ปดิพัทธ์ สันติภาดา หารือการปลดล็อกกฎหมายการผลิตสุราเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่นและนวัตกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเป็นธรรม โดยยกตัวอย่างชุมชนที่ผลิตกระแช่และคราฟต์เบียร์ พร้อมเรียกร้องให้ยกเลิกข้อจำกัดที่เอื้อประโยชน์เพียงผู้มีอำนาจอนุญาตเพียงไม่กี่ราย
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ปดิพัทธ์ สันติภาดา ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก เขต ๑ พรรคก้าวไกลครับ ท่านประธานครับ เหมือนที่ท่านเท่าพิภพ แล้วก็ท่านวรภพได้อภิปรายก่อนหน้านี้ กฎหมาย ฉบับนี้เรียบง่ายมาก ก็คือปลดล็อกให้การผลิตสุราไม่ใช่การบริโภค ไม่ใช่เรื่องอื่น ๆ เป็นเรื่องของการผลิตทั้งในเรื่องของผลิตสิทธิส่วนบุคคลแล้วก็การผลิตเพื่อการค้านั้นปลดล็อก ออกมาจากกฎหมายที่ล้าหลังและให้ความมั่งคั่งนั้นไปอยู่ที่นายทุนเพียงไม่กี่เจ้าในประเทศนี้ เรื่องนี้จึงไม่ได้เกี่ยวข้องกับศีลธรรมว่าจะดื่มมาก ดื่มน้อย จะดื่มอย่างไรให้ปลอดภัย จะดื่มอย่างไรให้ไม่ทำอันตรายต่อคนอื่น เรื่องนี้ไม่เกี่ยวเลยครับท่านประธาน เรื่องนี้เกี่ยวข้อง กับว่าเราจะอนุญาตให้ประเทศนี้ คนเราสามารถผลิตสุราและสร้างนวัตกรรมและสร้าง เศรษฐกิจด้วยมือของพวกเขาเองได้ไหม หรือเป็นเพียงแค่ลูกจ้างในโรงงานเบียร์ (Beer) ที่อนุญาตเพียงแค่ไม่กี่เจ้า ท่านประธานครับ ผมเองเป็นคนหนึ่งที่ไม่ได้เป็นผู้ริเริ่มหรือทำให้เกิด พ.ร.บ. ฉบับนี้ แบบเดียวกับที่ท่านเท่าพิภพ แต่ผมเห็นคุณเท่าพิภพถูกจับในฐานะของอาชญากร ท่านประธานครับ ตอนที่คุณเท่าพิภพถูกจับนี้ เจอเข้าไป ๔ ข้อหา ว่ามีภาชนะสำหรับทำสุรา โดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากอธิบดี คนเราจะทำสุราในประเทศนี้จะต้องไปขออนุญาตจาก อธิบดีคนเดียวและท่านก็รู้ว่าเงื่อนไขของการอนุมัติ อนุญาตแบบนี้เป็นความมั่งคั่ง ของราชการที่จะเรียกรับผลประโยชน์จากคนที่สยบยอม ท่านประธานครับ ข้อหาที่ ๒ คือทำสุราโดยไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดี ข้อ ๓ มีไว้เพื่อขายซึ่งสุราที่รู้ว่าต้องมีการปิดแสตมป์ สุรา แต่ไม่ได้ติดแสตมป์สุรา ข้อ ๔ มีไว้เพื่อการครอบครอง ซึ่งสุราที่รู้ว่าต้องปิดแสตมป์สุรา แต่ไม่ได้ติดแสตมป์ ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับมาตรฐานการผลิต ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับ ความปลอดภัย ไม่มีเรื่องอะไรเลย เป็นเรื่องแสตมป์ครับท่าน เป็นเรื่องของการออกใบอนุญาต เรื่องนี้จึงไม่ได้เป็นเรื่องที่ยุติธรรมเลยสำหรับคนที่ต้องการที่จะสร้างนวัตกรรมหรือว่า สร้างสุราและสร้างคราฟต์เบียร์ (Craft beer) ขึ้นมาดื่มด้วยตัวเอง ท่านประธานครับ ผมคนหนึ่งเป็นคนที่มองเห็นเรื่องนี้ แล้วก็คุยกับพี่น้องประชาชนในจังหวัดพิษณุโลก ผมพูดที่นี่ในฐานะของคนที่เป็นแฟนของร้าน อย่างเช่นร้านโกลเด้น ไคท์ เป็นแฟนของร้าน อย่างเช่นร้านซีสเดอะซิพ ผมไปเจอคนพิษณุโลกเป็นเจ้าของร้านคราฟต์เบียร์ (Craft beer) อยู่ที่กรุงเทพฯ นี้คือร้านคราฟต์ อินเตอร์เซ็กต์ ผมเป็นคนที่เข้าไปในตำบลพลายชุมพล ที่พลายชุมพลมีวัดหนึ่งชื่อวัดตาล ที่ว่าเป็นวัดตาลก็คือมีลูกตาลเยอะนั่นเอง และในชุมชน วัดตาลนี้มีซอยหนึ่งชื่อว่าซอยกระแช่ ทั้งซอยทำกระแช่ ถึงขั้นตั้งชื่อซอยว่าเป็นซอยกระแช่ แต่ตอนนี้ไม่เหลือคนที่จะผลิตแล้วครับ ต้องไปแอบผลิตกัน ต้องไปซุ่มกัน แล้วผมถามว่า ทุกวันนี้ขายกันอย่างไร จำหน่ายอย่างไร ต้องมีการจ่ายอะไรให้กับเจ้าหน้าที่บ้าง สรุปก็ต้องมี ค่าใช้จ่ายรายเดือนให้กับเจ้าหน้าที่ที่มาตรวจ ท่านประธานครับ เรื่องนี้ทำให้คุณค่าของท้องถิ่น ทำให้โอกาสในการพัฒนาวิทยาศาสตร์ การทำเบียร์ (Beer) การทำสุรา การทำแอลกอฮอล์ นี่คือเรื่องของปฏิกิริยาเคมี นี่คือเรื่องการเอาวัตถุดิบจากธรรมชาติเอามาผลิตให้มีมูลค่าสูงขึ้น นี่คือเรื่องของศิลปะครับ ว่าเราจะทำอย่างไรให้ของที่มีมูลค่าอยู่แล้วนั้นมีมูลค่าสูงขึ้นแล้ว เป็นความงดงามในรูป รส กลิ่น เสียง นี่คือความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจที่จะทำให้พี่น้อง ประชาชนนั้นภูมิใจว่าของที่เขามีอยู่ที่บ้านนั้นสามารถแปรเปลี่ยนเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ ได้เป็นร้อยเท่า พันเท่า ในวันที่เราเห็นพี่น้องประชาชนถูกจับ ถูกรีดไถ เราเห็น ร้านคราฟต์เบียร์ (Craft beer) เกิดขึ้นได้อย่างยากลำบาก เราอ่านข่าว ผู้ผลิตคราฟต์เบียร์ (Craft beer) ไทยจะต้องไปผลิตที่ต่างประเทศแล้วก็กลับมาขายในประเทศไทย เพราะประเทศไทยไม่อนุญาตให้เขาผลิตได้ และในวันที่เราดูข่าวเหล่านี้ เราก็นั่งจิบเบียร์ (Beer) อยู่ยี่ห้อเดียวมาเป็นเวลา ๓๐-๔๐ ปี ท่านประธานครับ นี่คือความอยุติธรรม นี่คือความที่กดขี่ความคิดสร้างสรรค์และโอกาสในการเติบโตของพี่น้องประชาชนคนไทย ท่านประธานครับ ผมเป็นแฟนคราฟต์เบียร์ (Craft Beer) แล้วสิ่งที่คราฟต์เบียร์ (Craft Beer) นิยามไว้คืออะไร ถ้าเราอนุญาต ถ้าเราปลดปล่อยล็อกนี้ คราฟต์เบียร์ (Craft Beer) คือการใช้วัตถุดิบที่เป็นธรรมชาติทั้งหมด ห้ามใส่วัตถุดิบสังเคราะห์กลิ่นหรือลดเพื่อลดต้นทุน ถ้าจะใส่ต้องใส่เพื่อให้มีกลิ่นและรสชาติที่ดีขึ้นเท่านั้น ท่านประธานครับ ผมมีความใฝ่ฝัน เหลือเกินว่าพี่น้องประชาชนคนไทยและทั่วโลกจะได้ดื่มไวน์ จะได้ดื่มเบียร์ (Beer) ที่มาจาก มะม่วงของจังหวัดพิษณุโลก ทุกวันนี้จากโควิด (COVID) ขายกันกิโลกรัมละ ๑ บาท ขายกิโลกรัมละ ๒ บาท มะม่วงอกร่องชั้นดีของจังหวัดพิษณุโลกแทบจะเอามาถมที่ กันฟรี ๆ แล้ว ขายกันกิโลกรัมละบาท ๒ บาท ทำไมชาวโลกถึงไม่ได้กินเบียร์ (Beer) ข้าวเหนียวมะม่วงของจังหวัดพิษณุโลกในฐานะของสินค้าชั้นเลิศที่เป็นความภูมิใจ ของคนจังหวัดพิษณุโลก แต่ปล่อยให้มะม่วงนั้นเน่าตาย จนพี่น้องเกษตรกรนั้นไม่มีอนาคตเลย ท่านประธานครับ เบียร์ (Beer) ที่จังหวัดพิษณุโลกก็ยังมีเบียร์ (Beer) สตรอว์เบอร์รี่ด้วย ผมเองไม่ได้เป็นคนที่ชอบกินเบียร์ (Beer) หวาน ผมก็ไม่ได้เป็นแฟนเบียร์ (Beer) ตัวนี้ แต่มีคนหลายคนครับที่ชอบเบียร์ (Beer) ตัวนี้และเขาต้องการกินเบียร์ (Beer) แบบนี้ เพราะเป็นสตรอว์เบอร์รี่ในจังหวัดของพวกเราเอง นี่คือท้องถิ่นนิยมที่จำเป็น มันไม่ได้ เป็นความรักชาติที่คลั่งชาติว่า เราจะไปกู้ชาติหรืออะไรแบบนั้น แต่เป็นการรักบ้านเกิด เป็นการรักคนในชุมชน เป็นการรักวัตถุดิบในท้องถิ่น นี่หรือครับ นี่เรียกว่าประชาธิปไตย ที่กินได้ ไม่ใช่เอาเงินไปให้เขาและบอกว่าเขาจะมีชีวิตที่ดี ไม่ใช่เอาเงินไปหว่านให้ ไม่ใช่เอาบัตรไปให้ แต่บอกให้เขามีโอกาสที่จะเติบโตด้วยตัวของเขาเอง เพราะไม่มีกฎหมาย ล้าหลัง เฮงซวย ไปกดขี่พวกเขาอยู่ ท่านประธานครับ สิ่งเหล่านี้เอง กฎหมายฉบับนี้ ผมจึงคิดว่า เราต้องอย่าหลงประเด็น ผมไม่อยากให้สภาแห่งนี้หลงประเด็น นี่ไม่เกี่ยวกับ ความปลอดภัย นี่ไม่เกี่ยวกับวัฒนธรรมการดื่มที่ไม่ดี เรามีเรื่องที่ต้องทำอีกมาก เพื่อให้ประชาชนคนไทยนั้นมีวัฒนธรรมการดื่มที่ดี แต่วัฒนธรรมการดื่มที่ดีไม่สามารถ ที่จะบอกว่า แต่คุณกินได้แต่เบียร์ (Beer) และสุรายี่ห้อนี้เท่านั้น วัฒนธรรมการดื่มที่ดี มาจากการที่พวกเขาภูมิใจด้วย ผมอยากจะดื่มสิ่งที่อยู่ในขวดนั้นด้วยความภูมิใจว่า ผมเป็นคนพิษณุโลก และผมจะรับผิดชอบต่อสังคม รับผิดชอบต่อเงินภาษีอากร รับผิดชอบ ต่อการขับรถของผมเอง เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องพวกนั้น ปล่อยให้การผลิตเป็นเรื่องของเสรี ปล่อยให้เศรษฐกิจนี้ปลดล็อกออกมา และนี่คือโอกาสเติบโตในทุกมิติของวงการธุรกิจ เอสเอ็มอี (SMEs) ของประเทศไทย ผมอยากให้สภาแห่งนี้รับหลักการและสนับสนุนเรื่องนี้ ต่อไป ข้อขัดแย้งอื่น ๆ ไปว่ากันในกรรมาธิการครับ ขอบคุณมากครับ