เพชรดาว สนับสนุนหลักสูตรสถาบันพระปกเกล้า ยันต้องฟื้น 4 ส. ใต้

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๒๗ มกราคม ๒๕๖๕

แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา ชื่นชมและสนับสนุนหลักสูตรของสถาบันพระปกเกล้า โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับสันติสุขในชายแดนใต้ พร้อมเรียกร้องการฟื้นฟูหลักสูตร 4 ส. ใต้ที่หยุดดำเนินการ และเสนอให้จัดหางบประมาณสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของสตรีมุสลิม ย้ำความสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ การเชื่อมโยงกับองค์กรระหว่างประเทศ และการขยายผลโครงการปลูกฝังเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้เพื่อส่งเสริมประชาธิปไตย ธรรมาภิบาล และแนวทางสันติวิธีอย่างเป็นระบบ

นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคภูมิใจไทยค่ะ ดิฉันขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสดิฉันได้ร่วมอภิปรายรายงาน ประจำปี ๒๕๖๓ ของสถาบันพระปกเกล้านะคะ ดิฉันขออนุญาตพูดใน ๒ สถานะค่ะ ในฐานะที่เคยเป็นศิษย์เก่าของสถาบันพระปกเกล้า ก่อนที่จะมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ในฐานะแรก ดิฉันได้เรียน ๒ หลักสูตรของสถาบันพระปกเกล้าคือ หลักสูตร เสริมสร้างสังคมสันติสุข รุ่นที่ ๒ และหลักสูตรผู้นำการเมืองยุคใหม่ รุ่นที่ ๖ ต้องบอกเลยค่ะ ว่าการสมัครเข้าไปเรียน ตอนนั้นไม่ได้เป็น ส.ส. นี้ ไม่ได้ง่ายเลยนะคะ นอกเหนือจาก คุณสมบัติ นอกจากความตั้งใจ แล้วก็การคัดสรรนักศึกษาที่จะเข้าเรียนของสถาบัน พระปกเกล้านี้ต้องบอกว่า ค่อนข้างมีคุณภาพค่ะ แล้วกว่าจะจบหลักสูตรมา ถ้าคุณไม่เรียน ครบตามชั่วโมงที่ได้กำหนดไว้ก็ไม่สามารถที่จะรับประกาศนียบัตร ต้องเรียนกับรุ่นน้องอีก อันนี้ก็ขอชื่นชมนะคะ ถ้าเปรียบเทียบกับหลักสูตรอื่น ๆ ที่เคยเรียน มักจะมีการเซ็นชื่อ โดยที่ไม่เข้าเรียนอะไรต่าง ๆ นานา และจากหลักสูตรเสริมสร้างสังคมสันติสุข ในของรุ่นดิฉัน ได้ทำเรื่องของสันติธานี เชื่อมโยงกับงานที่ดิฉันทำในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วยค่ะ แล้วก็มีรุ่นน้องค่ะ หลักสูตร ๔ ส. ๑๒ ซึ่งเป็นหลักสูตรที่กำลังศึกษาอยู่ ปัจจุบันนี้ก็ได้ไปเยี่ยม ที่จังหวัดปัตตานี แล้วก็จะต่อยอดจากที่รุ่นพี่เรียนเรื่องสันติธานีว่า จะทำอะไรได้บ้าง อันนี้เป็นเรื่องดีมากเลยค่ะ แล้วก็เรื่องสันติธานีดิฉันยังได้มีโอกาสนำเรื่องราวของจังหวัด ชายแดนภาคใต้ ที่ผ่านหลักสูตรของพระปกเกล้าไปนำเสนอในฐานะสมาชิกสหภาพรัฐสภา ที่ต่างประเทศด้วย อันนี้ขอชื่นชมค่ะ

เรื่องของหลักสูตรอีกหลักสูตรหนึ่งคือ ๔ ส. ใต้ค่ะ อาจจะไม่ได้จาก งบประมาณโดยตรงของสถาบันพระปกเกล้า แต่เป็นหลักสูตรที่ดีมากที่มันเชื่อมโยงกับ หลักสูตรใหญ่ของ ๔ ส. เช่นกัน อยากจะให้ทางสถาบันพระปกเกล้า หางบประมาณเพิ่มเติม เพราะตอนนี้ทราบว่าได้หยุดไปแล้ว อันนี้มีความสำคัญกับสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ค่อนข้างเยอะค่ะ

ประเด็นถัดมา ในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเหมือนที่ท่านสมาชิก หลายท่านได้พูดไปว่า ได้รับเอกสาร ได้รับหนังสือซึ่งมีประโยชน์มากค่ะ แต่ดิฉันก็เน้นย้ำว่า ถ้ามีการร้องขอหนังสือที่น่าสนใจสำหรับสมาชิกแต่ละท่าน เพราะแต่ละท่านอาจจะ มีความสนใจไม่เหมือนกัน ไม่ต้องส่งไปให้ทุกท่านค่ะ เพราะว่าเป็นการสิ้นเปลือง แล้วบางท่านก็ไม่ได้สนใจในหัวข้อหรือหนังสือที่เราส่งไปทั้งหมด

อีกประการหนึ่ง หลายท่านพูดถึงเรื่องผู้หญิงไทยกับการเลือกตั้ง โอกาส สู่ความเสมอภาค อันนี้เป็นเรื่องดีแล้วก็เป็นข้อมูลสำหรับดิฉันด้วยว่า ดิฉันได้รับเชิญจาก สถานทูตออสเตรเลียให้มีการพูดคุยในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้หญิงมุสลิม ในสภา ดิฉันก็จะมีข้อมูลตรงนี้สำหรับดิฉันเป็นอย่างดี

ถัดไปมีเรื่องของพีซ เซอร์เวย์ (Peace Survey) เป็นการศึกษาวิจัย เพื่อสำรวจพรมแดนความรู้และนำไปสู่การปฏิบัติ อันนี้เป็นเรื่องดีมากที่ทำกับหลากหลาย หน่วยงาน หลากหลายสถาบันในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะยังยืนยันสะท้อนให้เห็นว่า ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ยังเชื่อในแนวทางสันติวิธี แต่ก็ยังไม่เห็นความก้าวหน้าของรัฐ สักเท่าไรนักนะคะ

ประเด็นถัดมา เรื่องของงานวิชาการ ดิฉันได้มีการขอการบริการทางวิชาการ เพื่อดำเนินการวิจัยตามการร้องขอหรือควิก รีเสิร์ช (Quick research) ซึ่งใช้เวลาเพียง ๒-๓ เดือนในหัวข้อความท้าทายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการจัดการภาวะภัยพิบัติ โรคระบาดไวรัสโควิด-๑๙ (COVID-19) แล้วก็ดิฉันได้รับผลงานวิจัยนี้อย่างรวดเร็วและทันใช้ ในสถานการณ์ช่วงโควิด (COVID) นี้ด้วย ก็ต้องขอขอบคุณค่ะ

ส่วนเรื่องหลักสูตรการอบรมสำหรับบุคลากรในวงการรัฐสภา หลักสูตร ผู้ช่วยผู้ชำนาญการ ผู้เชี่ยวชาญ อันนี้ตามที่หลายท่านได้พูดถึงว่าเป็นหลักสูตรที่ดีมาก ผู้ช่วยผู้ชำนาญการ ผู้เชี่ยวชาญของดิฉันผ่านหลักสูตรนี้อย่าลืมว่า เขามาจากปัตตานี แล้วช่วงนั้นยังไม่มีโควิด (COVID) แล้วเขาได้มีโอกาสมาอบรมที่สถาบันพระปกเกล้า เป็นการพูดคุยปากต่อปากจนถึงทุกวันนั้น และสุดท้ายได้รับประกาศนียบัตรจากมือ ท่านประธานสภาคือ ท่านชวน หลีกภัย เป็นที่สร้างความภาคภูมิใจ แล้วก็ประโยชน์ ที่เขาได้จากการอบรมของสถาบันพระปกเกล้า เป็นเรื่องดีมากช่วยงานดิฉันได้มากทีเดียวค่ะ

ประเด็นถัดมาเรื่องช่องทางการสื่อสาร ดิฉันพยายามดูว่าดิฉันรู้จักสถาบัน พระปกเกล้า นอกเหนือจากที่เคยเป็นศิษย์เก่านั้นจากไหนบ้าง จากรายการทีวีเดอะคีย์ค่ะ ไขการเมือง อันนี้เป็นรายการที่ดีมากนะคะ แต่พอไปดูเรื่องของเฟซบุ๊ก (Facebook) วิทยุ มุ่งสู่ประชาธิปไตยกับสถาบันพระปกเกล้า อันนี้แทบจะไม่ได้ติดตามเลย แล้วก็เรื่องของ เคพีไอ ลิงก์ (KPI link) ค่ะ มีลิงก์ (Link) กับสมาชิกรัฐสภา แต่ดิฉันมีคำถามว่า มีสมาชิก รัฐสภาเข้าถึงมากน้อยแค่ไหน มีการประเมินหรือเปล่า ดิฉันเสียดายค่ะ เป็นงานวิชาการดี ๆ ของสถาบันพระปกเกล้า

อีกประเด็นหนึ่ง เรื่องของการจัดสัมมนา ดิฉันอ่านในนี้ในหน้า ๑๐๗ เรื่องบทบาทของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกับการทำงานภายใต้วิกฤติโควิด-๑๙ (COVID-19) มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับ เอ็นดีไอ (NDI) พอดีดิฉันเป็นสมาชิกที่ปรึกษาด้านสุขภาพ ของสหภาพรัฐสภา ต้องขอบคุณท่านประธานชวน หลีกภัย ที่ได้คัดเลือกดิฉันให้เป็นหนึ่ง ในที่ปรึกษาแค่ ๘ คนในทั้งหมดของสมาชิกสหภาพรัฐสภาทั้งหมดนี้นะคะ ปรากฏว่าเขาได้มี การสัมภาษณ์ดิฉันในการทำงานในช่วงโควิด (COVID) ดิฉันยังเสียดายเลยค่ะว่า น่าจะมีการ เชื่อมโยงค่ะ ไอพียู (IPU) ที่อยู่ในสภากับงานของสถาบันพระปกเกล้า อะไรที่มันเกี่ยวข้องกัน น่าจะมีการประสานเชื่อมโยงเชื่อมต่อ เพื่อให้ได้ข้อมูลได้ประสิทธิภาพมากขึ้นนะคะ

ประเด็นสุดท้าย ดิฉันเห็นมีโครงการปลูกฝังเยาวชนชายแดนใต้ เป็นกลุ่ม ประธานนักเรียนในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาจังหวัดยะลา ๖๓ คน ๒๒ โรงเรียนค่ะ ดิฉันทราบค่ะว่าเป็นโครงการที่ดี แต่คำถามค่ะ การติดตาม การขยายผลมีมากน้อยแค่ไหน และถ้าจะนำไปสู่วิสัยทัศน์สถาบันวิชาการชั้นนำด้านการพัฒนาประชาธิปไตย ธรรมาภิบาล และสันติวิธีเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ดิฉันคิดว่าการปลูกฝังเรื่องเหล่านี้ให้กับเยาวชน สถาบัน พระปกเกล้ายังทำได้น้อยค่ะ อย่างอื่นดิฉันขอให้กำลังใจและชื่นชมค่ะ ขอบคุณค่ะ