง ก็ยังไม่ได้เอื้ออำนวยให้กับชุมชนที่ผลิตสุราเองเกิดการเจริญเติบโตขึ้นได้เลย ท่านประธานคะ อย่างการจะขออนุญาตผลิตสุราในชุมชนนั้นเครื่องจักรต้องน้อยกว่า ๕ แรงม้า และคนงาน น้อยกว่า ๗ คน ซึ่งมันไม่ได้สอดคล้องกับสภาพของความเป็นจริงเลยค่ะ ทำให้สุราชุมชน ไม่สามารถเจริญเติบโตได้ วันนี้ดิฉันเองอยากจะบอกว่ามันถึงเวลาแล้วนะคะ ถึงเวลา ที่จะปลดแอกของพี่น้องทั้งประเทศ เพราะการผลิตสุรานั้นท่านอย่าไปเข้าใจนะคะว่า เป็นการส่งเสริมให้มอมเมาประชาชน ดิฉันเองอยากให้มองว่ามันเป็นการส่งเสริมผลิตผล ทางการเกษตร โดยเฉพาะข้าวต่าง ๆ ซึ่งในทุก ๆ ภูมิภาคต่างก็มีซิกเนเจอร์ (Signature) หรือ มีความเฉพาะตัวนะคะ ตัวอย่างค่ะ อย่างในจังหวัดเชียงรายของดิฉันเองมีลิ้นจี่ มีลำไย ที่สามารถนำมากลั่นและต่อยอดเป็นสุรานานาชนิดได้ ซึ่งนอกจากจะทำให้ชุมชนมีรายได้แล้ว ยังเป็นการส่งเสริมภูมิปัญญาของท้องถิ่นได้อีกค่ะ และคำว่าสุราพื้นบ้านหรือเหล้าพื้นบ้าน ไม่ได้มีความหมายเพียงแค่ว่าเป็นการส่งเสริมให้คนดื่ม แต่เป็นการต่อยอดค่ะ ต่อยอด การผลิตด้านการเกษตรที่จะทำให้เกิดการหมักและนำไปสู่การผลิตแอลกอฮอล์ที่มีคุณภาพ ในการนำไปต่อยอดในธุรกิจอื่น ๆ ได้อีก เพราะฉะนั้นนอกจากจะปลดล็อกของการผลิตสุรา ที่หลากหลายแล้ว รัฐบาลควรที่จะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ รับฟังปัญหา ควบคุมคุณภาพ และช่วยสร้างมูลค่าผลิตผลของพี่น้องเกษตรกรและชุมชน ท่านประธานคะ ที่ดิฉันกล่าวมา ข้างต้นนี้ไม่ใช่ว่าเพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรเพียงอย่างเดียว แต่เรายังสามารถได้ประโยชน์ ทั้ง ๒ ฝ่ายค่ะ เพราะรัฐเองก็สามารถเก็บภาษีต่าง ๆ ได้มากขึ้นเช่นกัน แต่ในระยะแรก เราอาจจะงดเว้นการเก็บภาษีที่ซ้ำซ้อนในบางส่วน หรือมีการเก็บในอัตราที่เป็นธรรม ตามกำลังของการผลิต เพื่อให้เกษตรกรหรือผู้ผลิตรายย่อยสามารถลืมตาอ้าปากแข่งขัน กับผู้ผลิตรายใหญ่ที่ผูกขาดได้อยู่ค่ะ ในปัจจุบันมีสุราชุมชนที่ได้รับการจดทะเบียนมากกว่า ๒,๐๐๐ ราย ท่านลองคิดดูนะคะว่าตลาดตรงนี้จะมีมูลค่ามหาศาลมากแค่ไหน กลุ่มทุน ผูกขาดตัดตอนทั้งหลายกับกลุ่มเผด็จการมักจะสมคบกันค่ะ และอยู่คู่กันตราบชั่วฟ้าดินสลาย เพราะฉันนั้นตราบใดที่พี่น้องประชาชนยังไม่ลุกขึ้นมาสู้ หรือเรียกร้องสิทธิในการเป็นพลเมือง เราก็จะถูกกดแบบนี้อยู่ร่ำไปและไม่มีวันที่จะลืมตาอ้าปากได้เสียที วันนี้การผูกขาดตัดตอน ทั้งหลายเกิดขึ้นทุกหย่อมหญ้า จึงทำให้พี่น้องเกษตรกรเป็นเพียงแค่ปัจจัยการผลิตขั้นพื้นฐาน เท่านั้นเอง ท่านประธานคะ ทั้งที่ประเทศไทยมีความหลากหลายด้านการเกษตรมีองค์ความรู้ ที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างมากมาย เราควรที่จะสนับสนุนพวกเขา สร้างเรื่องราวให้กับ ผลิตภัณฑ์แบบประเทศที่เขาพัฒนาแล้ว ประเทศที่เขามีสิทธิเสรีภาพ มีความเท่าเทียมกัน เขาได้ทำกันค่ะ เมื่อประเทศไทยถูกผูกขาดตัดตอนโดยกลุ่มทุนใหญ่ จึงทำให้พี่น้องเกษตรกร ทั้งหลายไม่สามารถพัฒนา สร้างตำนาน สร้างเรื่องราว สร้างเรื่องเล่าได้เลย และไม่สามารถ ที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มหรือพัฒนาต่อยอดได้อีกตลอดระยะเวลากว่า ๖๐ ปี วันนี้นะคะ ก็ถึงเวลาแล้วค่ะ ที่เราจะทำการปลดปล่อยครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในสภาแห่งนี้ ดิฉันหวังว่าสมาชิก สภาทุก ๆ ท่านของเราจะได้สนับสนุนสุราพื้นบ้าน ขอบคุณค่ะ