สุเทพ แจงห่วงกฎหมายแรงงานใหม่ เวิร์กฟรอมโฮม 24 ชม. เสี่ยงไร้คุ้มครอง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๗ · ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕

สุเทพ อู่อ้น อภิปรายกฎหมายคุ้มครองแรงงานที่เสนอปรับให้ลูกจ้างทำงานที่บ้านได้ไม่น้อยกว่าสัปดาห์ละ 8 ชั่วโมง พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงปัญหาการคุ้มครองแรงงานที่ไม่เพียงพอในรูปแบบเวิร์ก ฟรอม โฮม ระบุว่าแรงงานต้องทำงานเกินเวลาและได้ค่าจ้างไม่เหมาะสมกับค่าครองชีพ พร้อมเรียกร้องให้มีการกำหนดมาตรฐานค่าจ้างตามภาวะเศรษฐกิจ และผลักดันให้แรงงานมีสิทธิรวมตัวเป็นสหภาพเพื่อเจรจาต่อรองเงื่อนไขการทำงานอย่างเป็นธรรม

นายสุเทพ อู่อ้น แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุเทพ อู่อ้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สัดส่วน เครือข่ายแรงงาน ขออนุญาตมีส่วนร่วมในการอภิปราย พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานที่เสนอ โดยคุณอนุทิน โดยเนื้อหาที่มีการเพิ่มเติมมาตรา ๒๓/๑ ให้นายจ้างและลูกจ้างสามารถ ตกลงในสัญญาการจ้างให้ลูกจ้างสามารถทำงานในทางการ หรือที่จ้างที่ได้ตกลงกับนายจ้าง ไปทำงานที่บ้าน ณ ที่อยู่อาศัยของลูกจ้างไม่น้อยสัปดาห์ละ ๘ ชั่วโมง ให้นับเวลาดังกล่าว รวมเป็นเวลาทำงานในสัปดาห์ปกติของลูกจ้าง คืออย่างนี้ครับท่านประธานที่เคารพ ผมในฐานะที่เป็นลูกจ้าง เป็นแรงงานที่อยู่ใน พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน เป็นลูกจ้างมา ๓๐ ปี อยากเรียนให้ทราบว่า พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานที่จะมีการตราเกิดขึ้น ทางหน่วยงานกระทรวง แรงงานบอกว่าเป็นกฎหมายที่เป็นข้อกล่าวหา ซึ่งเหตุผลที่ผมจะพูดต่อไป เพราะว่า ถ้ามีการตราว่าให้สามารถตกลงกันได้ ซึ่งรายละเอียดจากตัวอย่างที่เกิดขึ้น กับการทำงาน เวิร์ก ฟรอม โฮม (Work From Home) ที่ผ่านมา เห็นได้ชัดเจนว่า เวลาทำงาน ตามปกติ กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนดไว้ละ ๘ ชั่วโมง ยกตัวอย่างเช่น ๐๘.๐๐ นาฬิกา ถึง ๑๗.๐๐ นาฬิกา แต่การทำงาน เวิร์ก ฟอรม โฮม (Work From Home) ที่ผ่านมา ไม่สามารถทำงานใน ๘ ชั่วโมงต่อ ๑ วันได้ด้วยเหตุมีการทำงานตลอดเกือบ ๒๔ ชั่วโมง จากการทำงาน เวิร์ก ฟรอม โฮม (Work From Home) ที่ผ่านมา อย่างนี้กฎหมายคุ้มครอง แรงงานจะสามารถคุ้มครองได้หรือไม่ นี่คือเงื่อนไขหนึ่ง ที่ผมเองในฐานะที่เป็นคนทำงานอยู่ อยากจะเรียนให้ท่านประธานรับทราบ และมีประเด็นที่อยากจะเรียนให้ท่านประธานว่า ขณะนี้เกี่ยวกับเรื่องค่าจ้างเมื่อสักครู่มีผู้อภิปราย ผมก็รู้สึกอึดอัด เพราะว่ามุมมองของค่าจ้าง ในปัจจุบันถามว่าทานข้าววันละเท่าไรต่อมื้อ ค่าจ้างรายวันเป็นอย่างไร และรัฐบาลไหน ที่จะควบคุมราคาสินค้าได้ ที่ผ่านมาไม่เคยมี มีแต่เพิ่มขึ้น ๆ ทำให้ค่าจ้างไม่เพียงพอ กับรายจ่ายเห็นได้ชัดเจน แล้วจะมีการมาตรากฎหมายลักษณะอย่างนี้ แล้วเรื่องค่าจ้าง ที่จะจ่ายในเงื่อนไข พ.ร.บ. คุ้มครองที่จะมี ใช้อะไรควบคุม เพราะบอกแล้วว่าเป็นกฎหมาย กล่าวหา นี่คือจุดด้อยที่แรงงานจะถูกกดทับต่อไปในสัญญาจ้างที่จะเกิดขึ้น ถ้ามีเงื่อนไข กฎหมายฉบับนี้ขึ้นมา ท่านประธานที่เคารพครับ จริง ๆ แล้วค่าจ้างมันควรที่จะมีการล้อ กับสภาพเศรษฐกิจจีดีพี (GDP) ซีพีไอ (CPI) ที่เกิดขึ้นกับค่าใช้จ่าย กฎหมายคุ้มครอง ควรจะมีลักษณะอย่างนี้ที่เกิดขึ้น ซึ่งทางผมเองได้มีการผลักดันเข้าสู่สภาก็ถูกนายกปัดตก กฎหมายเหล่านี้ควรที่จะมีมาตรฐานค่าจ้างที่สามารถขยับไปตามค่าครองชีพ สิ่งหนึ่ง ที่เราอยากจะบอกให้เห็น แล้วที่สำคัญเรื่องของการเตรียม ความพร้อมของการทำงาน จริง ๆ แล้วถามว่า วันนี้ถ้าบอกมีตราในเรื่องกฎหมายนี้ประมาณ ๘ ชั่วโมงทำงาน ซึ่งลูกจ้างเอง ที่ทำงานอยู่จากค่าจ้างที่ผมเรียนให้ทราบไปแล้ว ไม่เพียงพอต้องมีการทำ โอเวอร์ไทม์ (Overtime) เพื่อที่จะมีรายได้เพิ่ม ซึ่งเงื่อนไขเหล่านี้ถ้ามีการจ้างอย่างที่บอกให้เห็น และเห็นได้ว่าจากมาตรการ เวิร์ก ฟรอม โฮม (Work From Home) ทำให้ลูกจ้างมีรายได้ ลดลง ขณะนี้หนี้สินของแรงงานเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนมากกว่า ๑๐ เท่า สิ่งเหล่านี้อยากจะให้ทางสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานหลาย ๆ ท่านช่วยกันดูแล และผลักดันในเรื่องของกฎหมายที่ควรจะเกิดขึ้น และมันมีกฎหมายเหล่านี้อยู่แล้ว เดี๋ยว ส.ส. ท่านต่อไปจะมาพูดถึงว่า งานเหล่านี้มันมีกฎหมายอะไรอยู่บ้างแล้วในการที่จะดูแล สิ่งที่สำคัญต่อไป เรื่องที่จะเกิดขึ้นนั่นก็คือข้อตกลงที่จะเป็นการกดทับเหล่านี้ กฎหมายที่มีอยู่ มันควรจะต้องลดระดับการที่จะให้ดีที่สุด นั่นก็คือให้สิทธิแรงงานในการรวมตัวเป็นสหภาพ แรงงาน ปัจจุบันสหภาพแรงงานในประเทศไทยมีเพียง ๑.๕-๑.๖ เปอร์เซ็นต์ จากคน ๑๐ ล้านในระบบประกันสังคม กฎหมายแรงงานสัมพันธ์ปัจจุบันไม่รองรับให้มีองค์กรสหภาพ แรงงาน ถ้ามีระบบแรงงานสัมพันธ์ มีสหภาพแรงงานสัมพันธ์จะเห็นได้ว่า กฎหมายที่บอกว่า สามารถตกลงกันได้นั่นก็คือเรื่องของการเจรจาต่อรอง แต่ถ้าไม่มีองค์กรของพี่น้องผู้ใช้ แรงงาน ใครเล่าจะไปนั่งเป็นตัวแทนเจรจาในเรื่องเงื่อนไขเหล่านี้ก็จะถูกกดทับ ผมจึงวิงวอน รัฐบาลทุก ๆ รัฐบาลที่ผ่านมาถึงรัฐบาลขณะนี้และรัฐมนตรี เราเสนอข้อเรียกร้องวันแรงงาน มาตลอด เรื่องของอนุสัญญาไอแอลโอ (ILO) ๘๗๙๘ ว่าด้วยเรื่องของสิทธิการรวมตัว เป็นองค์กรสภาพแรงงาน ว่าด้วยเรื่องของการเจรจาต่อรอง สิ่งเหล่านี้ในประเทศ นานาสากลเขาดำเนินการเกี่ยวกับการยกระดับ การดูแลแรงงาน กฎหมายคุ้มครองแรงงาน ที่ไม่คุ้มครองแรงงานซึ่งตามมาแล้ว ถามไปบังคับใช้หรือไม่ โดยเฉพาะมาตรา ๑๑/๑ ที่บัญญัติว่าการจ้างงานต้องให้เกิดการจ้างที่เกิดเป็นธรรมในค่าจ้าง ในเรื่องของสวัสดิการ แต่วันนี้ถูกแยกออกว่าถ้าเป็นลูกจ้างประจำจะได้รับสวัสดิการ ๑ อย่าง ค่าจ้าง ๑ อย่าง และลูกจ้างซับ คอนแทร็กต์ (Sub Contract) ซึ่งเป็นลูกจ้างที่จะต้องได้รับค่าจ้างที่แตกต่าง และสวัสดิการที่แตกต่าง แล้วตรากฎหมายไว้มาตรา ๑๑/๑ ยังไม่สามารถบังคับใช้ได้ ดังนั้น กระผมถึงบอกว่าการที่จะมาตราในเรื่องกฎหมายที่ว่าเกี่ยวกับเรื่องของการจัดให้มีการทำงาน ที่บ้านซึ่งมีความละเอียดอ่อน ดังนั้นควรที่จะบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่ปัจจุบันให้กับแรงงาน ตามบทบาทหน้าที่ของรัฐให้กับลูกจ้างให้เพียงพอดีก่อนจะดีกว่าไหมครับ ขอบคุณมากครับ