ณัฐวุฒิ บัวประทุม หารือถึงความจำเป็นในการทบทวนบทบาทศาลทหารที่ขยายอำนาจมาครอบคลุมพลเรือน พร้อมตั้งคำถามต่อเจตจำนงในการใช้ศาลทหารและยกตัวอย่างกรณีทหารทำร้ายภรรยาจนพิการที่ได้รับโทษเบา สะท้อนปัญหาความยุติธรรมและความไม่เชื่อมั่นในกระบวนการ จึงเรียกร้องให้แก้ไขร่าง พ.ร.บ. ธรรมนูญศาลทหารเพื่อจำกัดขอบเขตอำนาจ คุ้มครองสิทธิพลเรือน และส่งเสริมการปฏิรูปกองทัพและระบบยุติธรรมอย่างรอบด้าน
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทองครับ ท่านประธานครับ จังหวัดอ่างทองเป็นหนึ่งในไม่กี่จังหวัดที่ไม่มีจังหวัดทหารบกประจำอยู่ในพื้นที่ แต่กระนั้นก็ตามครับ ในสิ่งที่ผมเองได้เคยมีส่วนร่วมและทำประเด็นเรื่องของการคุ้มครอง สิทธิของผู้หญิงหรือเด็กที่ตกเป็นผู้เสียหายในคดีความผิดเกี่ยวกับเพศ หลายครั้งผู้กระทำ ความผิดก็เป็นทหาร ซึ่งถูกพิจารณาคดีในศาลทหารเช่นเดียวกัน ที่ผมเริ่มแบบนี้ครับ เสียดายอย่างยิ่งที่ผมมิได้เป็นหนึ่งในผู้ร่วมลงลายมือชื่อในการเสนอร่างพระราชบัญญัติ ธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของท่านอาจารย์วันมูหะมัดนอร์ มะทา และคณะ แต่สิ่งที่ผมเริ่มแบบนี้ เพราะผมอยากยืนยันในหลักการก่อนครับว่าความจำเป็นในการมี ศาลทหารนั้นยังเป็นสิ่งที่จำเป็นอยู่ ในนานาอารยประเทศไม่ว่าจะเป็นในสหรัฐอเมริกา ไม่ว่าจะเป็นในสหราชอาณาจักร ก็ล้วนมีศาลทหาร ในหลายประเทศใช้กฎหมายที่เรียกว่า รูล ออฟ คอร์ต มาเชียล (Rules of Courts-Martial) ในการกำหนดบทกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ว่า ความเป็นอยู่ของศาลทหาร โครงสร้าง ตลอดจนอำนาจหน้าที่นั้นเป็นอย่างไร ประเทศไทย ก็เช่นเดียวกันครับ เราเริ่มมีศาลทหารครั้งแรกมาตั้งแต่กฎหมายที่เรียกว่าลักษณะขบฎศึก จ.ศ. ๗๙๖ แน่นอนครับ หลายร้อยปีที่ผ่านมา แต่กระนั้นก็ตามเราพบว่ามูลในเหตุของ การก่อกำเนิดของศาลทหารนั้นเริ่มเกิดจากกรณีที่ในสภาวะขณะนั้นเป็นสภาวะที่มีศึก สงคราม เป็นกรณีกับการใช้บังคับกับการธำรงวินัยการควบคุมบังคับบัญชาสำหรับทหาร ด้วยกันเอง แต่นี่เรากำลังให้บริบทของศาลทหารนั้นขยายมณฑลอาณาเขตมากกินอาณาเขต ของพลเรือน เอาเข้าจริง ๆ แล้ว มีรายงานวิจัยบางฉบับสรุปชัดเจนว่าศาลทหารนั้น กำลังสร้างสิทธิสภาพนอกอาณาเขตให้เกิดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งแน่นอนครับ เราบอกว่า เราปลดแอกจากการต้องขึ้นเป็นสิทธิสภาพนอกอาณาเขตมาเป็นร้อยปี แต่สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ตกค้าง อยู่ในประเทศไทย นั่นคือสิ่งที่เราจำเป็นต้องทบทวนกันอย่างยิ่ง ผมคิดว่าประเด็นเรื่องของ ศาลทหาร มีหลายประเด็นที่จำเป็นต้องพูดถึงครับ ว่าตกลงแล้วเจตจำนงของการมีศาลทหารกับ การบังคับใช้ในประเทศไทย ณ ขณะนี้นั้นเป็นอย่างไร ศาลทหารมีการแบ่งว่าสถานการณ์ใด เรียกว่าสภาวะปกติ สถานการณ์ใดเรียกว่าสภาวะไม่ปกติ ศาลทหารมีการแบ่งว่าลักษณะคดี ประเภทแบบใด ๆ ที่ไม่สามารถที่ขึ้นอยู่ศาลทหารได้ เช่น กรณีการกระทำความผิดที่ทหารนั้น ยังเป็นเด็กและเยาวชน หรือกรณีที่ศาลทหารเห็นว่าไม่อยู่ในกรอบอำนาจของศาลทหาร แต่สิ่งที่เราพบก็คือว่ามีการพยายามจะขยายอำนาจอยู่ตลอดเวลาครับ เช่น หลังรัฐประหาร เมื่อ ๒๒ พฤษภาคม ปี ๒๕๕๗ นั้น ก็มีคำสั่งที่ ๓๗/๒๕๕๗ ที่มีการออกกฎหมายระเบียบต่าง ๆ ว่าคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๐๘-๑๑๒ มาตรา ๑๑๓-๑๑๘ ต่าง ๆ นั้น ต้องขึ้นอยู่กับศาลทหาร นี่คือสิ่งที่พี่น้องประชาชนที่ออกมาเรียกร้องสิทธิและเสรีภาพ ต้องประสบมาโดยตลอด หลายท่านในที่นี้ก็เป็นผู้ที่ต้องขึ้นศาลทหารด้วยตัวของท่านเอง ซึ่งหลักการนี้ไม่ควรจะดำรงอยู่อีกต่อไป
อีกประการหนึ่งที่ผมจำเป็นต้องพูดถึงครับ เพื่อนสมาชิกท่านหนึ่ง ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ท่านคารม พลพรกลาง ก็ได้พูดเรื่องนี้ไปบ้าง ท่านประธานครับ ไม่กี่เดือนมานี้ศาลมณฑลทหารบกที่ ๑๕ จังหวัดเพชรบุรี มีการอ่านคำพิพากษาของ ศาลทหารกรณีร้อยตรีคนหนึ่งครับ ไปทำร้ายร่างกายภรรยา ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร เช่นเดียวกัน ในกรณีแบบนี้จะเห็นได้ว่าความผิดฐานทำร้ายร่างกายเป็นความรุนแรง ในครอบครัว ภรรยาประสบเหตุได้รับอันตรายสาหัส สังคมตระหนักว่าเรื่องแบบนี้จะต้อง คุ้มครองสิทธิของผู้เสียหายเป็นอย่างยิ่งและเป็นสิ่งที่เรารณรงค์มาโดยตลอด แต่ปรากฏว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในเดือนมีนาคม ๒๕๖๐ เกิดขึ้นในขณะที่มีการประกาศกฎอัยการศึก ท่านประธานทราบไหมครับว่าในความรุนแรงที่เกิดขึ้น ซึ่งผู้เสียหายรายนี้ไม่สามารถกลับมา ใช้ชีวิตได้แบบเดิม มีความพิการ ทุพพลภาพ ไม่สามารถกลับปฏิบัติหน้าที่ได้ ศาลทหาร ลงโทษจำคุกทหารคนนั้นแต่เพียงเรื่องการรอลงอาญาไว้ ๒ ปีกับมีเงินค่าปรับอีก ๑๒,๕๐๐ บาท ผมคิดว่าสิ่งแบบนี้ถ้าใครได้ยินข้อเท็จจริงเรื่องนี้ ถ้าใครมีจิตใจที่รักความเป็นธรรม แม้กระทั่ง ทหารที่มีความเป็นสุภาพบุรุษเองผมเชื่อว่าท่านก็รับไม่ได้ นั่นเป็นประเด็นที่ ๒ ครับ
ประเด็นที่ ๓ ท่านประธานครับ ด้วยเหตุดังกล่าวที่ผมนำเรียนในเบื้องต้น ยังไม่นับกรณีอีกมากมายซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของสถาบันทหารเอง เช่น กรณีของ ชัยภูมิ ป่าแส ที่ผลัดกันเกา กรณีของผู้เสียหายประสงค์จะร้องทุกข์ก็ต้องผ่านอัยการ ศาลทหาร กรณีของผู้เสียหายที่ประสงค์จะสู้คดีก็ต้องเข้าสู่ระบบของศาลทหาร ท้ายที่สุด มันเกิดความไม่เชื่อมั่นครับ ผมมีเพื่อนหลายคนครับ เป็นนายทหารพระธรรมนูญ เป็นอัยการ ศาลทหาร ผมมั่นใจถึงความเป็นนักกฎหมายของเพื่อนผม แต่ท้ายที่สุดไม่ว่าเขาจะทำหน้าที่ดี แบบใดประการใดก็แล้วแต่ ถ้าไม่มีหลักประกันความเป็นอิสระ ไม่มีหลักประกันว่าพลเรือน จะต้องได้รับการคุ้มครองในสถานะความเป็นพลเรือนในศาลยุติธรรม คำพิพากษาออกมา มันก็ไม่ก่อให้เกิดความมั่นใจในกระบวนการยุติธรรม และสิ่งเหล่านี้จะส่งผลร้ายต่อ การพัฒนากระบวนการยุติธรรมและความมั่นคงในประเทศของเราเอง ฉะนั้นครับ แม้การแก้ไขร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของท่านอาจารย์ วันมูหะมัดนอร์ และคณะ เป็นการแก้เพียงเล็กน้อย แต่สิ่งที่สำคัญคือการถอดสลักเบื้องต้น ครับว่า ต่อไปนี้กรณีที่ผู้เสียหายมิใช่เป็นบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหาร ไม่ว่าจะเป็น ในอนาคตหรือขณะที่พิจารณาคดีอยู่ พวกเขาควรได้รับการคุ้มครองความยุติธรรมในระบบ ศาลยุติธรรม ผมเชื่อมั่นว่าถ้าสภาแห่งนี้ช่วงกันในการรับหลักการและผลักดันการแก้ไข ร่าง พ.ร.บ. ธรรมนูญศาลทหารฉบับนี้จะเป็นหมุดหมายที่ดีที่นำไปสู่การปฏิรูปกองทัพ และนำไปสู่การปฏิรูปประเทศอย่างที่หลาย ๆ ท่าน พวกท่านเองก็คาดหวังเช่นเดียวกัน ผมสนับสนุนและเรียกร้องให้สภาแห่งนี้รับหลักการในวาระที่ ๑ ครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ