สมคิด เชื้อคง หารือยุทธศาสตร์สถาบันพระปกเกล้าโดยเน้นประเด็นผู้หญิงกับการเลือกตั้งในชนบท และเสนอให้ศึกษาเงื่อนไขความแตกต่างในแต่ละพื้นที่ พร้อมทั้งหยิบยกเรื่องความขัดแย้งทางการเมืองเพื่อเสนอแนวทางแก้ไขโดยลดบทบาทองค์กรอิสระที่ชี้นำ รวมถึงกล่าวถึงปัญหาความขัดแย้งจากการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและความเหลื่อมล้ำ โดยเรียกร้องให้สถาบันฯ ระมัดระวังการออกความคิดเห็นเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในสังคม นอกจากนี้ยังวิจารณ์ปัญหาเศรษฐกิจไทยที่ขาดความชัดเจนในการบริหารจัดการ และเสนอให้สถาบันกลางดำเนินการวิจัยเพื่อหาสาเหตุ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายสมคิด เชื้อคง พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อสักครู่ได้ฟังรายงาน ของท่านอาจารย์จากสถาบันพระปกเกล้า ซึ่งความจริงผมก็ตามงานของท่านมาตลอด แล้วก็ขอขอบพระคุณที่อยู่ที่บ้านก็ได้อ่านหนังสือของพระปกเกล้า โดยไม่ต้องมาเรียน เพราะว่าท่านส่งผมถึงบ้านทุกเดือน แล้วก็บางเล่มต้องขอขอบพระคุณ อย่างกรณี เรื่องประชาธิปไตยรอบโลก อะไรต่าง ๆ หลายเรื่องที่ส่งเข้าไป ซึ่งผมเองก็ถือโอกาส ไม่ต้องซื้อหนังสือเลย ก็เรียนอย่างนี้ว่า เห็นเล่มที่ท่านนำเสนอแล้ว มันสวยแต่มันแพง บางทีทำต้นทุนก็สูง เอาต้นทุนต่ำกว่านี้ก็ได้มันอ่านได้อยู่ แต่ว่ามันสวยดีพิมพ์สี่สีอย่างนี้ เรื่องที่ผมเห็นที่ท่านได้ทำงานก็คือเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ซึ่งเวลาน้อยก็คงไม่ต้องพูดเยอะ ยุทธศาสตร์ที่ ๑ ที่ท่านเขียนก็ชอบเรื่องว่าผู้หญิงกับการเลือกตั้ง ซึ่งโดยทั่วไปแล้วผู้หญิงไทย โดยเฉพาะคนบ้านนอกบ้านนาแบบผมจะไม่ค่อยแสดงออกความคิดเห็นทางการเมือง เวลานี้ มันเป็นปัญหาอะไรก็ไม่รู้ อาจจะเป็นปัญหามาจากวัฒนธรรม อาจจะเป็นปัญหามาจาก เรื่องอื่น ๆ ซึ่งผมอยากให้พระปกเกล้าลองลงไปดูได้ละเอียดลึก ๆ สิว่า ทำไมผู้หญิง กับการเมืองถึงเข้ามามีส่วนร่วมไม่เยอะ โดยเฉพาะทางชนบท ทั้ง ๆ ที่ชนบทบ้านผมก็เจริญ อย่าลืมว่าคุณป้าผมซื้อน้ำยาปรับผ้านุ่มแล้ว ไม่ได้ล้าหลัง แต่ว่าในทางการเมืองยังถดถอยอยู่ เราสถาบันที่เหมือนทางการเมืองเราจะไปดูคนเหล่านี้ หรือไม่ให้ความรู้อย่างไร เมื่อสักครู่ ท่านบอกว่า ท่านก็ไปตามโรงเรียน ไปตามอื่นซึ่งก็ถูกแล้ว แต่ว่าเงื่อนไขต่าง ๆ มันอาจจะ ไม่เหมือนกันในแต่ละแห่ง
อีกเรื่องหนึ่ง ก็คือเรื่องที่ผมได้ดูแล้วว่าท่านสำรวจข้อมูล แผนที่ความขัดแย้ง ที่เกิดขึ้นเรื่องหนึ่งก็คือว่า ท่านหามูลเหตุของความขัดแย้ง หาความสำคัญของปัญหา ซึ่งรายละเอียดมันอาจจะเยอะ แต่สิ่งหนึ่งที่แบ่งความขัดแย้งเป็น ๔ มิตินี้ผมเอง ก็อยากจะบอกว่า ความขัดแย้งหนึ่งที่ท่านบอกความขัดแย้งทางการเมือง แน่นอน การเมือง มันเป็นเรื่องของความขัดแย้งทางความคิดไม่เป็นอะไร มันเป็นเรื่องปกติต่างคนต่างคิด แต่วันนี้ความขัดแย้งทางการเมืองที่ผ่านมา มันอาจจะไม่ใช่ความขัดแย้งทางการเมือง มันเป็นความขัดแย้งทางความรู้สึกด้วย เหมือนผมชอบหลวงพ่อองค์หนึ่ง อีกคนชอบหลวงพ่อ องค์หนึ่งก็ทะเลาะกัน ทำอย่างไรที่บ้านเมืองนี้มันจะไม่ต้องทะเลาะกัน ทั้ง ๆ ที่เราชอบ หลวงพ่อคนละองค์ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ หลายรายงานก็พยายามที่จะทำเรื่องนี้ พระปกเกล้าทำลองลงรายละเอียดดูว่า ในระยะยาวเรามีแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างไร นำเสนอได้ เพราะผมเชื่อว่าทางคณะครูอาจารย์ท่าน ครูบาอาจารย์ทั้งหลาย ถ้าผมอ่าน ผลงานวิจัยแล้วก็เก่ง เพราะฉะนั้นความขัดแย้งทางการเมืองเป็นความขัดแย้งปกติ เราต้อง มองก่อน บางเรื่อง บางสถาบัน สถาบันที่เป็นปัญหาทางการเมือง หรือสถาบันการศึกษา หรือแนวคิดของคนที่อยู่ในสถาบันนั่นละ เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างปัญหาความขัดแย้ง ทางการเมืองด้วย เพราะฉะนั้นเรื่องนี้สถาบันต้องระมัดระวังในการแสดงความคิดเห็น แม้กระทั่งผมก็พันไปถึงองค์กรอิสระ องค์กรอิสระอาจจะไม่ขึ้นตรงกับใครก็จริง แต่คนที่อยู่ในองค์กรอิสระถ้าพูดออกมาชี้นำ แล้วพูดออกมาเข้าข้างใดข้างหนึ่ง นั่นคือ ความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว หรือท่านจะรู้ไม่รู้ไม่ทราบ เพราะฉะนั้น ผมก็หวังว่า สถาบันพระปกเกล้าก็คงเป็นสถาบันหนึ่งที่เราจะลดปัญหาความขัดแย้ง ทางการเมืองลงได้โดยวิธีการอะไรผมไม่ทราบ เพราะผมจะวานเป็นหน้าที่ของท่านมาทำ ผมว่าเรื่องงบประมาณก็คงไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับท่าน เพราะว่าเราก็อยู่ในสภานี้
อีกเรื่องหนึ่ง ความขัดแย้งที่ท่านออกมาก็คือ การใช้ทรัพยากรธรรมชาติ เรื่องนี้เรื่องใหญ่ ถ้ามีเวลาพูดก็คงต้องยาว เพราะอะไรครับ วันนี้เมืองไทย สังคมไทย มันจะเหมือนกันหรือเปล่าไม่รู้ มันมือใครยาวสาวได้สาวเอา ใครที่เข้มแข็ง แหล่งทรัพยากรธรรมชาติ แถวบ้านผม เขตเลือกตั้งผมมันบ้านนอกบ้านนา อำเภอน้ำยืน อำเภอน้ำขุ่น อำเภอทุ่งศรีอุดม ทรัพยากรธรรมชาติก็ไม่ได้มีอะไรมาก แต่ถามว่าเยอะไหม เยอะ อย่างการระเบิดหิน อย่างการทำท่าทราย เหล่านี้เป็นทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเราเอง เสียโอกาสหลายเรื่อง คนยากคนจนเสียโอกาส โดยไม่ได้รับการแชร์เรื่องพวกนี้ออกมา มันเป็นความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นในประเทศไทยแทบทุกแห่งอาจจะเป็นเคส (Case) ของท่าน ศึกษาลองมาดูว่า ทำอย่างไรความเหลื่อมล้ำเหล่านี้จะลดลงไม่ให้เกิดความขัดแย้ง เรื่องการใช้ ทรัพยากรธรรมชาติ วันนี้บ้านผมก็แย่งน้ำกันพอหน้าแล้ง การแก้ปัญหารัฐบาลก็คล้าย ๆ กัน ไปขุดลอกขุดคลอง มันไม่ใช่การแก้ปัญหามันเป็นการที่นิด ๆ หน่อย ๆ เรื่องใหญ่ยังไม่ได้รับ การแก้ไข ก็สร้างความขัดแย้งได้ ซึ่งท่านอาจจะไปใส่ในรายละเอียด ผมไม่มีคำถามท่าน มีแต่ความคิดของผมที่บอกว่า สถาบันพระปกเกล้าถ้าจะเป็นหลักจริง ๆ นี่ผมก็เชื่อ อาจารย์นะว่า อย่างน้อย ๆ ความเชื่อมั่นของสังคมต้องมีก่อน ถ้าสถาบันออกอะไรมา เขาไม่เชื่อ อุ๊ย พระปกเกล้าหรือ เพราะฉะนั้นปัญหาเรื่องความขัดแย้งต่าง ๆ ไม่ว่าทางการเมือง ไม่ว่าทางเศรษฐกิจ ทางสังคม อยากให้สถาบันระมัดระวังความคิดเห็น เพราะมันละเอียดอ่อน ไม่อย่างนั้นทางพระปกเกล้าออกอะไรไป นั่นแน่ ๆ เข้าข้างนี้อีกแล้ว เข้าข้างนี้อีกแล้ว ซึ่งอยากให้ระมัดระวัง ซึ่งมันอาจจะไม่ได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ก็ไม่เป็นไร เพราะแต่ละคนแนวคิดไม่เหมือนกัน แล้วเราก็ต้องเคารพแนวคิดของครูบาอาจารย์ เหล่านั้นด้วย
อีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะฝากไปว่า ความขัดแย้งทางเศรษฐกิจ ผมเองเห็น ท่านเขียนแล้วก็ไม่ได้ลงรายละเอียด เพียงแต่ว่าเป็นกว้าง ๆ ผมอาจจะไม่เน้นใส่ใจ เพราะว่าเรื่องเศรษฐกิจ ผมเองก็ไม่ทราบว่ามันอยู่กับใคร เพราะทุกวันนี้เศรษฐกิจไทยไม่รู้ อยู่กับใคร ไม่รู้ใครผูกขาด รู้แต่ว่าเวลามันมีปัญหาแล้วรัฐบาลแก้ไม่ได้ มันไม่รู้อยู่กับใคร ท่านลองหามาดูสิว่า หมูแพงมันอยู่กับใคร ท่านลองหามาสิว่า ข้าวถูกนี่ใครจัดการ เหล่านี้ คือปัญหาหมด เพราะฉะนั้นผมว่าสถาบันที่เป็นกลางที่สุดคือของท่าน ลองไปทำการวิจัยดู ลองไปทำอะไรดู ให้กำลังใจอาจารย์ทุกท่าน ขอบพระคุณครับ