ประเสริฐ บุญเรือง หารือปัญหาการทุจริตในการเลือกตั้ง ทั้งในระดับชาติและท้องถิ่น โดยเฉพาะเรื่องการซื้อเสียงและการร้องเรียนที่ล่าช้า พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขเพื่อความโปร่งใสและยกระดับคุณภาพการเลือกตั้ง
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ บุญเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด กาฬสินธุ์ เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคเพื่อไทย วันนี้ต้องขอขอบคุณคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ได้มารายงานให้สภาได้ทราบ เรื่องผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมาในปี ๒๕๖๒ ซึ่งรูปเล่ม มีความสวยงาม ข้อมูลก็อย่างเต็มที่ ท่านประธานที่เคารพครับ ในปี ๒๕๖๒ เรามีการเลือกตั้ง ขึ้นมาครั้งหนึ่ง ก็คือการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเกิดขึ้นในวันที่ ๒๔ มีนาคม ปี ๒๕๖๒ และได้ประกาศผลการรับรองการเลือกตั้งเรียบร้อย จากปี ๒๕๖๒ ถึงปัจจุบัน เกือบ ๓ ปีเศษ ๆ แต่สิ่งที่ตามมาที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ถูกตั้งข้อสังเกตในการปฏิบัติ หน้าที่ไว้อย่างมากมาย ไม่ว่า ๑. การนับคะแนนบัญชีรายชื่อ ๒. การคิดอัตราสัดส่วน ๓. บัตรเขย่ง ๔. แบ่งเขตเลือกตั้งไม่เหมาะสม มีการกล่าวถึงเรื่องการซื้อสิทธิขายเสียง อย่างไม่เกรงใจคณะกรรมการการเลือกตั้ง โจ่งแจ้งโจ่งครึ่ม จับไม่ได้ไล่ไม่ทัน ท่านประธานครับ ผมเข้าใจ และในกรณีการให้อามิสสินจ้างที่เป็นตัวเงิน เข้าใจว่ามันยากที่จะหาหลักฐานได้ ทั้งจากผู้ให้และผู้รับ ซึ่งเปรียบเหมือนขโมยที่จะลักสิ่งของอะไรต่าง ๆ นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้น ในสังคมที่ความเป็นจริง ผมเข้าใจว่าที่ผ่านมา กกต. คงจะมีหลักฐานที่สามารถตัดสินใจ ให้ใบเหลือง ใบแดง ใบส้มซึ่งมีน้อยมากในยุค ๆ นี้ที่ กกต. ได้ดำเนินการ ส่วนใหญ่ที่ กกต. นำหลักฐานแล้วตัดสินให้ใบเหลือง ใบแดง ใบส้มนั้น ก็คือเรื่องเกี่ยวกับสัญญาจะให้ จูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้สิทธิลงคะแนนให้ตนเอง ใส่ร้ายป้ายสี มีหลักฐานอันเป็นเท็จ กล่าวเท็จต่อคู่ต่อสู้ ซึ่งเป็นหลักฐานที่ กกต. เอาผิดได้ เป็นส่วนใหญ่ที่ดำเนินการมา ในปีที่ผ่าน ๆ มาในปี ๒๕๖๒ ผมเลยตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เรื่องว่าเมื่อใดรัฐบาลจะจัดให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นเกิดขึ้น รัฐบาลก็ดำเนินการตามกรอบ ที่ได้ให้สัญญากับสภาผู้แทนราษฎรว่าให้จัดการเลือกตั้งปี ๒๕๖๓ ไม่ว่าเป็นองค์การบริหาร ส่วนจังหวัด เทศบาลตำบล เทศบาลเมือง หรือนคร จนมาถึงองค์การบริหารส่วนตำบล แต่สิ่งที่ยังไม่ทำ ๕-๖ ปี ก็คือการเลือกตั้งกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา ซึ่งเป็นรูปแบบ การเลือกตั้งท้องถิ่นพิเศษ เลือกตั้งมาแล้ว ๓-๔ อย่าง ผลไม่ต่างกันครับ ผลปรากฏว่า ท่านประธานก็คงจะได้ยินเหมือนผมได้ยินมา คือ ๑. การซื้อสิทธิขายเสียง ก็ยังเหมือนเดิม แถมหนักขึ้นกว่าเดิม จนมีวลีที่ฮิต (Hit) ติดปากมาทุกยุคทุกสมัย เช่น เงินไม่มีหนีไปนา เงินไม่มากาไม่เป็น เลือกตั้งไปคูหา ถ้าเงินไม่มา หาคูหาไม่เจอ มันเป็นแค็ปชัน (Caption) ที่ทำให้องค์กรก็คือ กกต. เสียหายมาก ผมคนหนึ่งที่ไม่เชื่อเหมือนอย่างที่ท่านประธาน ไม่เคยเชื่อว่า เงินไม่สามารถที่จะเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จได้ทั้งหมด เพราะดูจากการเลือกตั้ง ที่ผ่าน ๆ มาตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ และการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นที่ผ่าน ๆ มา คนที่คิดว่าเงินซื้อเสียง แล้วประสบผลสำเร็จ โดนพี่น้องประชาชนลงโทษอย่างมากมาย และเป็นตัวชี้วัดว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมา ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์นั้น เป็นผู้ได้รับเลือกตั้งที่เข้ามาใหม่ ถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์อย่างมาก ท่านประธานที่เคารพ ในใจจริง ๆ ผมอยากเสนอแนะแนวทาง ลดปัญหา ลดการร้องเรียนที่เกิดขึ้นโดยให้ กกต. เน้นย้ำ ซึ่ง กกต. ก็ได้ปฏิบัติอยู่แล้ว เรื่องการกำหนดกรอบ แนวทาง ผิดข้อห้าม ผิดระเบียบอะไรต่าง ๆ คิดเป็นกำหนดออกไป ๑๑ ข้อที่ท่านเข้าไป แล้วกรอบการดำเนินการ ๙ ข้อที่ท่านได้กำหนดไว้นั้น ถามว่า ชัดเจนไหม ชัดเจน แต่ว่าการประชาสัมพันธ์หรือการดำเนินการอาจจะไม่ครอบคลุม จนทำให้เกิดปัญหาการร้องเรียนเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างเช่น การติดตั้งป้าย ป้ายติดกัน ๑.๒๒ เมตร ๒.๔๔ เมตร หรือบอกว่า กกต. กำหนดให้ ๑.๒๒ เมตร ๒.๔๔ เมตร ถ้าเอาไป ติดกันถือว่าเป็นแผ่นเดียวกันได้หรือไม่ อย่างนี้ก็ยังร้องเรียนกัน ที่นี่ที่มันเกิดขึ้น เรื่องใส่ร้ายป้ายสีผู้สมัครฝ่ายตรงข้าม แล้วก็การรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งเสนอนโยบาย เกินความเป็นจริงความผิดชุดนี้ผมเสนอแนะ กกต. บอกว่า ให้ร้องเรียนได้ไม่เกิน ๑๖.๓๐ นาฬิกาก่อนวันเลือกตั้ง เพราะเป็นมโนสาเร่ เป็นเรื่องที่เล็ก ๆ น้อย ๆ จบด้วย ลักษณะก็คือจะเอามาร้องเรียนกันก็เป็นลักษณะนี้ ๑๖.๐๐ นาฬิกา ถ้าคุณไม่ร้อง ก็ถือว่าจบกระบวนการ แต่ว่าเรื่องที่สำคัญที่สุด เรื่องเม็ดเงิน เรื่องการแจกเงินแจกทองครับ ท่านประธานชวนย้ำนักย้ำหนาบอกว่า คนที่ขึ้นมาแล้วไม่มีความบริสุทธิ์ยุติธรรม อะไรต่าง ๆ ที่ท่านก็ว่ามาการแจกเงินต้องดูว่า เขาจะร้องเรียนก็ต้องรอคืนหมาหอนก่อน รอคืนหมาหอน รอหน้าหน่วย ๒-๓ วันถ้ายังไม่จบ กำหนดให้เลยบอกว่าหลังเลือกตั้ง ๓ วัน ถ้าคุณไม่ร้องเรียนก็คือจบ ไม่ใช่บอกว่าไปเป็นแล้ว กกต. ก็รับรองแล้วปีหนึ่ง บาง อปท. อย่างเทศบาลเมืองบัวขาวเลือกตั้งไป ๗-๘ เดือนแล้วยังมาร้องกันอีก คนทำงาน ใจมันไม่สู้ดีแล้ว นี่มันทำให้เกิดเหตุการณ์ ถ้าการตัดสินใจชั่ววูบ เดี๋ยวจะฆ่ากันตายก็เพราะ เรื่องลักษณะนี้ ก็เลยฝากคณะกรรมการการเลือกตั้ง แต่สิ่งที่เป็นปัญหาแท้ ๆ ในสิ่งที่ผ่านมา ที่มันเกิดขึ้น เรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้ง อีกไม่กี่เดือน ปีเศษ ๆ นี้ ถ้าอยู่ได้จริง ๆ ก็ให้ปีเศษ ถ้าอยู่ไม่ได้อาจจะเป็นวันที่ ๒๐ วันที่ ๓๐ หรือเดือนหน้า ๒ เดือน ๓ เดือน ต่อไปนี้อาจจะมี การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเกิดขึ้น ผมขอฝากคณะกรรมการการเลือกตั้งบอกว่า อย่าให้ได้ยิน อย่าให้เขาได้ร่ำลือกันบอกว่า พรรคการเมืองบางพรรค หรือเขตบางเขต แบ่งเขตพื้นที่อะไรเป็นของตัวเอง บอกว่าคิดว่าตัวเองจะได้คะแนนมากกว่านี้ เอามาในส่วนนี้ โดยไม่ได้คิดอัตราสัดส่วน ผมเชื่อมั่นว่า กกต. คงจะไม่สามารถชี้นำได้ เพราะว่า กกต. ถือว่าเป็นองค์กรอิสระ ไม่มีผู้ใดชี้นำ เป็นบุคลากรที่มีศักดิ์ศรี รักองค์กร มีความเที่ยงธรรม ผมเชื่ออย่างนั้น นี่คือสิ่งที่ขอกับ กกต. จริง ๆ ครับ ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพครับ