กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ เสนอร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อแก้ไขอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีระหว่างทหารกับพลเรือน โดยกำหนดให้คดีดังกล่าวอยู่ในอำนาจของศาลพลเรือนแทนศาลทหาร ยกเว้นกรณีที่ยังไม่สิ้นสุดกระบวนการพิจารณาในชั้นศาลทหารก่อนการแก้ไขกฎหมาย และชี้แจงที่มาความจำเป็นในการปฏิรูปกฎหมายตามรัฐธรรมนูญปี ๒๕๖๐ เพื่อคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายในพื้นที่ชายแดนภาคใต้
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ จังหวัดนราธิวาส ประกอบด้วย อำเภอบาเจาะ อำเภอยี่งอ อำเภอรือเสาะ และอำเภอศรีสาคร พรรคประชาชาติ ท่านประธานครับ ผมได้รับมอบหมายจากท่านหัวหน้าพรรคประชาชาติ ก็คือ ท่านวันมูหะมัดนอร์ มะทา กับคณะ ให้เป็นผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ต่อสภาแห่งนี้ ซึ่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ทางพรรคประชาชาติ เราได้ยื่นเข้าสู่สภาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๒ นั่นคือหลังจากที่ได้รับการเลือกตั้ง เพราะมองเล็งเห็นถึงความสำคัญของการบังคับใช้กฎหมาย แล้วส่วนหนึ่งก็คือการแก้ไข ในเรื่องของพระธรรมนูญศาลทหารเป็นประเด็นสำคัญของกระบวนการยุติธรรมเพื่อให้ สอดคล้องตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ และนำประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในอดีตมาเป็นตัวขับเคลื่อนไปสู่การแก้ไขปัญหา พระราชบัญญัติพระธรรมนูญศาลทหาร ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอ่านหลักการ เหตุผลความจำเป็นที่ต้องยื่นแก้ไขพระราชบัญญัติฉบับนี้ให้ท่านประธานและเพื่อนสมาชิก ได้รับทราบเพื่อประกอบในการพิจารณาในการลงมติในวาระที่ ๑ ในวันนี้ ด้วยความเคารพ ครับท่านประธาน ผมต้องขออนุญาตเท้าความก่อนว่าประเทศไทยตั้งแต่มีการปกครอง ระบอบประชาธิปไตย ๒๔๗๕ เรามีพระธรรมนูญศาลทหารบัญญัติขึ้นที่เราใช้อยู่ปัจจุบันนี้ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๙๘ สมัยนั้น จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นผู้ลงนามสนอง พระบรมราชโองการของพระราชบัญญัติธรรมนูญทหาร ๒๔๙๘ เข้าใจว่าในขณะนั้น ประเทศไทยเข้าสู่ภาวะสงคราม ไม่ว่าจะเป็นสงครามโลก ครั้งที่ ๑ หรือครั้งที่ ๒ จึงจำเป็น ที่จะต้องมีตรากฎหมายพระธรรมนูญศาลทหารขึ้น ท่านประธานครับ นั่นหมายความว่า พระธรรมนูญศาลทหารใช้บังคับมาจนถึงขณะนี้เป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว สถานการณ์ โลกเปลี่ยน หลาย ๆ อย่างของเหตุการณ์บนโลกใบนี้รวมตลอดถึงประเทศไทยเอง ก็มีการเปลี่ยนแปลง ประเทศเราเองกำลังเดินหน้าไปสู่ระบอบประชาธิปไตยหลังจากที่มี การปฏิวัติรัฐประหารอยู่ในอำนาจของ คสช. มาหลายปี บัดนี้เรากำลังเข้าสู่ หมวดการเลือกตั้ง และคงไม่นานก็คือจะมีการเลือกตั้งอีกครั้งหนึ่ง แต่กระบวนการยุติธรรม ทั้งหลายทั้งปวงก็มีรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๐ ได้บัญญัติในเรื่องของการปฏิรูปกฎหมาย เราพรรคประชาชาติจึงแลเห็นความจำเป็นโดยเฉพาะในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบกับพระธรรมนูญศาลทหารที่มีอยู่ เพราะว่าเดิมทีโดยหลักการ และเหตุผลก็คือว่า พระธรรมนูญศาลทหารที่ได้บัญญัติของปี พ.ศ. ๒๔๙๘ นี้ ได้กำหนดให้คดี ที่บุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารเป็นผู้กระทำความผิดอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของ ศาลทหาร โดยไม่คำนึงว่าผู้เสียหายจะเป็นบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารหรือไม่ ทำให้ผู้เสียหายจากการกระทำความผิด ซึ่งเป็นบุคคลที่มิได้อยู่ในอำนาจศาลทหาร ต้องเสียสิทธิในกระบวนการยุติธรรมที่จะเป็นโจทก์ฟ้องคดีด้วยตนเอง จึงสมควรกำหนด ให้คดีที่บุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารเป็นผู้กระทำความผิดกับผู้เสียหายที่เป็นบุคคลที่ไม่ได้ อยู่อำนาจศาลทหาร เป็นคดีที่ไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลทหาร แต่อยู่ในอำนาจของ ศาลพลเรือน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้น มีทั้งหมด ๔ มาตรา ผมขออนุญาต ลงรายละเอียดในมาตราที่สำคัญที่พรรคประชาชาติเราได้ยื่นขอแก้ไข ก็คือในส่วนของ มาตรา ๑๔ ของพระธรรมนูญศาลทหาร ๒๔๙๘ คือว่ามาตรา ๑๔ เดิมนี้ ได้บัญญัติคดีที่ไม่อยู่ ในอำนาจศาลทหารมีทั้งหมด ๔ วงเล็บ พรรคประชาชาติเราได้ยื่นขอแก้ไขเพิ่มเติมในมาตรา ๑๔ ก็คือแก้ไขเพิ่มเติมเป็นมาตรา ๑๔ (๑/๑) สาระสำคัญก็คือว่า กำหนดให้คดีที่บุคคลที่อยู่ ในอำนาจศาลทหารเป็นผู้กระทำความผิดกับผู้เสียหายที่เป็นบุคคลที่มิได้อยู่ในอำนาจ ศาลทหาร เป็นคดีที่ไม่อยู่ในเขตอำนาจศาลทหาร มาตรา ๔ เราขอแก้ไขเพิ่มเป็นมาตรา ๖๗ เพราะว่าเดิมพระธรรมนูญศาลทหาร ๒๔๙๘ มีทั้งหมด ๖๖ มาตรา เมื่อแก้ไขมาตรา ๑๔ (๑/๑) แล้ว ก็เลยขอเพิ่มเติมอีกมาตราหนึ่งเพื่อให้สอดคล้องกันเป็นมาตรา ๖๗ มีสาระสำคัญ ก็คือกำหนดให้บรรดาคดีที่บุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารเป็นผู้กระทำความผิดกับผู้เสียหาย เป็นบุคคลที่ไม่ได้อยู่ในอำนาจศาลทหารซึ่งได้ยื่นฟ้องต่อศาลทหารไว้แล้วก่อนการแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัตินี้ หากการพิจารณาคดียังไม่แล้วเสร็จให้โอนคดีนั้นไปยังศาลพลเรือนที่มีเขตอำนาจ เพื่อพิจารณาพิพากษาต่อไป แต่หากศาลทหารได้พิจารณาเสร็จแล้วและอยู่ระหว่างนัดฟัง คำพิพากษาหรืออยู่ระหว่างอุทธรณ์หรือฎีกาก็ให้ศาลทหารมีอำนาจพิจารณาพิพากษาต่อไป จนกว่าคดีจะถึงที่สุด ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอภิปรายเพิ่มเติมประกอบพระราชบัญญัติ ที่ทางพรรคประชาชาติได้ยื่นเสนอทั้งหมด ๒ มาตราดังนี้ครับ ท่านประธานครับ อย่างที่ผมได้กล่าว ตั้งแต่ต้นถึงเหตุผล หลักการและความจำเป็น ก่อนหน้านี้เวลาทหารกระทำความผิด กับพลเรือน พูดง่าย ๆ ก็คือกับพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของประเทศนี้ต้องไป ขึ้นศาลทหาร ผู้กระทำความผิดนั้นเป็นทหารต้องไปขึ้นศาลทหารหากกระทำความผิด กับพลเรือน แต่ที่เราขอแก้หากคนกระทำความผิดเป็นทหารกระทำความผิดกับพี่น้อง พลเรือนหรือพี่น้องประชาชนให้ขึ้นศาลพลเรือนคือศาลปกติเหมือนบุคคลทั่วไป ท่านประธานครับ ประเด็นนี้เรามองเห็นถึงความเหลื่อมล้ำในกระบวนการยุติธรรม ข้าราชการอื่นไม่ว่าจะเป็นตำรวจ อัยการหรือข้าราชการอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ทหาร เวลากระทำ ความผิดกฎหมายอาญาลักษณะใดลักษณะหนึ่งก็แล้วแต่ ต้องไปขึ้นศาลพลเรือนหมดเลยครับ แต่ทุกวันนี้บ้านเมืองเราเวลาทหารกระทำผิดเหมือนได้รับอภิสิทธิ์ไม่เหมือนข้าราชการอื่น ๆ อย่างที่ผมเกริ่นตั้งแต่ต้นว่า ตอนนี้มันไม่ใช่ภาวะสงครามแล้ว ถ้าทหารด้วยกันกระทำ ความผิดก็ว่ากันไปเราไม่ว่ากัน แต่หากทหารกระทำความผิดกับพลเรือนสมควรที่จะต้องไม่มี ความเหลื่อมล้ำในเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ก็เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๘ ที่รัฐจะต้องจัดระบบการบริหารในกระบวนการยุติธรรมทุกด้านให้มีประสิทธิภาพและต้องให้ ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้โดยสะดวก รวดเร็ว เหตุผลที่ผมยกรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๘ นี้ ทุกวันนี้ในทางปฏิบัติเวลาพี่น้องประชาชนถูกทหารยิงปรากฏว่าแทนที่ทหาร จะต้องไปขึ้นศาลพลเรือนเหมือนคนทั่วไป คดีจะต้องโอนไปยังศาลทหาร อัยการทหาร แล้วอย่างไรครับ ที่ว่าไม่เหมือนกระบวนการยุติธรรมปกติ ปกติแล้วตามกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา ผู้เสียหายสามารถฟ้องคดีได้ด้วยตนเอง ผู้เสียหายสามารถขอเข้าเป็นโจทก์ ร่วมกับพนักงานอัยการ แต่เมื่อใดที่ผู้เสียหายเป็นพลเรือน ผู้กระทำความผิดเป็นทหาร เวลาไปขึ้นศาลทหารท่านประธานทราบไหมว่า ตามพระธรรมนูญศาลทหารไม่สามารถ ที่จะขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมได้ และไม่สามารถที่จะไปแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีได้ด้วยตนเอง ต้องผ่านอัยการทหาร สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมเรียนท่านประธานฝากไปยังเพื่อนสมาชิกว่า คนที่ได้รับผลกระทบจริง ๆ ความรู้สึกเขาเกิดความรู้สึกว่า ทำไมกระบวนการยุติธรรม ในลักษณะเช่นนี้ผู้กระทำความผิดที่เป็นทหารถึงไม่เหมือนคนอื่นทั่วไป เขามีอภิสิทธิ์อะไร ทำไมกฎหมายไม่ดำเนินการแก้ไขให้มีความเหลื่อมล้ำน้อยลงหรือให้มีความเท่าเทียมกัน เหมือนข้าราชการอื่น ๆ ตำรวจกระทำความผิดไม่มีศาลตำรวจหรอกครับ อัยการกระทำ ความผิดก็ต้องขึ้นศาลพลเรือน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระบวนการพิจารณาคดีในศาลทหาร ท่านประธานครับ ใช้เวลานานมาก ผมขออนุญาตยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ในจังหวัดนราธิวาส ท่านประธานอาจจะเคยได้ยินชื่อหรืออาจจะรู้จักท่านอดีต ส.ว. ฟัครุดดีน บอตอ ผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนดารุสสาลามตั้งอยู่ที่อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อปี ๒๕๔๙ ท่านดำรงตำแหน่งเป็นวุฒิสมาชิกของจังหวัดนราธิวาส โดยระบบการเลือกตั้ง ไม่ใช่แต่งตั้งเหมือนสมัยนี้ ท่านเป็นปากเป็นเสียงให้กับพี่น้องในพื้นที่ ในขณะนั้น เกิดเหตุการณ์ไม่สงบในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่ ๔ มกราคม ๒๕๔๗ ท่านฟัครุดดีน ในฐานะ ส.ว. เป็นปากเป็นเสียงสะท้อนปัญหาความไม่เป็นธรรมให้กับพี่น้อง ในพื้นที่ในสภาแห่งนี้ ปรากฏว่าวันดีคืนดีท่านประธานครับ พ.ศ. ๒๕๔๙ ผมจำวันเดือน ไม่ชัดเจน แต่ว่าโดยประมาณ ๒๕๔๙ ท่านออกไปทานน้ำชาดื่มน้ำชาที่ตลาดตันหยงมัส อำเภอระแงะ ปรากฏว่าในขณะขับมอเตอร์ไซค์ ถูกลอบยิงบาดเจ็บสาหัส เมื่อปี ๒๕๔๙ ท้ายที่สุดมีการจับผู้กระทำความผิด ผู้ต้องหาในขณะนั้นจำนวน ๑ คน คน ๆ นั้นก็คือ เป็นพลทหารมีมูลเหตุจูงใจใดก็แล้วแต่ แต่ท่านฟัครุดดีนไม่เคยมีศัตรูอย่างอื่น นอกจาก ท่านใช้ปากของท่าน ใช้เสียงของท่าน สะท้อนปัญหาของพี่น้องในสภา ท่านเชื่อไหมครับ ท่านประธานครับ พระธรรมนูญศาลทหารของ ๒๔๙๘ นายทหารที่ถูกจับในฐานะตก เป็นผู้ต้องสงสัยต้องถูกดำเนินคดีไปยังศาลทหาร ซึ่งใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพื้นที่ กฎอัยการศึกจนถึงทุกวันนี้ ในขณะนั้นก็มีประกาศใช้กฎอัยการศึก พ.ร.ก. ฉุกเฉิน พลทหารคนนั้นก็ถูกดำเนินคดีที่ศาลทหารที่ตั้งอยู่ที่ค่ายอิงคยุทธ จังหวัดปัตตานี ปรากฏว่า คดีนั้น ท่านฟัครุดดีน ในฐานะผู้เสียหาย ซึ่งถือว่าเป็นพลเรือน จะขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมไม่ได้ เพราะอะไร เพราะธรรมนูญศาลทหารนี่อย่างไรละครับ เสียสิทธิในการที่จะตั้งทนายความว่า ความเป็นโจทก์ร่วมกับอัยการทหารไม่สามารถทำได้ ทั้ง ๆ ที่เขาคือผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บ สาหัส ทุกวันนี้ยังต้องขึ้นรถเข็น ไม่สามารถเดินได้ปกติ โชคดีที่ไม่เสียชีวิต แต่ใช้ชีวิต ไม่เหมือนเช่นปกติ ผ่านมาแล้ว ๑๕ ปี ท่านประธานครับ ๑๕ ปี ท่านประธานฟังคดี มันน่าจะจบไปแล้ว แต่ท่านเชื่อไหมครับ ขึ้นศาลทหาร กระบวนการพิจารณา ด้วยความเคารพครับ ผมกำลังสะท้อนปัญหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริงในศาลทหารทุกวันนี้ คดีของท่านฟัครุดดีน บอตอ ปรากฏว่าพิจารณาคดีในศาลทหารชั้นต้นที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร ๗-๘ ปีครับโดยประมาณ ผมจำไม่แน่ชัด ถ้าศาลพลเรือนกี่ปีครับ เดี๋ยวนี้การพิจารณาคดี รวดเร็ว พิจารณาคดีต่อเนื่อง อย่างช้าปีหนึ่งไปศาลชั้นต้น คดีที่มีการจับพี่น้องประชาชน ตั้งข้อหาเกี่ยวกับความมั่นคงในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้พิจารณาคดีไม่เกิน ๑ ปี ศาลอุทธรณ์พิจารณาไม่เกิน ๗-๘ เดือน แต่ปรากฏว่าของท่านฟัครุดดีน บอตอ พิจารณา ในศาลทหารใช้เวลานานมาก สุดท้ายศาลยกฟ้องครับ ผมก็ด้วยความเคารพคำพิพากษา ของศาล แต่ผมกำลังสะท้อนถึงกระบวนการ ที่เหตุผลถึงความจำเป็นทำไมต้องแก้ไข มันเกิดขึ้นข้อเท็จจริงอย่างที่ผมได้ยกตัวอย่าง หลังจากที่ศาลทหารปัตตานีได้ยกฟ้อง คดีที่ท่านฟัครุดดีน ถูกยิง คดีอยู่ระหว่างอุทธรณ์ของศาลทหาร ท่านประธานทราบไหมครับ ปีนี้ พ.ศ. ๒๕๖๕ เมื่อเดือนที่แล้ว ผม แล้วก็ท่าน พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง เลขาธิการ พรรค ส.ส. ของพรรคหลายท่านได้ไปเยี่ยมท่านฟัครุดดีน เขายังร้องขอความเป็นธรรม สิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้อยู่ เพราะว่าคดียังอยู่ศาลอุทธรณ์ยังไม่ลงมาเลยว่าตัดสินอย่างไร ผลของคดีก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่กระบวนการที่เขาทวงถามทำไมคดีของเขาเวลาขึ้นศาลทหารใช้เวลานานมาก มันเป็นไป ได้อย่างไรในยุคนี้ครับ รัฐธรรมนูญเรากำหนดให้ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ปฏิรูป ในหลาย ๆ เรื่องของกระบวนการยุติธรรม แต่ทำไมเราไม่กล้าไปแตะในเรื่องที่เราเห็นชัดว่า สมควรปฏิรูป อย่างเช่น พระธรรมนูญศาลทหาร มีอีกหลายกรณีครับท่านประธาน ในพื้นที่ จังหวัด ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เวลาพลเรือนประชาชนถูกเจ้าหน้าที่ทำร้าย ลอบยิง เขาถามตลอดครับว่า ถ้าทหารทำผิดต้องขึ้นศาลทหารอีกใช่ไหม ถามผมในฐานะที่เป็น ทนายความมาก่อน ผมก็บอกว่าใช่ เพราะกฎหมายยังเป็นอยู่อย่างนี้ ความรู้สึกของเขา เขาบอกว่าขึ้นศาลพลเรือนไม่ได้หรือแบร์ คำว่า แบร์ก็คือพี่ ผมบอกว่า วันนี้กฎหมาย ยังเป็นอยู่อย่างนี้ มันก็มีคำถามเยอะมาก คำถามที่ ๒ คำถามที่ ๓ ทำไมเป็นแบบนี้ ทำไมเวลาคนอื่นเวลาชาวบ้านถูกดำเนินคดี ทำไมต้องขึ้นศาลพลเรือน มันคำถาม ของชาวบ้านที่มีความรู้สึกเกิดความไม่เป็นธรรมในความรู้สึก มีหลายกรณีครับ พื้นที่บ้านผม มีจำนวนคดีที่ทหารกระทำความผิดแล้วไปขึ้นศาลทหาร มันเกิดข้อคลางแคลงใจ เกิดความรู้สึกเหลื่อมล้ำในกระบวนการยุติธรรม สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้คือสิ่งที่พรรคประชาชาติ เรามองเห็น พรรคประชาชาติผมเองไม่ได้มีอคติกับทหาร ด้วยความเคารพผมเข้าใจการปฏิบัติ หน้าที่ของทหาร แต่การปฏิบัติหน้าที่หรือกระบวนการยุติธรรมทั้งหลายทั้งปวงที่มีอยู่และ มันก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในความรู้สึก มันเป็นความรู้สึกที่เกิดความเหลื่อมล้ำและ ไม่เท่าทันกับรัฐธรรมนูญปี ๒๕๖๐ สมควรที่จะต้องพิจารณาแก้ไขโดยสภาแห่งนี้ ไม่อยากให้ คนในเครื่องแบบตัดสินคนในเครื่องแบบ ผมไม่อยากให้เขาได้ยินคำ ผมอยากทำลาย คำ ๆ หนึ่งที่เขาบอกว่าทหารไม่ต้องรับผิดในหมู่ทหาร หมดไปจากแผ่นดินนี้ สิ่งที่จะช่วยได้ ก็คือช่วยกันสนับสนุนแก้ไขพระธรรมนูญศาลทหารที่พรรคประชาชาติเราได้ยื่นต่อสภาแห่งนี้ การยื่นกฎหมายฉบับนี้ด้วยความเคารพท่านประธาน เพื่อนสมาชิกครับ เรายื่นตั้งแต่ ปี ๒๕๖๒ ไม่ได้ยื่นเพื่อต้องการหาเสียง เพราะเรายื่นตั้งนานแล้วครับ เพียงแต่ว่าสภาแห่งนี้ เพิ่งบรรจุเข้ามาในวาระของวันนี้ ด้วยความตั้งหน้าตั้งตารอที่จะสะท้อนให้เห็นปัญหา ที่เกิดขึ้นจริงใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท้ายนี้ขอวิงวอนเพื่อนสมาชิกขอให้ท่าน ได้ช่วยกรุณาเถอะครับ เมื่อท่านได้ยกมือสนับสนุนกฎหมายฉบับนี้นั่นหมายความถึงว่า ท่านได้ช่วยขจัดความเหลื่อมล้ำ ความไม่เป็นธรรมที่อยู่ในจิตใจของพี่น้อง ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ ที่ถูกปกครองบนกฎหมายพิเศษ ทั้งกฎอัยการศึก พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ออกไปจากหัวใจเขา ช่วยเขาเถอะครับ ขอขอบคุณท่านประธานครับ