สุรทิน ตั้งคำถามรายงาน กกต. หวั่นงบเปลือง หนุนเพิ่มทุนพรรคการเมือง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๒๗ มกราคม ๒๕๖๕

สุรทิน พิจารณ์ ตั้งข้อสังเกตถึงความซ้ำซากของรายงาน กกต. ที่ใช้งบประมาณสูงแต่ไม่เห็นผลลัพธ์ชัดเจน พร้อมเสนอให้เพิ่มเงินสนับสนุนพรรคการเมืองเพื่อส่งเสริมประชาธิปไตยอย่างแท้จริง และเรียกร้องให้ กกต. ผ่อนปรนการบังคับใช้กฎหมาย เร่งรัดการตรวจสอบปัญหาการซื้อเสียงอย่างโปร่งใส รวมทั้งเปิดพื้นที่รับฟังข้อเสนอจากพรรคการเมืองเพื่อพัฒนาระบบการเมืองให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น

นายสุรทิน พิจารณ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ ได้ดูรายงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งมันก็คล้าย ๆ กันทุก ๆ ปีมา เล่มสวยงาม สีน้ำเงิน ท่านประธานครับ จากการที่ดูเนื้อหาก็เหมือนกับท่านผู้ทรงเกียรติที่อภิปรายไปเมื่อสักครู่นี้ อาจจะมีปัญหาบ้างงบประมาณที่ใช้ไป ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ ล้านแต่ละปี อันนี้คืองบประมาณ แผ่นดิน ท่านประธานครับ

เรื่องแรก คืออยากจะกราบเรียนว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง เจ้าหน้าที่ กกต. ที่อยู่ด้วยกัน ผมในฐานะหัวหน้าพรรคซึ่งอาจจะอยู่ใกล้ชิด ไปส่งงานส่งการทุกอย่าง ไปรับการอบรม ถือว่าในยุคนี้ที่มีท่านแสวง รักษาการเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ทำให้ส่วนหนึ่งก็คือความใกล้ชิดระหว่างพรรคการเมืองกับเจ้าหน้าที่รู้สึกว่าดูดีขึ้น แต่ก่อนอาจจะตึงเครียด ช่องว่างระหว่างพรรคการเมือง กกต. สูงมาก แต่ทุกวันนี้ ขยับเข้า ต้องชื่นชม แล้วก็เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายชื่นชม ขอชื่นชมว่า หลังจากที่มารักษาการ เลขาธิการพรรค มันดูดีไปทุกอย่าง อีกอย่างหนึ่งครับก็คือกองทุนพัฒนาพรรคการเมือง ทุกวันนี้ส่วนหนึ่งก็คือ พรรคการเมืองได้รับการอุดหนุนจากกองทุนพัฒนาพรรคการเมือง ก็รู้จักมักคุ้นกัน แต่ก่อนลำบากมากการที่ใช้กองทุนลำบากมาก ก็มีการฟ้องร้องกัน ส่งเงินคืน แต่ปัจจุบันก็เป็นไปตามข้อกฎหมายที่ทางสภาเราออกให้ทาง กกต. ปฏิบัติ ถือว่าสมบูรณ์ แต่สิ่งที่อยากฝากกราบเรียนท่านประธานผ่านไปที่ผู้ส่งเสริมก็คือภาครัฐบาลว่า ควรจะส่งเสริมพรรคการเมืองให้มากกว่านี้ ปากรัฐบาลไปประเทศไหน แล้วก็อ้างว่า เป็นประชาธิปไตย แต่ว่าการส่งเสริมยังน้อยอยู่ ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะอะไร เพราะว่าเงินที่กองทุนพัฒนาการเมืองที่ส่งเสริมพรรคการเมืองบางพรรคน้อยมากครับ บางพรรคอาจจะซื้อส้มตำแบ่งกันกินก็หมดแล้ว ๓-๔ ปีได้พรรคละ ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ ก็ยังมี ทุกวันนี้พรรคได้ ๗,๐๐๐-๘,๐๐๐ ก็ยังมี มันไม่พอ ท่านประธานครับ ฝากตัวนี้ไปที่รัฐบาล ก็น่าเห็นใจ ทาง กกต. หรือคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพราะเนื่องจากว่าต้องแบ่งเงิน เหล่านั้นให้กับพรรคการเมือง พรรคมันเยอะขึ้น แต่ว่าเราอยู่ในระบอบประชาธิปไตย เราไม่ซื้ออาวุธสักเล็กน้อยสัก ๒-๓ เปอร์เซ็นต์ เอามาพัฒนาพรรคการเมืองจะได้ไหม ไม่ใช่ว่า ทุกปีต้องไปดันซื้อให้กับ ๓ เหล่าทัพอยู่ เงินเป็นหลายหมื่นล้าน แต่ว่าเอามาพัฒนา พรรคการเมืองแค่จิ๊บจ๊อย เงินที่พัฒนาของ กกต. คือ ๓,๐๐๐ ล้านต่อปี ก็มีหลายอย่าง ที่ต้องใช้ ทั้งอาคาร ทั้งอบรม แต่พัฒนาพรรคการเมืองจริง ๆ มันน้อยนิดมาก เหมือนที่ผม กราบเรียน ต้องฝากท่านประธานไปที่รัฐบาล

อีกประเด็นหนึ่ง คือการปรับ การปรับก็เป็นไปตามข้อกฎหมายเข้าใจได้ อยากฝากไปที่คณะกรรมการการเลือกตั้งว่า การปรับพรรคการเมืองบางทีมันก็เป็นผลลบ ท่านประธานครับ คือพรรคการเมืองมันเดินไม่ได้ การคิดระหว่างกรรมการการเลือกตั้ง กับพรรคการเมืองอาจคิดคนละแบบลักษณะหนึ่ง ก็ฝากกราบเรียนท่านประธานว่า คนที่มาเป็นกรรมการสาขาพรรคการเมืองมาจากชาวบ้านแท้ ๆ มาจากพ่อใหญ่สี พ่อใหญ่มี พ่อใหญ่มา ที่ทำนามาทำพรรคการเมือง ไม่ได้เตรียมพร้อม แต่ว่ากฎหมายที่เราออกให้ กรรมการการเลือกตั้งที่ปฏิบัติจะต้องเอาคนเหล่านี้มาเป็นคณะกรรมการสาขา พรรคการเมือง มันเป็นความจำเป็น ยิ่งทุกวันนี้พรรคเยอะเกือบ ๑๐๐ พรรคต้องไปแย่ง พี่น้องประชาชนมันก็เลยเกิดปัญหา เพราะฉะนั้นฝากไปที่คณะกรรมการว่า ถ้าใช้หลัก รัฐศาสตร์เข้ามาปรับปรุงบ้างก็จะดี อย่าเน้นไปที่การปรับเป็นนิติศาสตร์ตลอดไป คนเรามันบอกมันสอนกันได้ ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือกราบเรียนว่าโดยข้อเท็จจริงแล้ว สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งทำงานหนัก บางครั้งบางคราวการตอบแทนจากแผ่นดิน อาจจะไม่ทั่วถึง

อีกอย่างหนึ่งท่านประธานที่เคารพครับ อยากฝากไปที่คณะกรรมการ การเลือกตั้งทั้ง ๗ ท่าน ที่ได้มาจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติของเรา การเข้าไปหา คณะกรรมการการเลือกตั้ง ๗ ท่าน บางคนยากมาก ผมอยากจะฝากท่านประธาน ไปที่คณะกรรมการการเลือกตั้งว่า ต้องทำตัวหลวม ๆ หน่อย บางทีผู้แทนอยากจะคุยด้วย อยากปรึกษาหารือเพื่อการพัฒนาบ้านเมือง การพัฒนาพรรคการเมือง การพัฒนาระบอบ ประชาธิปไตยเราจะทำอย่างไรอยากจะรู้ด้วย แต่ปรากฏว่ามันเข้าไม่ได้เลย ยอมรับว่า บางคนก่อนที่จะมาเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้ง ๗ ท่านเป็นเพื่อนกัน เป็นอธิบดีเพื่อนกัน แต่ก่อนเอาม็อบ (Mob) ไปล้อมกรมตลอด ปรากฏว่าพอมาเป็นมันเข้ายากมาก ผมว่าบางครั้งบางคราวมันก็ตึงเกินไป อยากจะฝากไปถึงเรื่องนี้

และอีกเรื่องหนึ่ง ที่ท่านผู้ทรงเกียรติจากพรรคประชาธิปัตย์ได้ถาม เรื่องการเลือกตั้งว่า เดี๋ยวนี้บางครั้งบางคราวการเลือกตั้งมันมีการซื้อเสียงที่ได้ยินมาเยอะมาก เยอะกว่าแต่ก่อนมากจริง ๆ แต่ว่ามันจับไม่ได้ ทำไมถึงจับไม่ได้ อันนี้เป็นคำถามของสังคม สังคมต้องถาม กกต. หรือบางทีจับคาหนังคาเขา จับได้จริง ๆ แต่คดีไม่คืบหน้า อันนี้ฝากไปที่ คณะกรรมการการเลือกตั้งครับ ขอบคุณท่านประธานครับ