วีระกร แจงแก้ พ.ร.บ.คุ้มครองพยาน ชี้จำเป็นต่อความปลอดภัย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๗ · ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕

วีระกร คำประกอบ ชี้แจงการแก้ไขร่างกฎหมายคุ้มครองพยานฯ มาตรา ๑๐ ที่สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแล้วเสร็จ แต่วุฒิสภาแก้ไขกลับคืนสู่ร่างเดิมโดยไม่เข้าใจเจตนาของผู้ร่าง ซึ่งมีวัตถุประสงค์ให้เจ้าหน้าที่สามารถเปลี่ยนแปลงเลขบัตรประชาชนและข้อมูลทะเบียนราษฎรของพยานภายใต้คำสั่งศาล เพื่อคุ้มครองพยานในคดีร้ายแรงได้จริง ขณะที่ร่างเดิมไม่สามารถปฏิบัติได้เพราะไม่มีหลักประกันทางกฎหมาย ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่กล้าดำเนินการ fearing ความผิดทางอาญา

นายวีระกร คำประกอบ นครสวรรค์

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม วีระกร คำประกอบ พลังประชารัฐ จังหวัดนครสวรรค์ ในฐานะประธาน กรรมาธิการพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาเสร็จสิ้นไปแล้วและส่งไปให้วุฒิสภา อยากจะกราบเรียน ท่านประธานว่ากฎหมายฉบับนี้ก็เช่นเดียวกัน ทางท่านวุฒิสภาซึ่งเป็นกรรมาธิการ ก็โทรมาหาผมหลังจากลงมติไปแล้วว่า ถ้ารู้อย่างนี้ให้คุณวีระกรไปชี้แจงในกรรมาธิการ ของวุฒิสภาก็คงจะจบ ไม่มีปัญหา ท่านประธานครับ การแก้ไขของวุฒิสมาชิกมีประเด็น ที่สำคัญที่สุดก็คือ ในมาตรา ๑๐ ในวรรคสาม ซึ่งแก้ไขกลับไปเป็นอย่างเก่าตามร่าง ของรัฐบาลนั่นเอง ในวรรคสามเขียนว่า ในกรณีตามวรรคหนึ่ง (๓) ซึ่งกรรมาธิการของ สภาผู้แทนราษฎรเราได้เพิ่มไปว่า ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคุ้มครองพยาน ซึ่งได้รับอนุมัติเป็นหนังสือจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยื่นคำร้องฝ่ายเดียวต่ออธิบดี ผู้พิพากษาศาลอาญา เพื่อให้มีคำสั่งให้กรมการปกครองดำเนินการเปลี่ยนแปลงข้อมูล หลักฐานการทะเบียนราษฎร ท่านประธานครับ กฎหมายคุ้มครองพยานมีมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ ใช้มาเกือบ ๒๐ ปี ก็เขียนอย่างที่วุฒิสมาชิกแก้กลับไปเป็นอย่างเก่านั่นละครับ ก็คือ ให้กฎหมายว่าด้วยบัตรประจำตัวประชาชน ให้หน่วยงานแก้ไขไปตาม คือพูดง่าย ๆ ว่า เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเราถึงแก้ไปเป็นอย่างที่กระผมกราบเรียนแล้ว ขอเรียนท่านประธาน อีกนิดหนึ่งว่ากฎหมายคุ้มครองพยาน การคุ้มครองพยานมี ๒ แบบ ก็คือตามแบบมาตรฐาน แบบทั่วไปซึ่งมีการคุ้มครองพยานอยู่แล้ว มีเซฟเฮาส์ (Safe house) มีอะไรต่าง ๆ เพื่อดูแล ความปลอดภัยให้กับพยานที่จำเป็นที่จะต้องขึ้นให้การ แต่ว่าในการคุ้มครองเป็นกรณีพิเศษ หรือตามมาตรการพิเศษ ตามมาตรา ๑๐ ที่เขียนไว้เป็นมาตรการเพื่อคุ้มครองพยาน ตามมาตรการพิเศษอย่างหนึ่งอย่างใด คำว่ามาตรการพิเศษ ในกรณีนี้หมายถึงถ้าพยานคนนั้น ต้องมีอันตรายอย่างยิ่งยวดถ้าขึ้นให้การปรักปรำจำเลย ถ้าขึ้นไปปรักปรำจำเลยและจำเลย พวกที่เป็นแก๊ง (Gang) อาชญากรข้ามชาติก็ดีหรือเป็นองค์กรต่าง ๆ ที่เป็นมาเฟีย (Mafia) ใหญ่โต ฆ่าอย่างเดียวครับ ฆ่าไม่ใช่ฆ่าคนเดียวครับ ฆ่ายกครัว ฆ่ายกตระกูล ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องให้การคุ้มครองตามมาตรการพิเศษอย่างที่ผมกราบเรียนแล้ว ในกฎหมายเดิม ที่ออกเมื่อปี ๒๕๔๖ ก็เขียนไว้อย่างที่วุฒิสมาชิกเขาแก้กลับมาเป็นกฎหมายเดิมนี้ละครับ แต่ปรากฏว่ามันทำไม่ได้หรอกครับ การแก้ไขกฎหมายไปเป็นอย่างเก่า ก็คือไม่มีหลักประกันให้กับกรมการปกครองหรือสำนักงานทะเบียนราษฎร ให้เขามี ความมั่นใจว่าสิ่งที่เขาทำไปนั้นไม่ขัดต่อกฎหมาย ท่านประธานครับ การแก้ไข เลขบัตรประจำตัวประชาชน ๑๓ หลัก เป็นการทำผิดกฎหมาย ซึ่งสำนักงานทะเบียนราษฎร กรมการปกครอง เขาไม่ยอมทำเด็ดขาด พูดกันอย่างไรก็ไม่ยอมครับ เมื่อไม่ยอมกฎหมาย ก็เขียนขึ้นมาแล้วปฏิบัติไม่ได้ แล้วเขียนไปทำไม เราจึงได้หารือเป็นการส่วนตัวกัน กับท่านอธิบดีกรมการปกครองว่า จะทำอย่างไรเพื่อให้กฎหมายฉบับนี้สามารถปฏิบัติได้จริง สามารถดำเนินการได้จริง มีการแก้ไขบัตรประจำตัวประชาชนเพื่อเปลี่ยนแปลงข้อมูล ของบุคคลนั้นให้ไปเป็นบุคคลหนึ่ง เช่น อาจจะอยู่จังหวัดยะลา แต่เปลี่ยนแปลงไปเลยครับ เลขบัตรประจำตัวประชาชน ๑๓ หลัก เปลี่ยนชื่อเปลี่ยนแซ่ รวมทั้งบุพการี รวมทั้งภรรยา และบุตร ไปอยู่อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน อย่างนี้เป็นต้นครับ แล้วเปลี่ยนตัวบุคคล เป็นเอกลักษณ์ของบุคคล โดยเฉพาะเลข ๑๓ หลัก เพื่อไม่ให้ติดตามพยานที่จำเป็นที่จะต้อง ขึ้นให้การปรักปรำผู้ร้ายที่มีความรุนแรงอย่างยิ่งยวด กรณีนี้ถ้าเปลี่ยนกลับไปเป็นอย่างเก่า ก็ใช้มาตั้งเกือบ ๒๐ ปีแล้วครับ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ ไม่เคยมีมาตรการพิเศษนี้ทำได้เลยครับ ไม่สามารถที่จะแก้ไขเลขบัตรประจำตัวประชาชน เปลี่ยนอัตลักษณ์ เปลี่ยนตัวบุคคล ได้เลยครับ เกือบ ๒๐ ปีทำไมเขาทำไม่ได้ วันนี้วุฒิสมาชิกเขาก็แก้กลับไปเป็นอย่างเก่า อย่างที่ผมกราบเรียนแล้วว่าถ้าวุฒิสมาชิกเขาได้รับทราบว่า กรรมาธิการของ สภาผู้แทนราษฎรต้องไปคุยกันนอกรอบ โดยรู้จักกันส่วนตัวเขาถึงยอมคุยว่าต้องให้ กรมการปกครอง ให้เจ้าหน้าที่สำนักการทะเบียนราษฎรมีอะไรพิงฝาสักหน่อยสิครับ ไม่อย่างนั้นพวกผมทำกันไม่ได้หรอกที่จะให้กระทำผิดกฎหมายการทะเบียนราษฎร ไปเปลี่ยนเลข ๑๓ หลักพวกผมก็ติดคุกสิครับ ผมก็ถามว่าแล้วจะให้ทำอย่างไร เพื่อเป็นการให้ท่านมีหลักประกันว่าท่านทำได้อย่างถูก เขาก็พูดไม่อยากจะทำ อย่างไร ก็ไม่อยากทำ ผมบอกว่าหลักประกันนี้ผมขอให้เป็นคำสั่งศาลท่านจะยอมไหม เขาก็บอก ถ้ามีคำสั่งศาลมาผมก็ทำได้สิครับ กรณีนี้จึงแก้ไขมาเป็นอย่างนี้ครับ ต้องมีคำสั่งศาล เพื่อให้เจ้าหน้าที่เขาทำงานได้ไม่เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย เขาถึงจะยอมทำ เมื่อเราแก้มา เป็นอย่างนี้ปรากฏว่าวุฒิสมาชิกเขาไม่เข้าใจว่าเราแก้ทำไม เขาก็เลยแก้กลับไปเป็นร่างของ รัฐบาลเดิมที่เข้าสภานั่นละครับ ที่แก้นี่คือแก้ตามร่างเดิมเลย ซึ่งร่างเดิมก็คือกฎหมาย แบบเก่าละครับ ซึ่งกรมการปกครองเขาไม่ยอมทำ เพราะฉะนั้น โดยสรุปก็คือขอเวลาประชุม สักครั้งสองครั้งเท่านั้นละครับร่วมกันกับวุฒิสภา เขาก็คงจะยอมแก้ตามที่เราได้แก้ไขไปแล้ว ก็ฝากเพื่อนสมาชิกไม่ต้องอภิปรายเยอะหรอกครับ เพราะเชื่อว่าเราไปประชุมร่วมกันกับ วุฒิสมาชิกเพียงครั้งสองครั้งครับ ก็คงจะจบครับ เพื่อให้กฎหมายฉบับนี้ได้ออกมาใช้ให้ได้ ประโยชน์กับพี่น้องประชาชนต่อไป กราบขอบพระคุณครับ