จุลพันธ์ ชี้ กกต. เสียศรัทธา ปัญหาเลือกตั้ง-สรรหาเลขาธิการล้มเหลว

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๒๗ มกราคม ๒๕๖๕

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ วิพากษ์วิจารณ์บทบาทและศรัทธาของ กกต. ที่ถดถอยในสายตาประชาชน พร้อมเรียกร้องให้เสริมสร้างความน่าเชื่อถือ ตรวจสอบการเลือกตั้งอย่างโปร่งใส และเตรียมแผนรองรับการเลือกตั้งล่วงหน้าหากมีการยุบสภาอย่างกะทันหันภายใต้กติกาใหม่

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ต่อรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ปี ๒๕๖๒ ก็ต้องเรียนอย่างนี้ครับ ในเบื้องต้นเลยผมด้วยความเคารพ ท่านเกิดมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ ตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ นี่ก็ ๒๐ กว่าปีแล้ว สถานะของ กกต. ต่อสายตาของประชาชน มีขึ้นมีลง แต่ผมเชื่อว่าตั้งแต่การเลือกตั้งครั้งล่าสุดเป็นต้นมาจนกระทั่งมาถึงวันนี้ ถ้าไปทำโพล (Poll) สำรวจความชี้วัดจากพี่น้องประชาชนจริง ๆ โพล (Poll) จริง ๆ นี่ ผมเชื่อว่าหลายคนตั้งข้อสงสัยกับกระบวนการทำงานของ กกต. มาหลายปีแล้ว ท่านประธาน ตัวชี้วัดอย่างหนึ่งที่ง่ายที่สุดท่านไปดูตำแหน่งเลขาธิการ การแต่งตั้งเลขาธิการใหม่ การสรรหา ใหม่ของท่าน เปิดสรรหามาไม่มีคนสมัคร เงินเดือน ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ บาท หาคนมาสมัคร ไม่ได้ มันชี้อะไรบางอย่างว่า วันนี้การเข้าไปอยู่ในองค์กรโดยเฉพาะตำแหน่งสำคัญ เช่น เลขาธิการมันเผือกร้อน บุคลากรคนที่อยู่ข้างนอกคนนอกเขาไม่กล้าเข้า เขาสงสัยว่า เข้าไปแล้วมันจะเป็นอย่างไร เพราะว่าที่ผ่านผมเห็นเลขาธิการบางท่านออกมาแถลงข่าวที่ อินเทอร์เน็ต (Internet) ลุกเป็นไฟ เพราะว่ามีแต่ข้อท้วงติง มีแต่ข้อสงสัยที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นอันนี้มันเป็นเรื่องที่ท่านจะต้องสร้างความมั่นใจขององค์กรของท่านให้เกิดขึ้น กับพี่น้องประชาชน เพราะว่าการที่จะเป็นองค์กรอิสระหรืออย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าจะไม่มี ความผูกพันโดยการบังคับบัญชาจากภาครัฐ หรือจากสภาผู้แทนราษฎร หรือจากหน่วยงาน ใด ๆ แต่ความเชื่อมโยงต่อพี่น้องประชาชนอย่างไรก็ต้องมีอยู่ มันฉีกไม่ออกจาก พี่น้องประชาชน เพราะการเป็นองค์กรอิสระทำงานเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชน เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นหน้าที่ของท่านและเป็นภารกิจของท่านในการที่จะ เสริมสร้างความมั่นใจกลับคืนมา ที่น่าเป็นห่วงอีกอย่างหนึ่งก็คือ การเลือกตั้งหลายครั้งที่ผ่านมา รวมถึงการเลือกตั้งซ่อมที่เกิดขึ้นล่าสุดที่ภาคใต้ มีการออกมาพูดถึงเรื่องของการใช้เงิน เป็นตัวชี้วัดในการเลือกตั้งกันอย่างชัดเจน ที่หลักสี่กำลังจะมีการเลือกตั้งสุดสัปดาห์นี้ ที่หลักสี่ แล้วก็ที่จตุจักร ๓ แขวง ในเขต ๙ ของ กทม. ก็มีข่าวหนาหูมาก พวกผมอยู่ ได้ยินครับ เราลงไปอยู่ในพื้นที่ เราลงไปเดินเรารู้เลยว่ามันมีสถานการณ์ไม่ปกติ แต่มันเป็นที่ น่าห่วงมากว่า เหตุการณ์เหล่านี้ประชาชนทั้งประเทศรู้หมด ประชาชนทั้งประเทศได้ยิน ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เห็น คนเดียวที่ไม่เห็นในประเทศไทยก็คือ กกต. ทำไมมันถึงเป็น เช่นนั้นได้ อันนี้เป็นเหตุการณ์ที่เป็นตัวชี้วัดว่ากระบวนการทำงานของท่านมันยังมีปัญหา ผมต้องเรียนต่อท่านประธานผ่านไปยังผู้มาชี้แจงว่า เราอยากจะเห็น กกต. ที่สุจริตเป็นกลาง แล้วก็ทำงานได้ประสิทธิผลจริง ๆ ใครผิดรับโทษ ใครผิดออกจากการแข่งขันการเลือกตั้ง อันนี้เรายินดี แต่เราไม่อยากจะเห็นการทำงานที่มีการเลือกปฏิบัติ มีฝักมีฝ่าย แล้วก็มี เรื่องของการปฏิบัติภารกิจไม่สมบูรณ์อย่างที่ผ่านมาในบางครั้งไม่ได้หมายถึงบุคคลท่านใด หรือว่าหมายถึงยุคใด สมัยใด อันนี้ท่านพิจารณาได้เอง แต่คราวนี้เมื่อท่านมีโอกาสมาแล้ว ผมก็จะสอบถามท่านในเรื่องของอนาคตบ้าง เรามาดู ถึงรายงานในอดีต แต่ผมอยากจะอภิปรายถึงเรื่องในอนาคตอันใกล้นี้ ท่านประธานครับ ผมเข้าใจครับ ผมจะไม่ถามท่านในเรื่องของข้อกฎหมายซึ่งมันอยู่ใน พ.ร.บ. ประกอบ เรื่องของการเลือกตั้ง เรื่องของคณะกรรมการอะไรต่าง ๆ เพราะว่าอันนั้นมันขึ้นอยู่กับ กฎหมาย ถ้าไปถามความเห็นในเรื่องกฎหมายท่านตอบไม่ได้ ท่านก็ตอบตามตัวหนังสือ หรืออะไรที่มันยังไม่ออกซึ่งมันเป็นเรื่องของ พ.ร.บ. ซึ่งสภามีหน้าที่ในการกำหนด เราก็จะดำเนินการให้ครับ เพื่อให้มันเป็นกลไก แล้วก็เป็นเครื่องมือที่ท่านจะนำไปใช้ในการ ทำงานได้ แต่อย่างไรก็ตามมันมีคำถามที่ถามกันมากในสังคม วันนี้เป็นที่ชัดเจนครับว่า รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ได้รับการแก้ไขแล้วในมาตราที่มีเกี่ยวเนื่องกับการเลือกตั้ง นั่นก็คือ บัตร ๒ ใบ ๔๐๐ เขต แล้วก็ ๑๐๐ บัญชีรายชื่อ อันนี้เป็นที่รับทราบกัน โดยที่ตัวรัฐธรรมนูญ ฉบับแก้ไขผ่านรัฐสภา ได้รับการลงนามพระปรมาภิไธยจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นที่เรียบร้อย เพราะฉะนั้นการเข้าสู่การเลือกตั้งในครั้งถัดไป อย่างไรก็ตามต้องเป็น กติกาใหม่นี้ แต่ ณ ขณะนี้ร่างพระราชบัญญัติประกอบยังอยู่ในกระบวนการทำงาน ของรัฐสภา มันยังไม่จบ แต่สถานการณ์มันไม่มีความแน่นอนครับ ผมไม่ได้หมายว่า จะเกิดอะไรขึ้น แต่กรณีที่เหตุการณ์ทางการเมืองนำพาไปแล้วเกิดการเปลี่ยนยุบสภาขึ้นมา กะทันหัน มาตรการรองรับของ กกต. คืออะไร เพราะอันนี้เป็นหน้าที่สำคัญของท่าน ท่านจะไปนั่งคิดว่ามันคงไม่เกิดหรอก ไม่ได้ครับ เพราะว่าเราจะให้เกิดสุญญากาศ ทางการเมืองไม่ได้ อย่างไรมันต้องเดินหน้าต่อได้ มันต้องมีช่องทางออกให้กับสังคม ในกรณีนั้นท่านจะทำอย่างไร ท่านจะทำเรื่องไปยัง ครม. ให้เขาออกพระราชกำหนด เพื่อให้อำนาจท่านในการที่จะมากำหนดกติกาตามที่รัฐธรรมนูญได้รับการแก้ไขมาหรือไม่ อย่างไร อันนี้อยากจะฟังคำชี้แจงที่ชัดเจน เพราะว่าเราอยากจะได้รู้ว่าท่านมีความพร้อม หรือไม่เพียงใด เหตุการณ์เช่นนี้สถานการณ์ปัจจุบันก็เรียนท่านตรง ๆ ว่าดูแล้วจากเหตุการณ์ การเมืองปัจจุบันมีแนวโน้มเกิดสูง เพราะว่าร่างพระราชบัญญัติประกอบจะเข้ารัฐสภา มาพิจารณาก็น่าจะภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ มีการตั้งกรรมาธิการกว่าจะเข้ามาอีกที จบจริง ๆ ก็กลางปี เพราะฉะนั้นสถานการณ์เดือน ๒ เดือนข้างหน้าไม่มีความแน่นอน ก็อยากจะถามผ่านท่านประธานไปยังทางผู้มาชี้แจงว่า ในกรณีเช่นว่านี้ท่านมีทางออกเช่นไร ขอบคุณครับ