วุฒิสาร นำเสนอรายงานสถาบันพระปกเกล้า ๒๕๖๓ สรุป ๕ ยุทธศาสตร์หลัก

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๒๗ มกราคม ๒๕๖๕

วุฒิสาร ตันไชย นำเสนอรายงานประจำปีสถาบันพระปกเกล้า ๒๕๖๓ โดยสรุป ๕ ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ การพัฒนาความรู้, การพัฒนาผู้นำ, การสร้างความเป็นพลเมือง, งานวิชาการของรัฐสภา และพิพิธภัณฑ์ พร้อมชี้แจงวิสัยทัศน์ พันธกิจ และงบประมาณที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-๑๙

ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายวุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบัน พระปกเกล้า ขออนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ ในการกราบเรียนถึงรายงานประจำปีภารกิจของ สถาบันพระปกเกล้า ประจำปี ๒๕๖๓ ซึ่งผมขออนุญาตที่จะชี้แจงสั้น ๆ ครับว่า สถาบัน มีวิสัยทัศน์ที่จะเป็นสถาบันวิชาการชั้นนำด้านการพัฒนาประชาธิปไตย ธรรมาภิบาล สันติวิธี เพื่อประโยชน์ส่วนรวม โดยมีพันธกิจทั้งสิ้น ๗ พันธกิจด้วยกัน

พันธกิจแรก เป็นพันธกิจเรื่องของการศึกษาวิจัย

พันธกิจที่ ๒ เป็นพันธกิจที่ว่าด้วยเรื่องของการศึกษาอบรม ให้ความรู้

พันธกิจที่ ๓ เป็นพันธกิจว่าด้วยเรื่องการส่งเสริมงานวิชาการของรัฐสภา

พันธกิจที่ ๔ เป็นการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจให้กับพลเมือง

พันธกิจที่ ๕ เป็นเรื่องของการสร้างความร่วมมือขององค์กรทั้งใน และต่างประเทศ

พันธกิจที่ ๖ เป็นการส่งเสริมพัฒนาพิพิธภัณฑ์และการให้ความรู้ เป็นแหล่ง เรียนรู้พระปกเกล้าศึกษา และ

พันธกิจที่ ๗ เป็นการบริหารกองทุน

ในปีงบประมาณ ๒๕๖๓ สถาบันพระปกเกล้าได้รับงบประมาณทั้งสิ้น ๓๙๐,๖๕๔,๙๓๐ บาท ด้วยมีการแบ่งจัดสรรในงบประมาณตามพันธกิจ ๗ พันธกิจ ตามตัวเลข ซึ่งปรากฏอยู่ในเอกสารหน้า ๓๙

หากพิจารณาถึงยุทธศาสตร์ของสถาบัน ซึ่งเรากำหนดยุทธศาสตร์ไว้ ๖ ยุทธศาสตร์ด้วยกัน ซึ่งเป็นแผน ๕ ปีนั้น ก็จะปรากฏโครงการ ๘๙ โครงการ ตามเอกสาร ในหน้า ๔๑ ครับ ในปี ๒๕๖๓ สถาบันได้รับผลกระทบจากภาวะการแพร่ระบาดของโรค โควิด-๑๙ (COVID-19) ทำให้เราต้องมีการปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของการจัดการเรียนการสอน การวิจัย แต่ก็เป็นส่วนที่ดีครับ ที่ทำให้สถาบัน มีแรงผลักดันมากขึ้นในการที่จะเปลี่ยนสถาบันเป็นองค์กรที่เป็นองค์กรดิจิทัล (Digital) มากขึ้น รายละเอียดของการทำงานของสถาบันที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบจากการ แพร่ระบาดของโควิด (COVID) นั้นปรากฏอยู่ในเอกสารรายงาน หน้า ๔๘ ถึงหน้า ๕๐ ครับ สถาบันได้รับโอกาสและมีผลงานที่ได้รับการยอมรับจากในระดับประเทศอยู่หลายโครงการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการส่งเสริมการเสมอภาค ความเสมอภาคระหว่างหญิง-ชาย การเลือก ปฏิบัติระหว่างเพศ ได้รับรางวัลช่อสะอาด ได้รับรางวัลห้องสมุดดีเด่น

ผมขออนุญาตกราบเรียนว่า ในด้านยุทธศาสตร์แรก คือยุทธศาสตร์ ด้านการพัฒนาความรู้นั้น สถาบันได้จัดการเรียนการสอน จัดงานวิจัยครับ มีทั้งหมด ๕๕ เรื่อง ซึ่งปรากฏรายละเอียดและมีซัมมารี (Summary) อยู่ในเอกสารรายงาน หน้า ๕๔-๖๗ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านสมาชิกครับว่า หากท่านสนใจในเอกสารใด ท่านสามารถสแกนคิวอาร์โคด (Scan QR code) ในเล่มนั้นได้แล้วก็จะปรากฏขึ้น

พันธกิจที่ ๒ คือเรื่องการพัฒนาผู้นำ เราได้มีการผลิตหนังสือที่เกี่ยวข้อง กับผู้นำแล้วก็จัดการศึกษาอบรม ซึ่งเน้นในเรื่องของการที่จะทำให้ผู้เข้ารับการอบรมนั้น เกิดการเปลี่ยนแปลงในหลักการ ๓ หลักการ คือการมีความรู้ เรื่องของการมีจิตสาธารณะ ต่อสาธารณะ และสุดท้ายคือการที่จะเคารพในคุณสมบัติของความซื่อตรง โครงการทั้งหมด ที่ปรากฏอยู่ อยู่ในหน้า ๖๘-๗๙ ครับ

ยุทธศาสตร์ที่ ๓ เป็นยุทธศาสตร์การสร้างความเป็นพลเมือง ซึ่งสถาบันได้ให้ ความสำคัญมาโดยตลอด แม้ว่าไม่ได้รับงบประมาณในเรื่องของการพัฒนาศูนย์การเมือง ภาคพลเมืองใน ๕๖ จังหวัด แต่ภารกิจของเราก็ทำทั้งในระดับของโรงเรียน ในระดับ ของเยาวชน แล้วก็ในระดับของศูนย์การเมืองใน ๕๖ จังหวัด รายละเอียดปรากฏอยู่ในหน้า ๘๐ ถึงหน้า ๙๒

ด้านงานที่ ๔ เป็นงานส่งเสริมงานวิชาการของรัฐสภา ซึ่งเราได้ทำการ วิเคราะห์กฎหมาย จัดสื่อแล้วก็ระบบสนับสนุนงานวิชาการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการจัด ตลาดนัดวิชาการ เพื่อให้ท่านสมาชิกได้มีโอกาสเข้าไปรับรู้ถึงเรื่องใหม่ ๆ รายละเอียดทั้งหมด ปรากฏอยู่ตั้งแต่หน้า ๙๓ ถึงหน้า ๑๑๑ ครับ

ยุทธศาสตร์ที่ ๕ คือ ด้านพิพิธภัณฑ์ เราได้จัดนิทรรศการพิพิธภัณฑ์ เสมือนจริง แล้วก็ขณะนี้เราได้ดำเนินการเสร็จแล้ว คือศูนย์การเรียนรู้ประชาธิปไตย ซึ่งจะรอการเปิดอย่างเป็นทางการในเร็ว ๆ นี้ครับ เมื่อหมดภาวะโควิด (COVID) รายละเอียด ทั้งหมดก็ปรากฏอยู่ในเอกสารครับ

ด้านสุดท้ายคือในด้านการพัฒนาองค์กร สถาบันได้สร้างความร่วมมือ กับหน่วยงานในต่างประเทศเป็นจำนวนมาก แล้วก็มีกิจกรรมร่วมกันแม้ว่าจะมีภาวะ ของการแพร่ระบาดก็ตาม แต่ว่าสถาบันก็ใช้วิธีการในการที่จะใช้ระบบออนไลน์ (Online) รวมไปถึงเรื่องของการพัฒนาบุคลากรภายในของสถาบันเอง รายละเอียดทั้งหมดปรากฏ อยู่ในหน้า ๑๓๕ ถึงหน้า ๑๕๑ ครับ

ในส่วนของการตรวจสอบโดยคณะกรรมการ ในการตรวจสอบของ คณะกรรมการออดิต (Audit) ก็จะพบว่าสถาบันได้รับคะแนนประเมินอยู่ที่ ๙๙.๑๙ โดยที่กรรมการออดิต (Audit) นั้นได้กำหนดตัวชี้วัดไว้ทั้งสิ้น ๑๙ ตัวชี้วัด เอกสารปรากฏ ตั้งแต่หน้า ๑๕๓ สถาบันได้ดำเนินการตามข้อคิดเห็นที่ได้รับความเห็น และข้อเสนอแนะ จากรัฐสภา ทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา รายละเอียดปรากฏอยู่ในหน้า ๑๖๐ ถึงหน้า ๑๖๕ ครับ และ

ประการสุดท้าย สถาบันก็ได้ดำเนินการตรวจสอบสถานะทางการเงิน และบัญชี ซึ่งในการตรวจสอบบัญชีของ สตง. ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติใด ๆ ในการดำเนินงานของ สถาบัน

ในโอกาสนี้ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกว่า นี่เป็นภารกิจที่สถาบันดำเนินการในปีงบประมาณ ๒๕๖๓ และยินดีที่จะรับคำแนะนำ เพื่อพัฒนาให้สถาบันทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ต่อไป กราบขอบพระคุณครับ