ธีรัจชัย ชูเปิดเสรีผลิตสุรา เผยกฎหมายเอื้อทุนใหญ่ผูกขาด

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๗ · ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕

ธีรัจชัย พันธุมาศ หารือประเด็นการผูกขาดการผลิตสุราและเบียร์โดยกลุ่มทุนใหญ่ พร้อมสนับสนุนร่างกฎหมายเปิดเสรีการผลิตสุราเพื่อส่งเสริมอาชีพประชาชน เกษตรกร และวิสาหกิจขนาดย่อมอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม

นายธีรัจชัย พันธุมาศ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ กระผม ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานที่เคารพครับ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๔๐ บัญญัติไว้ว่า บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการประกอบอาชีพการจำกัดเสรีภาพ ตามวรรคหนึ่งจะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายตราขึ้นเพื่อรักษา ความมั่นคงหรือเศรษฐกิจการแข่งขันอย่างเป็นธรรมและป้องกันการขจัดการผูกขาด คุ้มครองผู้บริโภค การจัดระเบียบการประกอบอาชีพเท่าที่จำเป็นหรือเพื่อสถานะอย่างอื่น ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญเราบัญญัติไว้ชัดเจน การประกอบอาชีพในเรื่องของ การปรุงสุราหรือเบียร์ (Beer) ก็เป็นอาชีพหนึ่งซึ่งคนไทยทั้งหมดควรจะมีการประกอบได้โดยเสรี แต่ในโครงสร้างกฎหมายของประเทศเรา ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของพระราชบัญญัติสรรพสามิต ปี ๒๕๖๐ มาตรา ๑๕๓ เขาบอกว่าผู้ใดประสงค์จะผลิตสุราหรือมีเครื่องสำหรับผลิตสุรา ครอบครองให้ยื่นคำขออนุญาตต่ออธิบดี ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไข ตามที่อธิบดีประกาศกำหนด หลักเกณฑ์ วิธีการที่กำหนดนั้นไม่ได้มีกำหนดในเรื่องของ กำลังผลิต ในเรื่องของทุนจดทะเบียน ในเรื่องของคนงานที่จะใช้ ดังนั้นเมื่ออธิบดีกำหนด หลักเกณฑ์ขึ้นมา นั่นหมายถึงว่ามีการกำหนดให้มีกำลังผลิตที่สูง เช่น ๓๐,๐๐๐ ลิตรต่อวัน ในเรื่องของสุรา ๑๐ ล้านบาท ในเรื่องของกำลังคนผลิตมี ๗ คน มีเครื่องผลิต ๕ แรงม้า คือกำหนดใน ๒ ส่วน ก็คือกำหนดใหญ่สุดคือกลุ่มทุนใหญ่เท่านั้น และขนาดเล็กสุดคือ ขนาดช้างกับมดเท่านั้นเอง แต่ขนาดมนุษย์ธรรมดาที่จะประกอบอาชีพในการผลิตสุรา หรือเหล้าเบียร์นั้นไม่ได้กำหนดไว้ สิ่งเหล่านี้ก็เป็นการเอื้อต่อกลุ่มทุนใหญ่เพียง ๒ ตระกูล ที่ผูกขาดในประเทศไทยในการผลิตสุรา ผมคิดว่ากฎหมายฉบับนี้ที่ท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กับคณะ เสนอขึ้นมานั้นเป็นการที่จะอุดช่องว่างเพื่อเปิดเสรี การที่มีการผลิตสุรา หรือเบียร์ (Beer) เสรี นั่นหมายความว่ามันเป็นเรื่องคนละเรื่องของการป้องกันอุบัติภัย จากกรณีของพิษสุรา ที่จะทำให้เกิดการมอมเมาต่าง ๆ เพราะเป็นคนละกรณีกัน กรณีถ้าเกิด ไม่มีการให้ประชาชนส่วนเล็กส่วนน้อยสามารถที่จะผลิตสุราได้ บริษัทใหญ่ก็มีสุรามาขาย ก็ยังเกิดการเมาสุรา เมาไม่ขับอย่างนั้นอยู่เหมือนกัน ผมคิดว่าตรงนี้เราน่าจะตัดประเด็นนั้น ออกไป กรณีอย่างนี้การผลิตเหล้าเบียร์ (Beer) ต่าง ๆ เราจะทำให้ผลไม้ท้องถิ่น เช่น พุทรา มังคุด ละมุด ลำไย มะเฟือง มะไฟ มะกรูด มะนาว มะพร้าว ส้มโอ ฟัก แฟง แตงโมต่าง ๆ เหล่านี้สามารถมาผลิต ซึ่งเคยเป็นสินค้าเกษตรที่ผลิตแล้วเกิน ผลิตแล้วราคาตกต่ำ มาใส่ในขวดหมักไว้ ยิ่งหมักไว้ยิ่งราคาสูงขึ้น แต่ทำไมเราไม่ส่งเสริมให้ประชาชนละครับ เราส่งเสริมให้นายทุนผูกขาดเพียง ๒ บริษัท ๒ ตระกูลเท่านั้นที่มีสิทธิผูกขาด แล้วก็จะมา บอกว่ากรณีอย่างนี้ห้ามประชาชนทั่วไปผลิต มาออกกฎเกณฑ์แบบนี้กำลังผลิต ๓๐,๐๐๐ ลิตรต่อวันนี้ใครจะไปทำได้ ต้องมีทุนเป็นพันล้านเท่านั้นถึงจะทำได้ และมาให้ เล็กที่สุด ๗ คนไม่เกิน ๕ แรงม้า มันก็เล็กที่สุด มันก็ทำขนาดแข่งขันอะไรไม่ได้ นี่คือออกกฎหมาย ออกกฎระเบียบมาที่เอื้อที่สุด ท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร เสนอตรงนี้ ไปทลายทุนผูกขาดทางด้านการผลิตสุราและเป็นการเพิ่มภูมิปัญญาของประชาชนที่จะผลิต ในสุราเฉพาะคราฟต์เบียร์ (Craft Beer) ผมเป็นคนที่ไม่ดื่มเหล้า ไม่ดื่มสุราในส่วนนี้ แต่ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้มันเป็นการทลายเพื่อให้ประชาชนนั้นมีอาชีพ เพื่อสร้างรายได้ กับประเทศไทยเป็นแสน ๆ ล้าน เราเคยส่งข้าวไปส่งที่ต่างประเทศในราคา ๑ เท่า และเขาไป หมักเหล้ามาขายเมืองไทยเป็น ๑๗๐ เท่า เราก็เคยทำมาแล้ว ทำไมประเทศไทย ไม่ผลิตเสียเองละครับ คราฟต์เบียร์ (Craft Beer) บางทีก็แอบผลิตที่ต่างประเทศ แถวลาว แถวอะไรเข้ามาและมาขายในเมืองไทย ทำไมประเทศเราทำไม่ได้ สิ่งเหล่านี้ ผมเห็นด้วยว่าร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นร่างกฎหมายที่ควรจะผ่านออกมา และไปพูด ในรายละเอียดในชั้นคณะกรรมาธิการ เพื่อทลายกลุ่มทุนผูกขาด แต่ผมเชื่อว่าแรงต้าน จะเกิดจากคนกลุ่มหนึ่งซึ่งพยายามเข้ามาแทรกแซงเสียงในสภาแห่งนี้ เพื่อให้ล้มกฎหมาย ฉบับนี้ให้ได้ เพราะนั่นหมายถึงว่ากลุ่มรายได้มหาศาลที่เขาผูกขาดอยู่จะถูกทลายไป โดยความเสรีทางด้านการผลิตสุราและสร้างภูมิปัญญา และสร้างมวลการผลิตที่ไม่ได้ผูกขาด แค่บุคคล แต่กระจายไปคนทั่วประเทศขึ้นมา ท่านประธานที่เคารพครับ การเสนอกฎหมาย ครั้งนี้เป็นเรื่องของช่วยส่งเสริมธุรกิจเอสเอ็มอี (SMEs) ส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันอย่างเสรี เท่าเทียมและเป็นธรรม ไม่เป็นการกีดกันทางการค้า เป็นทางเลือกที่หลากหลายให้แก่ ผู้บริโภค เป็นการสร้างอาชีพให้แก่ประชาชนและเกิดรายได้ เป็นการกระจายรายได้ ให้สู่ชุมชน ผู้ประกอบรายย่อยไม่ผูกขาดนายทุนเพียงผู้เดียว สามารถสร้างรายได้ให้กับ ประเทศกระตุ้นเศรษฐกิจได้ หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดในปัจจุบันนั้น มีลักษณะ เป็นการกีดกันทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้ผลิตรายย่อยที่มีทุนทรัพย์น้อย การเปิดเสรี ช่วยให้ผู้บริโภคได้บริโภคราคาที่ถูกลง ถามว่าสิ่งเหล่านี้ทำไมเราจะไม่ทำครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมคิดว่าถ้าเรารับหลักการฉบับนี้และไปปรับปรุง ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรก ที่บางท่าน ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติบอกว่าเวลากฎหมายเพื่อทลายทุนผูกขาดนี้เข้ามา จะไม่ผ่านในสภาจะเป็นครั้งแรกที่ผ่านในสภา ผมจึงขอเรียนท่านสมาชิกที่เคารพ ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านได้ช่วยกันรับหลักการกฎหมายฉบับนี้ไปพูดในชั้นกรรมาธิการ และแก้ไขกัน และเชื่อว่าประชาชนนั้นควรจะมีเสรีในการประกอบอาชีพและไม่ถูกกลุ่มทุน ผูกขาดครอบงำการผลิตสุราหรือเบียร์ (Beer) ในประเทศไทยต่อไปครับ