รังสิมันต์ โรม อภิปรายสนับสนุนร่างแก้ไขพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร โดยตั้งข้อสังเกตถึงปัญหาความไม่เป็นธรรมและความล่าช้าในกระบวนการพิจารณาคดีของศาลทหาร พร้อมตั้งคำถามต่อความน่าเชื่อถือขององค์กรตุลาการที่ไม่จำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย และเรียกร้องให้ปฏิรูประบบเพื่อให้พลเรือนได้รับการพิจารณาคดีในศาลพลเรือนเพื่อความยุติธรรม สนับสนุนการปรับปรุงกฎหมายเพื่อสร้างความโปร่งใสและน่าเชื่อถือในกระบวนการยุติธรรมทหารมากขึ้น
เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อจากพรรคก้าวไกล วันนี้ขออภิปรายสนับสนุน หลักการร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหารที่เสนอโดยท่านวันมูหะมัดนอร์ มะทา และคณะ ซึ่งเป็นการแก้ไขบางมาตราของพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหารที่ใช้บังคับอยู่ จนถึงปัจจุบัน ท่านประธานครับ เพื่อเข้าใจถึงความสำคัญของร่างฉบับนี้ก็ต้องเรียน กับท่านประธานว่าร่างฉบับนี้มันมีความสำคัญในแง่ที่ว่าปัญหาของธรรมนูญศาลทหาร ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน คือการทำให้ศาลทหารเป็นกลไกหนึ่งที่ถูกใช้เพื่อปกป้องทหาร ท่านประธานครับ มาตรา ๔๙ เขียนเอาไว้อย่างชัดเจนว่าถ้าทหารเป็นผู้เสียหาย โจทก์ซึ่งเป็น ประชาชน เป็นพลเรือนหากจะฟ้องต้องมอบให้อัยการทหารเป็นคนดำเนินการ คำถามก็คือว่า เราสามารถจะเชื่อองค์กรของทหารในการสร้างความบริสุทธิ์ยุติธรรมต่อพี่น้องประชาชนได้ จริง ๆ หรือ ท่านประธานครับ ที่ผ่านมาทั้งตัวประสบการณ์ของผมเอง และจากนักวิชาการที่มีการทำ รายงานออกมาอย่างกว้างขวาง ปัญหาของศาลทหารมีหลากหลายกรณี เริ่มจากภาพใหญ่ ที่สุด สิ่งที่เรารับรู้เกี่ยวกับทหารมาโดยตลอด ก็คือว่าไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟ้องนาย ไม่ขายเพื่อน นี่คือมอตโต (Motto) ของกองทัพที่มีการใช้และพูดกันอย่างกว้างขวาง คำถามก็คือในวันที่ พลเรือนต้องเอาผิดทหารที่กระทำการอย่างไม่ยุติธรรม หรืออาจจะทำให้เกิดความเสียหาย หรือเสียชีวิตต่อพลเรือนนี่เขาจะไว้วางใจให้ศาลทหารสร้างความบริสุทธิ์ยุติธรรมให้กับ ตัวเขาเองได้อย่างไร
ประการที่ ๒ ท่านประธานทราบไหมครับว่า ตุลาการศาลทหารไม่มี ความจำเป็นที่จะต้องเรียนจบด้านกฎหมายมาก่อน คำถามก็คือว่าในกระบวนการที่เรา เรียกว่า ศาล แล้วคนที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ไม่ต้องเรียนจบกฎหมาย เราจะมั่นใจได้อย่างไร ครับว่าการพิจารณาคดีจะเป็นไปอย่างมาตรฐานที่ศาลต่าง ๆ พึงจะมี ในเมื่อคนที่อยู่ บนบัลลังก์นั้นอาจจะไม่ได้มีความรู้ในด้านกฎหมายอย่างที่ควรจะเป็น
ประการที่ ๓ อัยการศาลทหาร ไม่มีความจำเป็นต้องจบเนติบัณฑิต ฟังถึงตรงนี้ท่านประธานเริ่มรู้สึกไหมครับว่าศาลทหารอาจจะไม่ได้เป็นศาลที่มีมาตรฐาน ที่เท่ากับศาลพลเรือน นี่ยังไม่นับว่าตัวผมเองมีประสบการณ์ในการใช้บริการศาลทหารอยู่ หลายครั้ง ผมก็พบว่าศาลทหารเป็นศาลที่ไม่มีความพร้อมในหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการนัด ที่กระชั้น หรือบางครั้งไปถึงศาลห้องพิจารณาคดีไม่ว่าง หรือบางครั้งที่จะต้องใช้พยาน ซึ่งเป็นทหารชั้นผู้ใหญ่ สุดท้ายทหารชั้นผู้ใหญ่เหล่านี้ก็ไม่เคารพศาลทหารเอง หลายครั้ง เลื่อนกันไปเรื่อย ๆ ทำให้คดีมีความล่าช้าและส่งผลต่อความยุติธรรมที่พลเรือนคนนั้น ควรจะได้รับ นี่ยังไม่นับว่าในความเป็นจริง การสืบพยานในศาลทหารก็ไม่ได้มีการสืบต่อเนื่อง ส่งผลกระทบทำให้ประชาชนต้องรอคอยความยุติธรรมต่อไปเรื่อย ๆ แล้วคำถาม ก็คือว่า กระบวนการศาลทหารมันจะเป็นกระบวนการที่ได้รับความเคารพและเชื่อมั่นได้อย่างไร นี่ผมยังไม่ได้พูดถึงหลักการที่ควรจะเป็น แต่ผมกำลังพูดถึงมาตรฐานความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ในศาลทหารปัจจุบัน ดังนั้นครับท่านประธาน พิจารณาถึงตรงนี้ ถ้าเรายังคงให้พลเรือน ที่ได้รับความเสียหายจากทหาร แล้วต้องมอบให้อัยการทหารเป็นคนดำเนินการ ผมส่วนตัวแล้ว ไม่เชื่อมั่นในกระบวนการแบบนี้เลย ผมกลับคิดว่ากระบวนการแบบนี้ควรที่จะเกิดขึ้น ในศาลพลเรือนมากกว่า ซึ่งถ้าเราไปพิจารณาท่านประธาน มีหลายกรณีที่ยังรอคอย ความยุติธรรมอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเคส (Case) ของ ชัยภูมิ ป่าแส เอาละ เราอาจจะเห็นกันไป แล้วว่ามีการฟ้องร้องกันในทางแพ่ง ซึ่งสุดท้ายศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง แต่คดีอาญายังไป ไม่ถึงไหนเลย แล้วกรณีนี้เป็นกรณีที่ทหารเป็นคนกระทำความผิด ซึ่งสุดท้ายก็อาจจะต้องมี การมอบให้กับอัยการทหารเป็นคนดำเนินการ เหตุเกิดปี ๒๕๖๐ ปัจจุบันปี ๒๕๖๕ ยังไม่มี ความคืบหน้าอะไรเลยครับ ท่านประธาน กรณีเสื้อแดง ๕๓ ถ้าผู้เสียหาย ซึ่งอาจจะเป็น คนในครอบครัวเป็นญาติพี่น้องของเขารวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ได้ แล้วเขาต้องการ ฟ้องร้องดำเนินคดีกับคนที่กระทำต่อลูกหลานของเขา ไม่ว่าจะเป็นความเสียหายต่อชีวิต ต่อร่างกาย หากมีการดำเนินการแบบนั้น เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าศาลทหารจะปกป้อง พลเรือนมากกว่าปกป้องทหาร หรือคดีในภาคใต้ที่เกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง อย่างกรณี อับดุลเลาะ ซึ่งเสียชีวิตภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่ทหาร ซึ่งสุดท้ายอาจจะต้อง มอบให้กับอัยการทหารเป็นคนดำเนินการต่อไป วันนี้เราก็รอคอยมานานแล้วครับ เรายังไม่ได้รับความยุติธรรมอะไรเลย ท่านประธานครับ เรามักจะพูดกันอยู่ตลอดเวลา ว่าพวกนักการเมืองเป็นพวกที่ชอบช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มองไปทางไหนจะเป็นฝ่ายค้าน หรือฝ่ายรัฐบาลก็คงจะช่วยกันตลอดเวลา แต่นี่คือหลักฐานอันชัดเจนว่าเรากำลังทำให้การปกป้องพวกพ้องเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย แล้วการถูกกฎหมายเหล่านี้เกิดขึ้นเพื่อปกป้องคนที่เป็นทหารเท่านั้น ท่านประธานครับ ผมไม่รู้ในวันข้างหน้า เราอาจจะไม่มีการรัฐประหารแล้วก็ได้ หรือในวันข้างหน้าเราอาจจะ สามารถเอาคนที่กระทำการรัฐประหารมาดำเนินคดีได้ ถ้าเราปล่อยให้ พ.ร.บ. ธรรมนูญ ศาลทหารยังเป็นแบบนี้ วันข้างหน้าคนที่จะพิจารณาว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าหัวหน้าคณะรัฐประหาร จะใครก็แล้วแต่ ก็จะอยู่ภายใต้การพิจารณาของศาลทหาร ซึ่งผมไม่เชื่อจริง ๆ ว่าผู้ที่พยายามกระทำยึดอำนาจไปจากประชาชน เขาจะเป็น คนที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดภายใต้ศาลทหาร ดังนั้นครับท่านประธาน ผมจึงขอสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัตินี้และอยากให้พวกเราได้พิจารณากันต่อ ตั้งเป็นกรรมาธิการแก้ไข ปรับปรุงให้มีคุณภาพมากที่สุด ขอบคุณครับท่านประธาน