มานพ สนับสนุนร่าง พรบ. ภาษีสรรพสามิต เน้นสุราพื้นบ้านเพิ่มโอกาสชุมชน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๗ · ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕

มานพ คีรีภูวดล อภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิต โดยเน้นความสำคัญของสุราพื้นบ้านในฐานะภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมที่ควรได้รับการยอมรับ พร้อมเรียกร้องให้เปิดโอกาสการผลิตอย่างเสรีและเป็นธรรมโดยใช้ทรัพยากรชีวภาพและองค์ความรู้ท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน ลดความเหลื่อมล้ำ และสนับสนุนนวัตกรรมที่ยั่งยืนตามบริบทของแต่ละพื้นที่

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ ขออนุญาตมีส่วนร่วมในการอภิปรายสนับสนุน พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเสนอโดยคุณเท่าพิภพ ท่านประธานครับ ผมมีส่วนร่วมในขบวนการเรื่องการต่อสู้เรื่องของ สุราพื้นบ้าน ใช้ชื่อย่อว่า ครท. เมื่อก่อนเป็นสิบกว่าปีมาแล้วท่านประธาน สิ่งที่ผมเห็น ผมคิดว่ามันมีศักยภาพ ก่อนที่ผมจะลงเรื่องประเด็นเหตุผลที่อยากจะสนับสนุนในแง่ของ ความหลากหลายชีวภาพ ในแง่ของต้นทุนทางวัฒนธรรมและในประเด็นเรื่องของการพัฒนา ต่อยอดในเรื่องของเศรษฐกิจสีเขียวในพื้นที่ ท่านประธานครับ การพูดคุยสนทนาการต่อสู้ ในวันนั้น ผู้นำประชาชนที่ผมเรียกเขาว่า พ่อครู แม่ครู มีความรู้ในเรื่องการทำแป้ง มีความรู้ เรื่องในการกลั่น ในการต้ม ในการหมัก มีความรู้เรื่องสมุนไพรเยอะแยะมากมาย โดยเฉพาะ ในพื้นที่ภาคเหนือ ๘ จังหวัดภาคเหนือมารวมตัวกัน อันนี้เป็นสิ่งที่ผมได้เจอ สิ่งหนึ่งที่ผู้นำ ภูมิปัญญาเหล่านี้ได้พูดคุยและได้สะท้อนบอกว่า เหล้าท้องถิ่น สุราท้องถิ่น เหล้าภูมิปัญญา เหล้าอัตลักษณ์ เหล้าความเป็นตัวตน เหล้าที่มันเป็นคุณค่าของภูมิสังคมนั้น ๆ ถูกทำให้ไร้ คุณค่าโดยการใช้ชื่อว่า เหล้าเถื่อน เหล้าป่า ถูกด้อยค่า ก่อนที่จะมีโรงเหล้าขนาดใหญ่ ของบริษัทขนาดใหญ่ที่มีอยู่ขณะนี้ สิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้นานแล้ว และอยู่ควบคู่ กับพี่น้องประชาชนมาเป็นพัน ๆ ปี อันนี้สิ่งที่เขาสะท้อนมา

อีกประเด็นหนึ่งที่เขาบอกว่า ถ้าอยากจะไม่ให้สังคมไทยมีสุรา มีแอลกอฮอล์ มีเหล้าเลย ก็ไม่ยากอะไรเลย ผู้นำก็เสนอ ๑. ก็ออกกฎหมายห้ามมีแอลกอฮอล์ ห้ามต้มเหล้าเลย แล้วก็ระเบิดโรงงานทั้งหมดทิ้งไปเลยจะได้เท่าเทียมกัน อันนี้เป็นมุมมองของพี่น้องประชาชน ที่ได้เสนอออกมาในการเสวนา ในการพูดคุย แต่ในความเป็นจริงแล้วมันไม่สามารถ จะทำอย่างนั้นได้ ไม่สามารถที่จะยกเลิกได้ ไม่สามารถที่จะระเบิดโรงงานได้ เพราะสังคม วัฒนธรรมทั้งโลกยังเกี่ยวข้องเรื่องนี้ และเศรษฐกิจก็ขับเคลื่อนเรื่องนี้ด้วย เพราะฉะนั้น สิ่งที่เขาสะท้อนและอยากจะเห็นก็คือว่า ทำอย่างไรให้เกิดความเท่าเทียมเป็นธรรม ทำอย่างไรให้เกิดเสรีภาพในการแข่งขันเพื่อพัฒนาคุณภาพของการพัฒนาสุราของประเทศไทย ทุกคนมีสิทธิที่จะแข่งขัน ทุกคนมีสิทธิที่จะใช้ทรัพยากรและองค์ความรู้ที่สะสมมานาน ในการแข่งขัน คนที่ตัดสินใจก็คือผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ ท่านประธานครับ เหตุผลที่สำคัญอย่างยิ่งผมคิดว่าก็คือเรื่องของต้นทุนทางทรัพยากรธรรมชาติและ ความหลากหลายทางชีวภาพ หลายท่านก็ได้อภิปรายมาแล้วว่าสังคมไทย โดยเฉพาะภูมิภาค ของประเทศนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพค่อนข้างที่เยอะมาก ถ้าผมจำไม่ผิดก็คือว่าอยู่ในอันดับ ๘ ของโลก เพราะฉะนั้นเวลาเราเดินทางตั้งแต่ภาคใต้ ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคตะวันตก ภาคกลาง ความรู้ในการพัฒนาในการผลิตสุรา แอลกอฮอล์ต่าง ๆ จะเรียกชื่อที่แตกต่างกัน วัตถุดิบที่เอามาใช้ก็แตกต่างกันไม่ใช่เฉพาะ เรื่องข้าวเท่านั้น ถ้าไปเจอพี่น้องชาติพันธุ์ของผมก็คือจะเป็นเรื่องข้าวโพด ข้าวฟ่าง และมีองค์ความรู้ในการหมัก ในการกลั่น ความรู้เหล่านี้ได้ถูกทำลายโดยระบบทุนขนาดใหญ่ ที่กีดกันไม่ให้มีการพัฒนาองค์ความรู้ เพื่อที่จะพัฒนา เพื่อที่จะสืบทอดท่านประธานทราบ หรือไม่ว่าข้าวโพดของพี่น้องลีซูก็ดี พี่น้องม้งก็ดี วิธีทำเหล้าข้าวโพดต้องเลือกข้าวโพดที่ เป็นสายพันธุ์ท้องถิ่นเท่านั้น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่มีอยู่ทุกวันนี้ทำไม่ได้ ข้าวโพดทุกวันนี้ ที่มันขึ้นตามดอยต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ใช่ข้าวโพดดั้งเดิมที่มาทำสุรา เราสูญเสียต้นทุน ทางความหลากหลายทางชีวภาพ พืชพันธุ์อาหารไปอย่างมากมาย เพราะว่าเรากีดกัน ไม่ให้พี่น้องเหล่านี้ได้ใช้ต้นทุนทรัพยากร

ประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธาน ก็คือเรื่องของภูมิปัญญา อย่างที่ผมได้กล่าวมา เมื่อสักครู่นี้ว่า สังคมไทยเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม พหุสังคม อย่างน้อยที่สุดนักวิชาการ ในประเทศนี้ได้สรุปแล้วว่าสังคมไทยมีอย่างน้อย ๕๖ ชาติพันธุ์ ทั้งที่อยู่ในเมือง ทั้งที่อยู่ ที่ดอน ทั้งที่อยู่ที่ภูเขา และทั้งที่อยู่ที่ชายเลน ที่ทะเล ๕๖ ชาติพันธุ์นี้คือความหลากหลาย ในความรู้ในการผลิตสุรา ในการผลิตแอลกอฮอล์ ตามบริบทตามวัฒนธรรม ตามทรัพยากร ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราเจอทุกวันนี้ครับ เรามีองค์ความรู้แค่เพียงบริษัทใหญ่ ๆ เราไม่ภูมิใจเลยนะครับท่านประธาน ผมคิดว่าหลายท่านที่อยู่ในห้องนี้เดินทางไปประเทศต่าง ๆ ก็จะมีของฝาก ก็จะมีของที่ระลึก และภูมิใจว่าไปเมืองนี้มา ผมถามว่าไปประเทศไทย ไปเชียงใหม่ ไปพื้นที่ต่าง ๆ เหล่านี้มีของฝากที่มันเป็นที่ระลึกแบบนี้ไหม ที่จะภูมิใจไหม ทั้ง ๆ ที่พื้นที่มีศักยภาพ ทั้ง ๆ ที่พื้นที่มีองค์ความรู้ ทั้ง ๆ พื้นที่ที่จะต่อยอดในทางเศรษฐกิจได้ แต่ไม่พัฒนาเศรษฐกิจตรงนี้ อันนี้คือปัญหา เพราะฉะนั้นสิ่งสุดท้ายที่ผมอยากจะบอก ท่านประธานก็คือว่า โอกาสครั้งนี้ที่จะแก้กฎหมายเป็นโอกาสที่จะต่อยอด เพื่อที่จะลด ความเหลื่อมล้ำในทางเศรษฐกิจ เพื่อที่จะเพิ่มโอกาสให้พี่น้องประชาชนที่มีต้นทุน ทั้งทรัพยากรความหลากหลายชีวภาพ ต้นทุนทางสังคมและวัฒนธรรมเหล่านี้ครับ ได้ถูกพัฒนาขึ้นมา ผมเชื่อมั่น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่มี องค์ความรู้เป็นพัน ๆ ปีนี้ กับการผสมระหว่างนวัตกรรมใหม่ เทคโนโลยีใหม่ ๆ หม้อต้ม ที่เป็นพลาสติกก็ดี หรือไม่ทันสมัย หรืออาจจะเป็นข้อตั้งคำถามในทางวิชาการ ที่ความปลอดภัยก็ดี เรามีนวัตกรรมในโลกนี้เยอะแยะครับท่านประธาน เพียงแต่ว่ากลุ่มทุน ผู้มีอำนาจ และ ส.ส. ในสภาแห่งนี้จะเปิดใจที่จะเปิดรับ จะเปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชน ได้เดินด้วยลำแข้งตัวเองหรือเปล่า ขอบคุณมากครับท่านประธาน