คารม พลพรกลาง อภิปรายสนับสนุนร่างธรรมนูญศาลทหาร โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทหารให้โปร่งใสและตรวจสอบได้ พร้อมเสนอให้คดีทหารในยามปกติอยู่ภายใต้การพิจารณาของศาลพลเรือนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67 เพื่อเสริมสร้างความเป็นธรรม ความเป็นกลาง และความเชื่อมั่นในสถาบันทหาร รวมถึงการปรับบทบาทศาลทหารให้สอดคล้องกับหลักนิติธรรมและสิทธิมนุษยชน
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จังหวัด ร้อยเอ็ด ต่อร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เสนอโดย นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในขณะนั้น กับคณะ ต้องเรียนว่า มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่พอจะมีความรู้ทางกฎหมายที่จะลุกขึ้นพูดจาอภิปรายในสภา เพื่อสนับสนุนญัตตินี้ ร่างกฎหมายนี้ ผมมีเหตุผลครับ ยอมรับว่าประเทศเราขาดทหารไม่ได้ แต่เราก็ต้องยอมรับเหมือนกันว่า ทหารก็มีความสงสัยในบางมุมบางมิติ สิ่งที่จะทำให้สถาบัน ทหารแข็งแรง แล้วทหารไม่ถูกมองด้วยสายตาที่มีความสงสัย ก็คือกฎหมายฉบับนี้ครับ ต้องเรียนท่านประธานว่าผมเคยว่าความในศาลทหารที่กรุงเทพฯ ในครั้งที่เป็นทนายความ มีข้อจำกัดเยอะครับไม่เหมือนศาลยุติธรรม ไม่เหมือนว่าความต่อหน้าผู้พิพากษาหรือตุลาการ ถามว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเรามีความรู้สึกนั้นผิดแปลกไหม ก็ไม่ผิดแปลกครับ เพราะฉะนั้น กฎหมายฉบับนี้จึงเป็นการแก้ที่เป็นการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมาจากสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นตัวแทนปวงชนชาวไทย เวลาผมฟังข่าวว่าทหารกระทำผิด ทหารทำร้ายภรรยา เวลาตัดสินมาแล้ว คดีทำร้ายถึงสาหัสรอลงอาญา เมื่อไม่นานนี้ผมดูข่าวแล้วก็เห็นผู้หญิง คนหนึ่งซึ่งเป็นภรรยาทหาร ไปฟังคำพิพากษาแล้วเขาพูดไม่ออกครับ จริง ๆ ญัตตินี้ ร่างกฎหมายนี้ผมไม่ได้เกี่ยวกับว่าจำเพาะภาคใต้ครับ ผมพูดถึงหลักการส่วนใหญ่ว่า ประเทศเราถ้าจะให้ก้าวหน้าทางการยุติธรรมต้องมีการปรับปรุง ต้องให้ทหารที่กระทำผิด ถ้าไม่ได้อยู่ในภาวะศึกสงครามต้องขึ้นศาลพลเรือนครับ เพราะเหตุว่าแม้ว่าจริง ๆ แล้ว ตุลาการธรรมนูญในศาลทหารจะทำการในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์ก็ตาม แต่ต้องยอมรับครับ มีคำพูดครับเวลาคนกระทำผิดหนีเข้าค่ายทหาร อยู่ในร่มเงาของทหาร เขาก็สงสัย ยิ่งพิจารณาไปแล้ว เคยไปว่าความมันไม่มีการดำเนินคดีที่สบายใจ เอาเป็นว่า พูดกลาง ๆ ไม่สบายใจเหมือนในศาลยุติธรรม ประเด็นที่แก้ไขคือ ให้บุคคลที่เป็นผู้เสียหาย และผู้ต้องหาหรือจำเลยอยู่ในศาลทหารต้องให้ขึ้นศาลพลเรือน อันนี้ถูกต้องครับ เพราะเหตุว่า ผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา คือบุคคลที่ได้รับความเสียหาย จากการกระทำความผิดฐานใดฐานหนึ่ง วิ.อาญาซึ่งเป็นแม่บทของการพิจารณาคดีทั้งหลาย เขายังให้เป็นโจทก์ร่วมได้เลยครับ โจทก์ร่วมคือผู้เสียหายขอเป็นโจทก์คู่กับอัยการที่เป็น โจทก์หลักในคดีนั้น ๆ เพราะเหตุไฉนล่ะครับในศาลทหารจึงไม่ให้เขาเป็นโจทก์ร่วม เขาจะได้เรียกร้องทางแพ่ง ค่าเสียหายต่าง ๆ ไม่มีอะไรที่จะทำให้ทหารเสียหายเลย ถ้าให้กลับมาอยู่ในศาลพลเรือน หลายครั้งและบ่อยครั้ง คือถ้าเป็นคดีความมั่นคงผมยกเว้นได้ครับ แต่ว่าโดยหลักแล้ว ถ้าเราเอาทุกอย่างออกมาให้มันเป็นความปกติตรวจสอบกันได้ในศาลยุติธรรม ทหารจะมีสง่า เหมือนทหารออกมาเล่นการเมืองในระบอบประชาธิปไตย สง่าครับ ใครก็ยอมรับ พลเอกออกมาลงสมัคร ส.ส. แล้วมาเป็นนายกรัฐมนตรีสง่างามมาก นี่ประเด็นแรก
ประเด็นที่ ๒ คดีที่พิจารณาอยู่ในศาล แล้วก็อยู่ในเงื่อนไขในมาตรา ๖๗ ถ้าจำไม่ผิด ในมาตรา ๖๗ ก็ควรที่จะโอนมายังศาลพลเรือน เพื่อให้ศาลพลเรือนดำเนินคดี ต่อไปจนสุดทาง ต้องเรียนว่าประเทศไทยก็ต้องยอมรับว่ามันมีสิ่งที่ผมไม่แน่ใจว่า จะเหมือนประเทศอื่นหรือไม่ จังหวัดร้อยเอ็ดก็เป็นจังหวัดทหารบก จังหวัดเพชรบุรี ก็เป็นจังหวัดทหารบก รองผู้ว่าก็มีรองผู้ว่าทหาร ถามว่าเรารังเกียจทหารไหม ไม่เคยรังเกียจครับ ประเทศเป็นบ้าน ทหารเป็นรั้ว แต่หลักปฏิบัติในการที่จะเอาคนทุกคน เวลาถูกกล่าวหา ถูกกล่าวหาไม่ได้บอกว่าผิด เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม หลักการที่ถูกต้องคือทำในองค์กร ที่เป็นกลางอย่างศาลยุติธรรม ทหารก็ไม่ต้องระแวงไม่ต้องสงสัย ผู้เสียหายเขาก็สบายใจ เพราะฉะนั้นพระธรรมนูญศาลทหารที่เกิดมาตั้งแต่ปี ๒๔๙๘ ถ้าจำไม่ผิดนานมาก ๒๔๙๘ นานจนกฎหมายนี้ยังใช้อยู่ แล้วส่วนใหญ่หลักใหญ่ก็ยังอยู่ ศาลทหารมี ๓ ชั้นครับ ท่านประธาน มีศาลชั้นต้น ศาลทหารกลาง ศาลสูงสุด แต่จริง ๆ แล้วเวลาไปพิจารณาคดี คนที่เป็นตุลาการศาลทหารก็มียศระดับนายพัน สูงสุดพันเอกครับ แล้วพันเอกนี้ก็คือ ขึ้นตรงต่อใครท่านประธานทราบไหมครับ ขึ้นตรงต่อ ผบ.ทบ. ผบ.ทบ. เป็นใคร ก็เป็นคนที่ แต่งตั้งในนามพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์ แต่งตั้งตุลาการธรรมนูญในศาลทหาร เหตุนี้เองจึงต้องกราบเรียนไปยังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมไม่มีฝ่ายครับ ผมมีแต่ ความถูกต้องและธำรงไว้ซึ่งหลักการที่มันจะทำให้ประเทศเราไปสู่จุดที่มันเหมาะสม เคารพแล้วก็อยู่กันได้บนเหตุบนผล ผมจึงเห็นว่ากฎหมายนี้เป็นกฎหมายที่สำคัญและจะทำให้ ประเทศเราเข้าใจทหาร ทหารก็ต้องออกมาสู่ที่แจ้ง เมื่อมาสู่ที่แจ้งแล้วก็ตรวจสอบได้ คนจะเคารพ คนจะนับถือ สิ่งเหล่านี้จึงเห็นว่าในชั้นรับหลักการเป็นกฎหมายที่ดีและ เป็นความก้าวหน้าของกฎหมายที่ประเทศไทยจะให้คนยอมรับ เราก็ต้องปรับปรุง เราก็ต้อง ยึดหลักการความถูกต้อง มีเหตุมีผลเขาถึงจะยอมรับ ไม่ใช่สั่งให้เขายอมรับทั้งที่เรา ก็ยังไม่เป็นสากลในเรื่องกฎหมาย จึงขอใช้สิทธิในฐานะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมเป็นห่วงคนที่ไม่ใช่ทหารแล้วเขาถูกรอนสิทธิ จึงกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า หลักการเบื้องต้นผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง กราบขอบคุณท่านประธานครับ