มัลลิกา เสนอร่างคุ้มครองแรงงาน เดินหน้าส่งเสริมทำงานที่บ้าน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๗ · ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕

มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช เสนอร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานฉบับใหม่ที่ปรับปรุงให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะการส่งเสริมให้ลูกจ้างสามารถทำงานที่บ้านได้ตามข้อตกลง ซึ่งเห็นว่าจะช่วยลดปัญหาจราจรและมลพิษ รวมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างเหมาะสมกับสภาพสังคมยุคใหม่

นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ลพบุรี

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย ได้รับมอบหมายจากท่านอนุทิน ชาญวีรกูล และคณะ ให้เป็นผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธานคะ เนื่องจากว่าวันนี้ท่านอนุทินติดภารกิจ ดิฉันและคณะได้ขอเสนอร่างพระราชบัญญัติคุ้มครอง แรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ต่อสภาผู้แทนราษฎร และได้จัดทำบันทึกวิเคราะห์สรุป สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติตามข้อ ๑๑๐ ของข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้

๑. เหตุผลและความจำเป็นในการเสนอร่างพระราชบัญญัติ โดยที่ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ ใช้บังคับมาเป็นเวลานาน และมีข้อบังคับ บางประการที่ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป สมควรเพิ่มบทบัญญัติเกี่ยวกับ การสร้างทางเลือกสำหรับนายจ้างและลูกจ้างในการจ้างแรงงานตามพระราชบัญญัติคุ้มครอง แรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ เพื่อเป็นการสร้างทางเลือก และเป็นการแก้ไขปัญหาการจราจร ปัญหาการใช้พลังงานและเชื้อเพลิงในอัตราที่สูงเกินไป สำหรับนายจ้างและลูกจ้างในการจ้าง แรงงาน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

๒. สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติ ให้เพิ่มความในมาตรา ๒๓ แห่งร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ โดยกำหนดให้นายจ้างและลูกจ้าง สามารถตกลงในสัญญาจ้างให้ลูกจ้างสามารถนำงานในทางการที่จ้างหรือที่ได้ตกลงไว้กับ นายจ้างไปทำที่บ้าน หรือ ณ ที่อยู่อาศัยของลูกจ้างได้ เพิ่มเติมมาตรา ๒๓/๑

ท่านประธานคะ จากสถานการณ์ที่เรามีการระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) คำว่า เวิร์ก ฟรอม โฮม (Work from home) เราจะได้ยินกันบ่อยมาก ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐบาลและภาคเอกชน ก่อนหน้านี้ถ้าหลาย ๆ ท่านจำได้ เมื่อตอนที่เรา มีการเลือกตั้งเมื่อ ๒๕๖๒ นโยบายหนึ่งของพรรคภูมิใจไทยคือการให้ทำงานที่บ้าน เพื่อเป็นการลดการจราจรที่ติดขัด โดยเฉพาะเมืองใหญ่ ๆ อย่างเช่น กรุงเทพมหานคร ครั้งนั้นจำได้ว่าหลาย ๆ คน ตอนที่ดิฉันเคยไปพูดที่ลพบุรี คนต่างจังหวัดก็บอกว่า ไม่มีความจำเป็นทำไมต้องไปทำที่บ้าน ไปทำงานที่ทำงานก็สนุกดีอยู่แล้วได้เจอกับเพื่อน ถ้าทำงานที่บ้านจำเจ ก็มองว่านโยบายของพรรคภูมิใจไทยนั้นอาจจะไม่เกิดขึ้น แต่มาวันนี้ ด้วยสถานการณ์หลายสิ่งหลายอย่างมันทำให้เห็นว่า พรรคของเรามองการณ์ไกลนะคะ ท่านประธาน วันนี้คนที่กักตัวถึงแม้ว่าจะไม่ได้ติดก็สามารถที่จะทำงานอยู่ที่บ้านได้ และเมื่อปีใหม่ที่ผ่านมาทางสภาเราเองก็มีนโยบายที่ให้ทำงานอยู่ที่บ้าน ถามว่าผลการทำงาน อาจจะไม่ได้ถึงเต็ม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่สิ่งปัจจัยทางอ้อมที่เราเห็นก็คือ รถก็ติดน้อยลง การมีมลพิษของฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ก็น้อยลง ดังนั้นดิฉันเองมองเห็นว่า การทำงาน อยู่ที่บ้านเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่ง ซึ่งพวกเราเป็นผู้ออกกฎหมายควรที่จะมองจุดเล็ก ๆ เรื่องพวกนี้เอามาเติมเต็มทำให้ชีวิตสภาพความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนนั้นดีขึ้น แล้วก็กรุงเทพมหานครเรื่องปัญหาของฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) จะได้ว่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มี ส.ส. ท่านหนึ่งพูดถึงเรื่องนี้ว่ากรุงเทพมหานครไม่มีวันไหนเลยที่ปริมาณฝุ่นของพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) นั้นอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ดังนั้นดิฉันมองเห็นว่า ไม่ว่าจะเป็น เมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต น่าจะได้รับผลประโยชน์จากการตรา พระราชบัญญัติฉบับนี้ อีกอย่างหนึ่งที่เราจะมองเห็นนะคะ ผลกระทบเกี่ยวกับค่าแรงขั้นต่ำ ด้วยท่านประธาน ซึ่งวันนี้มีหลาย ๆ หน่วยงานมาบอกว่าอยากจะขอขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ซึ่งถ้าบอกว่ายิ่งเราขึ้นค่าแรงขั้นต่ำมากขึ้นสินค้าเราก็แพงขึ้นไปเรื่อย ๆ โดยเฉพาะวันนี้ หมูแพง น้ำมันแพง เวลารัฐบาลประกาศขึ้นราคาน้ำมัน ขึ้นทุกวันเลยท่านประธาน พอเวลาลด ลดวันเดียว หยุดไปวัน ๒ วันเดี๋ยวขึ้นอีกแล้วนะคะ หลาย ๆ อย่างปัจจัย ณ เวลานี้ ดิฉันมองว่าการที่ได้ทำงานอยู่ที่บ้านอาจจะเป็นการทำให้อารมณ์ของผู้ทำงานนั้นอาจจะดีขึ้น บางคนมีภาระ มีแม่อายุเยอะ มีลูกเล็กที่ต้องดูแลก็ไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทาง แล้วก็อยู่บ้านอยู่ในสภาพที่แบบแต่งตัวก็สบาย ๆ นะคะ ท่านประธาน แล้วก็อาจจะมีพ่อแม่ พี่น้อง มีลูก มีหลานนะคะ ทำงานไปก็คุยกันไป เล่นกันไป ก็จะทำให้ระบบของอีคิว (EQ) นั้น ดีไปด้วย ดังนั้นดิฉันมองว่าการร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีแต่ข้อดีนะคะ แต่ว่าจากที่ เมื่อสักครู่ที่ท่านประธานได้เอ่ยถึงว่ามีการเสนอความคิดเห็น แต่อาจจะมีการแก้ไขบางคำพูด ของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้บ้าง แต่ว่าโดยรวมดิฉันมองว่าการนำเสนอของท่านอนุทิน ชาญวีรกูล และคณะ ก็จะถือว่าเป็นประโยชน์แก่สังคมอย่างยิ่งนะคะ ดังนั้นวันนี้ดิฉัน ก็ขอเสนอร่างฉบับนี้พร้อมบันทึกหลักการและเหตุผล แล้วก็บันทึกวิเคราะห์สรุปสาระสำคัญ ของร่างพระราชบัญญัติมาเพื่อได้โปรดนำเสนอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา และหาก สภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบแล้ว ก็ขอได้โปรดนำเสนอวุฒิสภาพิจารณาตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยต่อไป ขอขอบพระคุณค่ะ