วิรัตน์ ตั้งข้อสังเกตเลือกตั้ง 62 ชี้ กกต. ไร้ประสิทธิภาพ-ต้องโปร่งใส

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๒๗ มกราคม ๒๕๖๕

วิรัตน์ วรศสิริน ตั้งข้อสังเกตถึงความไม่โปร่งใสและความล้มเหลวของ กกต. ในการบริหารจัดการการเลือกตั้งปี 2562 พร้อมตั้งคำถามต่อความชอบธรรมของกระบวนการที่เอื้อให้หัวหน้า คสช. กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี และเรียกร้องให้เปิดเผยมติ กกต. รายบุคคล รวมถึงทบทวนการตั้งชื่อพรรคการเมืองที่อาจก่อให้เกิดความสับสน โดยย้ำถึงบทบาทสำคัญของ กกต. ในการรักษาหลักประชาธิปไตยและต้องทำหน้าที่ด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรมเพื่อความมั่นคงของระบอบการปกครอง

นายวิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ

กราบขอบพระคุณท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายวิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทยครับ วันนี้ก็เป็นโอกาสที่ดีที่ได้รับทราบ รายงานของท่านคณะกรรมการการเลือกตั้ง กกต. ประจำปี ๒๕๖๒ ก็เป็นปีที่มีการเลือกตั้ง ทั่วไปที่มีปัญหาอย่างมาก ผมคิดว่าท่านก็คงไม่ปฏิเสธว่ามีเสียงตำหนิติเตียนท่านมาก มากกว่าคำชมเชย มากเหลือเกิน มีข้อครหามากมายว่าการเลือกตั้งเป็นไปโดยไม่บริสุทธิ์ ยุติธรรม เป็นที่เคลือบแคลงสงสัยและมีข้อผิดพลาดอย่างมากมาย ท่านประธานครับ ตั้งแต่ผมเกิดมาเลือกตั้งกี่ครั้งก็ปิดหีบ ๑๕.๐๐ นาฬิกาทั้งนั้น ทั้งก็แปลกใจ ทั้งก็สงสัย ท่านเปลี่ยนเป็น ๑๗.๐๐ นาฬิกาทำไม ท่านประธานบ้านผมอยู่ในหมู่บ้าน หมู่บ้านก็ใหญ่ พอสมควรหลายร้อยหลังคาเรือน เลือกตั้งทุกครั้งหน่วยเลือกตั้งก็จะอยู่ในหมู่บ้านนั่นละ แต่มาครั้งนี้เลือกตั้งปี ๒๕๖๒ หน่วยเลือกตั้งมาอยู่นอกอยู่บ้าน มันอยู่ในซอกเล็ก ๆ ท่านประธาน ปิดหน่วยไม่มีใครไปดูการนับคะแนนหรอกครับ หกโมงเย็นแล้วมืด ๆ เงียบ ๆ จะไปทำอะไรกัน ก็ทำกันตามสบายท่านประธานไม่มีใครเห็นหรอกครับ แต่อย่างไรก็ตาม ผมอ่านในรายงานท่านแล้ว ท่านก็ยอมรับแล้วว่าความผิดพลาดในเรื่องนี้เรื่องที่เลื่อนเวลา ปิดหีบท่านก็ยอมรับแล้วว่า เป็นความผิดพลาด ผมอ่านจากรายงานแล้วนะครับ ท่านประธานครับ สำหรับคณะกรรมการการเลือกตั้งนั้น สิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องพูดถึงก็คือ ที่มาครับท่านประธาน เนื่องจากก่อนการจัดการเลือกตั้งปี ๒๕๖๒ เราอยู่ในระบอบทหาร คณะกรรมการการเลือกตั้ง ๗ ท่าน ก็มาจากการเสนอชื่อของ สนช. ซึ่ง สนช. ก็มาจาก คสช. คสช. ตั้ง สนช. สนช. ตั้ง กกต. กกต. เลือกตั้งได้หัวหน้า คสช. กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีต่อ ท่านประธานครับ พัวพันกันเป็นลูกโซ่ ลูกโซ่นะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ การเลือกตั้งปี ๒๕๖๒ ก็ไม่ต่างจากเพียงแค่พิธีกรรมที่จะประทับรับรองความชอบธรรมให้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีต่อเท่านั้น ผมไปไหนมาไหนคนนั้น ก็บอกไม่ได้เลือก พลเอก ประยุทธ์ คนนี้ก็บอกไม่ได้เลือก พลเอก ประยุทธ์ แต่สุดท้าย พลเอก ประยุทธ์ ก็กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ดี ด้วยสูตรคำนวณพิสดาร ประชาชน บอกว่า สูตรพิสดาร แต่ท่านบอกว่าสูตรตามรัฐธรรมนูญเป๊ะ มาตรา ๙๑ เป๊ะ คำนวณเป๊ะ บวกด้วย ส.ว. ๒๕๐ คน ได้ พลเอก ประยุทธ์เป็นนายกฯ ต่อ ท่านประธานครับ กระผม มีข้อสังเกตข้อสงสัยอยู่ ๒-๓ ประการ จากการที่อ่านรายงานเล่มนี้ท่านประธาน

ประการแรก อยู่ในส่วนที่ ๒ หน้า ๕๒ ข้อ ๑.๖.๔ สถิติเรื่องคัดค้าน และสำนวนการเลือกตั้ง ผมคิดว่าจำนวนเรื่องคัดค้านในตารางที่ ๕ ข้อมูลในส่วนนี้ยังหยาบ เกินไป ผมอยากจะเห็นการแยกประเภทมากกว่านี้ว่า เรื่องคัดค้าน เรื่องร้องเรียนต่าง ๆ มีอะไรบ้าง และผลการวินิจฉัยเป็นประการใด ท่านคณะกรรมการทั้ง ๗ ท่าน และแต่ละท่าน มีมติอย่างใดใช่ไหมครับ มติชี้ถูก ชี้ผิด ผมคิดว่าควรจะต้องเปิดเผยให้ประชาชนได้ทราบ เสียงข้างมาก ข้างน้อยเท่าไร ใครมีมติอย่างไรประชาชนควรจะได้รับรู้ครับ ท่านประธานครับ ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ผมไม่เห็นในรายงาน ก็คือคำร้องของพรรคเสรีรวมไทยก่อนการเลือกตั้ง ที่ขอให้ กกต. วินิจฉัยด้วยเหตุว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหัวหน้าคณะปฏิวัติ มีพฤติกรรมที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย แต่ได้รับการเสนอชื่อเป็น นายกรัฐมนตรีในบัญชีของพรรคพลังประชารัฐ พรรคเสรีรวมไทยได้ยื่นเรื่องขอให้ทาง กกต. ยุบพรรคพลังประชารัฐ โดยขอให้เทียบเคียง กับกรณีของพรรคไทยรักษาชาติ แต่เรื่องนี้สุดท้าย ท่าน กกต. ท่านก็ได้วินิจฉัยยกคำร้อง ไปแล้ว ก็ไม่เป็นไรครับ เข้าใจดี เพียงแต่สงสัยว่าคำวินิจฉัยทำไมไม่ได้ปรากฏอยู่ในรายงาน เล่มนี้เท่านั้นเอง ท่านประธานครับ ยังมีเรื่องร้องเรียนอีกเรื่องที่ไม่เคยเห็นว่ามีการวินิจฉัย ไปแล้วหรือไม่ อย่างไร เช่น เรื่องการตั้งชื่อพรรคพลังประชารัฐที่พ้องกับโครงการของรัฐ หรือโครงการประชารัฐ ทำให้ประชาชนเข้าใจได้ว่า มีความเกี่ยวพันกันกับโครงการของรัฐ ระเบียบ กกต. ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๓ การจัดตั้งพรรคการเมือง ของพรรคการเมืองต้องไม่มีคำหรือข้อความดังต่อไปนี้ ๑. ชื่อกระทรวง กรม หน่วยงานรัฐ เป็นต้น ๒. ชื่อที่ก่อให้เกิดความสำคัญผิดว่าเป็นของรัฐบาล ท่านประธานครับ ท่านรองเลขาธิการ กกต. ชื่อพลังประชารัฐ และโครงการประชารัฐทำให้ประชาชนสำคัญผิด หรือไม่ครับ แน่นอน สำคัญผิดแน่นอน ท่านประธานระเบียบที่ห้ามตั้งชื่อพรรคเหมือนกับ หรือคล้ายกับหน่วยงานรัฐ หรือโครงการรัฐมีมาตั้งแต่อดีตแล้วครับ มีมานานมากแล้ว ทำไม่ได้ เขาห้าม แล้วก็ไม่มีใครเขาทำหรอกครับ แต่ว่าที่ทำได้ก็เพราะว่าช่วงออกระเบียบ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ เกิดช่องว่าง ก็เลยไปจดทะเบียนตอนนั้นใช่หรือไม่ มีนกรู้และนกไม่รู้เลยไปจดทะเบียนได้ในตอนนั้น ก็ไม่ทราบว่าใช่หรือไม่ จดปี ๒๕๖๑ แต่ระเบียบออกปี ๒๕๖๓ ก็เป็นไปโดยประการละฉะนี้

อีกประการหนึ่ง ท่านประธานครับ เรื่องทุจริตการเลือกตั้ง กกต. มีผลการจัดการกับเรื่องทุจริตการเลือกตั้ง โดยถือได้ว่าต่ำมาก อาจจะสูงเกินไปด้วยซ้ำไป อาจจะต้องใช้คำว่า ไม่มีเลย ไม่ใช่ต่ำอย่างเดียวแต่ไม่มีเลย ในขณะนี้ประชาชนทั่วไปเขารับรู้ กันโดยทั่วไปว่า มีการซื้อสิทธิขายเสียงกันไปทั่ว แต่ กกต. ไม่สามารถจับการทุจริตได้ เป็นเรื่องเป็นราวเป็นชิ้นเป็นอันแม้แต่ครั้งเดียว จะมีผลงานสักชิ้นท่านประธาน ใบส้มที่เชียงใหม่ เขต ๘ ใส่ซอง ๒,๐๐๐ บาท ให้พระ ศาลก็พิพากษายกครับ เสียหาย ต่องบประมาณแผ่นดินต้องจัดเลือกตั้งใหม่ เปรียบเทียบกับลำปางที่มีทั้งพยานหลักฐาน ซื้อขายเสียงชัดเจน คนเดินโพย ซื้อเสียงเอาเงินมาให้ เงิน ๒ คนนะ ฝากให้แม่ด้วย กาเบอร์ ๑ นะ ให้เงินเสร็จ พูดเสร็จ เดินออกไปยังหันมาชูนิ้ว เบอร์ ๑ นะ อย่างนี้ กกต. ให้ใบเหลืองครับท่านประธาน ใบเหลืองหมายความว่าอะไร คลุมเครือไม่ชัดเจน ใช่หรือไม่ครับท่าน กกต. หรือว่าจะต้องจับให้ได้ว่า ผู้สมัครเดินมาแจกเงินเอง ถึงจะชัดเจน อย่างนั้นหรือครับ ไม่อยากจะพูดว่าสิ้นเปลืองงบประมาณ แต่เสียดายภาษีประชาชน ฝากถึง คณะกรรมการทั้ง ๗ ท่านด้วย

ท่านประธานครับ เรื่องกลไกผู้ตรวจการเลือกตั้ง ท่านประธานผมขอเกินเวลา อีกนิดหน่อยก็เป็นปัญหา กลไกที่สูญเปล่าใช้งบประมาณดำเนินการถึง ๕๐๐ ล้านบาท แต่ไม่มีผลงานที่เป็นชิ้นเป็นอัน เป็นเรื่องเป็นราวสักเรื่องเดียว ท่านประธานครับ ท่านเสรีพิศุทธ์ เชิญมาถามในกรรมาธิการ ป.ป.ช. ว่ามีการซื้อขายเสียงกันเต็มไปหมดท่านไม่เห็นหรือ ท่านประธานทราบไหมครับ ผู้ตรวจการเลือกตั้งของ กกต. ตอบว่าอย่างไร ท่านประธาน พูดแล้วจะขำ ตอบว่าก็ท่านเห็นนี่ แต่ผมไม่เห็น ท่านรองเลขาธิการท่านคิดว่าอย่างไร ท่านตอบว่า ท่านเห็นแต่ผมไม่เห็น ท่านประธานครับ ผมว่าผู้ตรวจการเลือกตั้งได้ทำงาน คุ้มค่ากับเงินภาษีประชาชนหรือไม่ครับ ที่จริงคำถามนี้ผมควรจะถามไปยัง กกต. ทั้ง ๗ ท่าน มากกว่า คณะกรรมการ กกต. ทำงานคุ้มค่ากับเงินภาษีประชาชนหรือไม่

สุดท้ายครับท่านประธานเลยเวลามาเยอะแล้ว กระผมขอกราบขอบพระคุณ รายงานเสนอต่อสภาและขอย้ำว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นองค์ประกอบสำคัญ ในกลไกตามระบอบประชาธิปไตยของไทย สมควรอย่างยิ่งที่ท่านจะมีบทบาทในการ จัดการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ ยุติธรรม เพื่อส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขให้ยั่งยืนสถาพรอย่างแท้จริงต่อไป กราบขอบพระคุณ ท่านคณะกรรมการและขอบพระคุณทุกท่าน และขอบพระคุณท่านประธานด้วยครับ ขอบพระคุณครับ