สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๗ · ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕

สงวน พงษ์มณี แสดงความกังวลเกี่ยวกับกฎหมายที่จำกัดสิทธิในการผลิตสุราพื้นบ้าน โดยอ้างว่ากฎหมายดังกล่าวทำให้เกษตรกรไม่สามารถผลิตสุราพื้นบ้านได้ และส่งผลให้เกษตรกรไม่สามารถใช้สิทธิในการประกอบอาชีพตามรัฐธรรมนูญได้

นายสงวน พงษ์มณี ลำพูน

ท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายของ ส.ส. ที่ร่างเข้าสภานานแล้ว และเพิ่งได้มาพูดกันในวันนี้ ผมเองฟังมาตั้งแต่ต้น ผมจะเรียนท่านประธานว่าผู้ที่ขึ้นมาพูด ส่วนมากเรียกร้องสิทธิทางการผลิตตามมาตรา ๔๐ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ไม่ได้เกี่ยวข้อง กับเรื่องของผลของการดื่มสุราและจะทำให้สังคมมีปัญหา ทำไมผมยกประเด็นนี้ขึ้นมาก่อน ท่านประธานครับ การต่อสู้เพื่อรักษาวิถีการผลิตสุราพื้นบ้านมันก่อนปี ๒๕๔๐ นะครับ ก่อนที่จะมีรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เริ่มมาเข้มข้นหลังรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ แล้วก็ หลังรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๔ ก็มี พ.ร.บ. เกี่ยวกับเรื่องนี้ เรื่องสุราพื้นบ้าน ให้สิทธิในการผลิต ท่านครับ หลังจากปี ๒๕๕๑ เป็นต้นมาแล้ว ถูกรุมสะกำโดย ต้องเรียกว่ากรมสรรพสามิต ทำอย่างไรครับ พนักงานทุกอย่างไล่จับอย่างเดียว เพื่อทำลายการผลิตของชุมชน ท่านประธานครับ วันนี้สังคมเกษตรของเราเป็นผู้ผลิตที่ดี เรามีผลไม้รสหวานมากมายครับ ถ้าหากว่าเปิดโอกาสให้ประชาชนมีสิทธิในการผลิตสุราที่ไม่ต้องยุ่งยากมาก ลำไยนี่ผมว่า ไม่ต้องไปแก้ไขปัญหาอะไรเลย ใช้ยีสต์ (Yeast) ใส่ลงไปในลำไยสามารถจะเป็นบรั่นดีได้เลย ท่านครับ เราทำไม่ได้เพราะอะไรครับ เพราะสุราขาวทั่วประเทศมันเป็นสุราผสม เอาแอลกอฮอล์ผสมเท่านั้นเอง ไม่ใช่สุรากลั่นในเมืองไทย ท่านคิดว่ามูลค่าของสุราขาว ที่เต็มตลาด มันน้อยกว่าสุราแดงหรือครับ สุราสี มันมากกว่า แต่ไม่มีใครพูดถึง มันมีส่วน ทำให้สุราชาวบ้านถูกประณาม ถูกกล่าวโทษ แล้วก็บอกว่าต้องหยุด เขาใช้อะไรครับ ใช้ภาษีครับ ภาษีเสียเท่ากับบริษัทใหญ่ แล้วจะอยู่อย่างไร ทำไมผมพูดประเด็นนี้ ผมจะบอกท่านว่าผมเป็นคนหนึ่งที่ผลิตสุราพื้นบ้านตอนนั้น พวกเราสามารถทำโรงกลั่น ๒ ชั้น ทำได้ดีครับ และเป็นอย่างไรครับ ขึ้นภาษีจนเท่ากับของสุราใหญ่ ขอโทษครับ ไม่กล้า จะเปิดชื่อบริษัท เอากระทั่งว่าเสียภาษีเท่ากัน แล้วต้องถูกเบียดบังเรื่องการตรวจสอบ ตลอดเวลา สุดท้ายผมทำอย่างไรครับ ผมยุติ เอายาสูบมาใส่ในเหล้าหมดเลย เอาต้นสะเดา ใส่เข้าไปเพื่อมาเป็นยาฆ่าหญ้า เป็นยาฆ่าแมลง ท่านครับ เจ็บปวดมากครับ ผมเหลือสุรา ส่วนหนึ่งเก็บปี ๒๕๔๔ ปี ๒๕๕๔ และหลังปี ๒๕๕๔ อย่างน้อยที่สุด ๕ ปี หรือ ๑๐ ปี เอามาเปิดชิมดูตอนนี้รสชาติกลิ่นเหมือนสาเก (Sake) เลย เอาสุราพื้นบ้านกรองด้วยเซรามิก (Ceramic) แล้วเก็บไว้ ถ้าเป็นขวดทึบแสงยิ่งดี ท่านประธานครับ สิ่งนี้มันกำลังถูกทำลายไป เรื่อย ๆ ท่านเชื่อไหมครับถ้าภาษีจะขึ้นเมื่อไรโกดังในลำพูนเต็มหมดเลย ผลิตสุราขาวไปเช่าวางไว้ ไล่จับของชาวบ้านหมด ผมกำลังจะบอกท่านประธานว่ากฎหมายแบบนี้อยากจะฝากไป ทางท่านวิป (Whip) รัฐบาลว่าช่วยรับหลักการได้ไหม เพราะเขียนหลักการกว้าง ๆ ไว้ เราสามารถปรับปรุงเปลี่ยนแปลงได้ ถ้าท่านทำตรงนี้ได้การแก้ปัญหาพืชพื้นฐานต่าง ๆ ที่ล้น ตลาดมันจะหายไป ท่านครับ ใกล้ประเทศเรา ประเทศเพื่อนบ้าน หมู่บ้านแต่ละบ้านเขาผลิตสุรา ผลิตเสร็จมีกี่ไหล่ะ เดือนนี้มีกี่ไห กรรมการหมู่บ้านมาเซ็นครับ เซ็นเสร็จแล้วบอกว่า ใน พ.ศ. นั้นที่นี่จะมีสุรา พื้นบ้านประมาณ ๒๐ ไห มาประมูลกันเอา ชาวบ้านก็เก็บไว้ได้ สินค้าต่าง ๆ ก็ไปได้ ผมคิดว่า ชาวบ้านคิดเป็น ทำเป็น แต่อยู่ไม่เป็นแล้วตอนนี้เพราะอะไร เพราะว่ารัฐกดทับเรื่องสิทธิ พื้นฐานเรา กฎหมายฉบับนี้ถ้าเรารับหลักการก็จะมีกระบวนการสร้างเงื่อนไข แล้วก็เขียน ให้มันดีขึ้น แต่ถ้าไม่รับหลักการพรรคการเมืองฤดูนี้เป็นฤดูหาเสียง ผมเชื่อว่าหลายพรรค จะทำเป็นนโยบายเพื่อจะบอกประชาชนว่าเราจะลืมตาอ้าปากด้วยลำแข้งของเราเอง ด้วยสิ่งที่เราผลิตเองแล้วเราทำเอง ท่านครับ ไม่กี่วันนี้ สสส. มาชี้แจงกรรมาธิการคณะผม คาดการณ์อย่างไรครับ คาดการณ์ว่าถ้าสถานการณ์โควิด (COVID) ดีขึ้นจะเก็บภาษีเหล้า บุหรี่ ได้เยอะกว่า นั่นแสดงว่าไม่มีสินค้าของโอทอป (OTOP) ของชาวบ้านแล้วยังมีคนบริโภคสุรา มากขึ้น ถ้าสถานการณ์นี้ดีขึ้น สรุปก็คือทำลายของชาวบ้านไปหมด บริษัทใหญ่ ๆ ขายเต็มที่เลย นี่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้น ถ้าใครบอกว่ามีสุราพื้นบ้านแล้วคนจะดื่ม คนจะทำให้สังคมเสียหาย คุณเข้าใจผิดแล้ว ไม่มีก็มีคนดื่ม มีคนที่ทำสังคมเสียหาย ผมจะจบการพูดลงที่ว่า ท่านคืนสิทธิ การผลิตให้กับประชาชนเถอะครับ เราเขียนรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๐ บอกว่า เรามีเสรีภาพ ในการประกอบอาชีพ แต่วันนี้สภานี้จงทำให้มันเกิด ถ้ามันไม่เกิดจงกลับไปเป็นนโยบาย ของพรรคการเมือง ผมเชื่อว่าพรรคไหนไม่มีนโยบายนี้คุณมีปัญหาเรื่องคะแนนแน่นอนครับ ขอบคุณครับ