สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๒๗ มกราคม ๒๕๖๕

กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ หารือเรื่องการแก้ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และแสดงความกังวลเกี่ยวกับการแต่งตั้งผู้แทนพิเศษใหม่ ที่อาจนำไปสู่การเพิ่มโครงสร้างในการแก้ปัญหาแทนการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง

นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ นราธิวาส

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ นราธิวาส ประกอบด้วย อำเภอบาเจาะ อำเภอยี่งอ อำเภอรือเสาะ และอำเภอศรีสาคร พรรคประชาชาติ ก่อนอื่น ต้องขอบคุณท่านประธานที่ได้บรรจุระเบียบวาระการตั้งกระทู้ ที่ผมได้ยื่นต่อสภาแห่งนี้ เพราะว่ากระทู้นี้ผมและพรรคประชาชาติเรามองเห็นว่า เป็นกระทู้ที่มีประเด็นคำถาม ที่ต้องการความกระจ่างกับฝ่ายบริหารในประเด็นใหญ่ก็คือ การแก้ปัญหาสามจังหวัด ชายแดนภาคใต้ และผมพร้อมกับพรรคประชาชาติขอทำหน้าที่ในฐานะที่เป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ตรวจสอบการทำงาน การบริหารงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตั้งผู้แทนพิเศษเพื่อขับเคลื่อน การแก้ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานครับ ผมจะตั้งคำถาม ๓ คำถาม แล้วก็ ให้ท่านรัฐมนตรีตอบทีละคำถาม ด้วยความเคารพท่านรัฐมนตรีครับ คำถามแต่ละคำถาม ผมอยากให้ท่านตอบตรงตามที่ได้ถาม เพราะว่ามันเป็นประเด็นปัญหาผมเชื่อว่า หลาย ๆ ท่านที่อยู่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องการคำตอบเพื่อความกระจ่างใน การบริหารงานการแก้ปัญหาของท่าน ท่านประธานที่เคารพ ปัญหาสามจังหวัดชายแดน ภาคใต้ ท่านประธานอยู่ในสภาแห่งนี้มานานคงได้ยินการถก การอภิปรายการแก้ปัญหา สามจังหวัดชายแดนภาคใต้มาโดยตลอด แม้แต่สภาชุดนี้ผมเอง และพรรคประชาชาติเราก็ได้ มีการนำเสนอ สะท้อนปัญหาของการแก้ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่เรื่อยมา คำ ๆ หนึ่งที่เกี่ยวข้องกับกระทู้ที่ผมจะถามท่านรัฐมนตรีผมเองเชื่อว่าหลาย ๆ ท่านอาจจะ ยังไม่ทราบว่าการแก้ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้นี้ที่มีตลอดระยะเวลาเป็นเวลานาน ตอนนี้โครงสร้างของการแก้ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้มีอยู่คณะหนึ่ง หลายท่าน อาจจะไม่เคยได้ยิน ก่อนหน้านี้อาจจะเคยได้ยินสภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักงาน คณะกรรมการ คปต. คปต. ส่วนหน้า กอ.รมน. กอ.รมน. ส่วนหน้า หรือแม้กระทั่ง ศอ.บต. นั่นคือหน่วยงานหลัก หน่วยงานปกติ และหน่วยงานพิเศษที่มีอยู่ก่อนแล้วในการแก้ปัญหา สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เราสิ้นงบประมาณในการแก้ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ หลายแสนล้านบาท แล้วก็พยายามเดินตามยุทธศาสตร์แห่งชาติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๓ แต่ปรากฏว่าตอนนี้มันมีคำ ๆ หนึ่ง คณะ ๆ หนึ่งก็คือคณะผู้แทนพิเศษเพื่อแก้ปัญหา สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ คณะนี้ไม่ใช่เพิ่งมี แต่เพิ่งมีการแต่งตั้งล่าสุดในครั้งที่ ๔ เมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม โดยคำสั่งของนายกรัฐมนตรี มีการแต่งตั้งคณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาล ในการแก้ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นครั้งที่ ๔ ท่านประธานครับ คณะผู้แทนพิเศษ นี้จริง ๆ แล้วมันเป็นผลพวงของการตั้งเมื่อสมัยหลังจากที่นายกรัฐมนตรีมีการปฏิวัติ รัฐประหารเมื่อปี ๒๕๕๗ เมื่อวันที่ ๖ กันยายน ๒๕๕๙ ได้มีคำสั่ง คสช. ที่ ๕๗/๒๕๕๙ เรื่อง การปรับปรุงการบริหารเพื่อแก้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงเป็นที่มาที่มีการตั้งคณะผู้แทนพิเศษขึ้นในครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๙ โดยมีหน้าที่ในการ ประสานงานกับหน่วยงานที่มีอยู่ รวมตลอดถึงเสนอแนะแนวทางกำกับดูแลหน่วยงาน ราชการที่รับผิดชอบการแก้ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีงบประมาณต่างหากครับ ท่านประธาน เดิมทีครั้งแรกที่ตั้งขึ้นมามีจำนวน ๑๐ กว่าคน ครั้งที่ ๒ ตั้งขึ้นมาก็ลดจำนวน บุคลากรลงจาก ๑๐ กว่าคน เหลือ ๙ คนลดมาเรื่อย ๆ ครั้งที่ ๔ นี้เนื่องจากคำสั่ง คสช. ยังไม่มีการยกเลิก ปรากฏว่ามีการแต่งตั้งขึ้นมาใหม่ ใช้งบประมาณของแผ่นดินทุกปี ผมไปตรวจสอบตัวเลขปรากฏว่า คณะผู้แทนพิเศษนี้มีงบประมาณในการจ่ายค่าตอบแทน ปีหนึ่ง ๑๐ กว่าล้านบาท ผู้แทนพิเศษแต่ละคนมีค่าตอบแทนของที่ปรึกษา ๘ ล้านกว่าบาท โดยเฉพาะในปีล่าสุด

ประเด็นคำถามคำถามแรก ที่ผมจะถามท่านรัฐมนตรีที่มาตอบแทน ท่านนายกรัฐมนตรีก็คือว่า ก่อนหน้านี้ผมได้ยินหลาย ๆ หน่วยงานบางครั้งเขาก็บ่นว่า คณะผู้แทนพิเศษไปปัดแข้งปัดขาหน่วยงานในพื้นที่ หรือบางครั้งก็ได้ยินเสียงที่เขาพูดว่า ผู้แทนพิเศษตั้งขึ้นมาบางคนไม่เคยลงพื้นที่เลย ผมจึงเกรงว่าผู้แทนพิเศษที่ตั้งขึ้นมาใหม่ ในครั้งที่ ๔ นี้จะไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ใด ๆ แถมยังเป็นการเพิ่มโครงสร้างในการแก้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เพิ่มขึ้นอีก ผมมองว่าการแก้ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โครงสร้างยิ่งเยอะ การบังคับบัญชายิ่งมาก การไม่บูรณาการหน่วยงานให้เป็นหนึ่ง มันจะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แถมสิ้นงบประมาณเสียอีก ดังนั้นคำถามแรกที่ผมอยาก เรียนถามท่านรัฐมนตรีก็คือว่า ผู้แทนพิเศษที่ตั้งมาตั้งแต่ ๖ ตุลาคม ๒๕๕๙ นี้จนถึงปัจจุบัน เป็นชุดที่ ๔ แล้ว ท่านช่วยตอบผมแล้วก็พี่น้องที่รอรับฟังอยู่ทางบ้านว่า ในอดีตที่ผ่านมาผู้แทน พิเศษมีบทบาทหรือผลงานที่เป็นรูปธรรมอย่างไร และชุดปัจจุบันนี้ท่านมีแนวทาง ที่แตกต่างกับในอดีตอย่างไรบ้างครับ คำถามแรกครับ