บัญญัติ เจตนจันทร์ หารือปัญหาพฤติกรรมรุนแรงและจิตเวชในผู้พ้นโทษและเยาวชนสถานพินิจที่เกี่ยวข้องกับสารเสพติดและบุคลิกภาพผิดปกติ พร้อมเสนอให้พิจารณาร่างกฎหมายป้องกันการกระทำผิดซ้ำโดยเน้นการบำบัดสุขภาพจิตตั้งแต่เด็กและการพัฒนาทักษะชีวิตเพื่อป้องกันปัญหาเชิงโครงสร้างจากครอบครัวและสังคม
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ มาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ ในความผิดเกี่ยวกับเพศ หรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ. .... ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาจิตเวชที่ทำให้มีผู้ป่วยจากเรือนจำ กลายเป็น นักโทษ แล้วก็อยู่ในเรือนจำ เมื่อออกจากเรือนจำในวัยผู้ใหญ่ เขาเรียกว่า นักโทษเรือนจำ แล้วก็ออกมาเป็นผู้พ้นโทษ แต่ในเด็กเยาวชนนี้จะเข้าสถานพินิจ เราเรียกว่า เยาวชนสถานพินิจ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของผู้พ้นโทษจากเรือนจำ และเยาวชนสถานพินิจนี้ ๘๐ เปอร์เซ็นต์นี้ครับ เกี่ยวข้องกับสารเสพติด และใน ๘๐ เปอร์เซ็นต์ที่เกี่ยวข้องกับสารเสพติดนั้นก็เป็นกลุ่มที่มี ปัญหาความผิดปกติในบุคลิกภาพในวัยผู้ใหญ่ ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษ เขาเรียกว่า เพอร์ซันแนลิตี ดิสออร์เดอร์ (Personality Disorder) ในผู้ใหญ่นี้เป็นความผิดปกติ ในบุคลิกภาพ แต่ถ้าในเด็กที่อายุไม่ถึง ๑๘ ปีนี้ เราก็เรียกว่าความผิดปกติเกี่ยวกับพฤติกรรม ในเด็ก ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษ เรียกว่า คอนดักต์ ดิสออร์เดอร์ (Conduct Disorder) ซึ่งทั้งในวัยผู้ใหญ่และในวัยเด็กที่มีความผิดปกติในบุคลิกภาพ ความผิดปกติในพฤติกรรม เหล่านี้ เขาก็จะมีพฤติกรรมร่วมกันอยู่อย่างหนึ่ง เรียกว่าพฤติกรรมที่ชอบใช้ความรุนแรง ในผู้ใหญ่ก็เรียกว่าอันธพาล ต่อต้านสังคม ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษว่าแอนตีโซเชียล (Anti-social) เห็นอะไรก็ต่อต้านไปหมดท่านประธานครับ เรียกว่าอันธพาลต่อต้านสังคมคือ ผู้ใหญ่ แต่ถ้าในเด็กเราก็จะเรียกว่าเด็กคนนี้ เยาวชนคนนี้เป็นผู้ที่มีพฤติกรรมเกเร หรือเป็น เด็กที่มีพฤติกรรมรุนแรง เช่น เป็นเด็กทำอะไรไม่ได้ก็ตีหลอดไฟ ตีตู้โทรศัพท์สาธารณะ ทำลาย ข้าวของสาธารณะ นี่คือลักษณะของผู้ที่ผมกล่าวถึง ซึ่งเมื่อดูย้อน ย้อนกลับลงไปถึง พัฒนาการเขา ก็พบว่าต้นตอนี้เขาจะเป็นพวกที่มีปัญหาเรื่องของสุขภาพจิตในวัยเด็ก ปัจจุบันเด็กที่มีปัญหาสุขภาพจิตนี้ เพียง ๑๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นล่ะครับที่ได้เข้าสู่ระบบการ ดูแลสุขภาพจิตกับจิตแพทย์ หรือนักจิตวิทยาในโรงพยาบาล คำว่ามีปัญหาสุขภาพจิตในเด็ก นั้น ส่วนใหญ่ก็คือเด็กที่มีสมาธิสั้น พวกเราทั้งหลายคงจะได้ยินคำว่า เด็กสมาธิสั้นประจำ หรือเด็กที่อยู่ไม่นิ่ง เด็กสมาธิสั้นเขาเรียกว่าแอตเทนชัน ดิฟิซิต (Attention Deficit) ไม่สามารถมีความสามารถในการสนใจสิ่งหนึ่งสิ่งใดได้ต่อเนื่องยาวนาน หรือเรียกอีกประเภท หนึ่งว่า เด็กที่มีอารมณ์ผิดปกติ หรือเรียกว่า ไฮเปอร์แอกทิวิตี (Hyperactivity) หรือว่า เด็กไฮเปอร์แอกทีฟ (Hyperactive) ซึ่งเราก็ได้ยินกันบ่อย ๆ ซึ่งเมื่อเด็กเหล่านี้สมาธิสั้น ไม่สามารถที่จะสนใจในเรื่องการใช้เหตุใช้ผล เขาก็จะไม่สามารถควบคุมตนเองได้ เมื่อเขา ควบคุมตัวเองไม่ได้ เขาก็จะมีพฤติกรรมที่เรียกว่าหุนหันพลันแล่น หุนหันพลันแล่นนี้ในภาษา จิตเวชเขาเรียกว่า อิมพัลซิฟเนส (Impulsiveness) หรือว่าอิมพัลซิวิตี (Impulsivity) ซึ่งที่ผม พยายามที่จะนำเรียนท่านประธานถึงท่านสมาชิก แล้วก็ถึงท่านกรรมาธิการวิสามัญก็คือว่า ถ้าเราจะออกกฎหมายขึ้นมาฉบับหนึ่ง แล้วมีคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งที่จะควบคุมคนที่ ออกจากคุก จากตะราง จากการที่เขาเป็นฆาตกร ข่มขืนแล้วฆ่าก็ดี หรือนักโทษที่พฤติกรรม รุนแรง พ้นโทษตามกฎหมายแล้วบ่อยครั้งเขากระทำซ้ำอีก เพราะพื้นฐานทางด้านสุขภาพจิต ของเขา เขาไม่สามารถควบคุมตนเองได้ เมื่อเขาไม่สามารถควบคุมตนเองได้ เขาชอบหุนหัน พลันแล่น เขาไม่มีความสุข เขาต่อต้านสังคมตลอด ในพัฒนาการตั้งแต่เด็กมานี้ เขาจะถูก ลงโทษตลอด ถูกพ่อแม่ลงโทษ ถูกครูลงโทษตลอด เมื่อเขาลงโทษบ่อย ๆ เขาก็ต้องมีวิธีหัดโกหกเพื่อให้รอดจากเรื่องที่เขาจะต้องถูกลงโทษ เขาก็จะต้องหลีกเลี่ยงที่จะกระทำตามกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ทางกฎโรงเรียนต่าง ๆ ก็ดี ในชุมชน ก็ดี ในสังคมก็ดี เขาจะแหกกฎตลอด ต่าง ๆ เหล่านี้ รวมทั้งครอบครัวที่ไม่อบอุ่น พ่อแม่ อาจจะไม่มีเวลาเลี้ยงดูลูก เขาจะขาดการพัฒนาการ ขาดทักษะชีวิต เขาก็จะเกิดปัญหา จนกระทั่งสุดท้ายเขาก็กลายเป็นนักโทษ กลายเป็นเยาวชนสถานพินิจเกิดขึ้น ซึ่งเขาจะต้อง เข้าหายาเสพติด เพราะยาเสพติดนั้นเป็นการเพิ่มสารเคมีในสมองให้เขามีความสุขอย่าง รวดเร็ว ถ้าหากว่าเด็กเหล่านี้ถูกวินิจฉัยว่าเป็นเด็กสมาธิสั้น เด็กเหล่านี้เป็นเด็กที่มีอารมณ์ ผิดปกติ เขาได้รับการบำบัดกับจิตแพทย์ จิตแพทย์ก็ใช้ยาจิตเวช ซึ่งมีสารเคมีคล้าย ๆ กับยา เสพติดนี่ละ แต่ว่าอ่อนกว่า เราสามารถปรับพฤติกรรมไปด้วยให้เขามีทักษะชีวิตต่าง ๆ ไปด้วย เขาก็จะหายและเขาจะดีขึ้น ทักษะชีวิตเขาจะเพียงพอที่จะดำรงชีวิตอยู่ในโลกนี้ ได้อย่างที่อยู่ในกฎในเกณฑ์และพึงประสงค์ เพราะฉะนั้นผมอยากที่จะให้ฝากกรรมาธิการ วิสามัญช่วยออกแบบคณะกรรมการ แล้วช่วยตั้งข้อสังเกตว่าประเทศของเราให้ความสำคัญ กับโรคทางจิตเวชและยาเสพติดต่ำมากครับ ต้องยกระดับเหมือน ศบค. เลยครับ ศบค. ดูแล โควิด (COVID) ถึงเวลานี้ก็ต้องบอกว่าได้ผลระดับน่าพอใจพอสมควร คือยกระดับ ทั้งองคาพยพมาดูแลเรื่องของยาเสพติดและจิตเวช จิตเวชและยาเสพติด ในโรงพยาบาล อำเภอ โรงพยาบาลชุมชนปัจจุบันยังไม่มีกลุ่มงานยาเสพติดและจิตเวชและยาเสพติดเลยครับ เป็นไปได้อย่างไรครับ แล้วเราก็จะปลดล็อกพืชเสพติดต่าง ๆ หลายอย่าง แล้วก็รวมทั้ง ทุกเรื่องเราจะเอาคนออกจากคุกมาอยู่ในสังคม ประทานโทษครับท่านประธานครับ ใกล้จะจบแล้วครับ ผมขออนุญาตอีกสักนิดหนึ่ง เราเอาคนที่ออกจาก ๓๐๐,๐๐๐ กว่าคน ให้เหลือสักครึ่งหนึ่ง เอา ๘๐ เปอร์เซ็นต์ติดยาเสพติดแล้วเป็นผู้ที่ต้องขังนี้ออกมา แต่เราไม่มีกลุ่มงานยาเสพติด แล้วเราไม่ได้ยกทั้งองคาพยพมาแก้ปัญหา ผมว่ามีกฎหมายไป ก็ล้มเหลวครับ พอเราจะติดกำไลอีเอ็ม (EM) อะไรก็แล้วแต่สุดท้ายแล้วเขาไม่มีความสามารถ ในการยับยั้งชั่งใจ ผมถึงฝากว่าถ้ากระบวนการดูแลจิตเวชในเด็กของประเทศไทยและระบบ การดูแลจิตเวชในประเทศไทยยังอ่อนด้อยอย่างนี้ออกกฎหมายฉบับนี้ต่อไปก็เป็นภาระแก่ กระทรวงยุติธรรมด้วยเช่นเดียวกัน ก็ขอฝากท่านกรรมาธิการวิสามัญช่วยยกร่างกฎหมาย ฉบับนี้ แล้วบรรจุเรื่องของการดูแลสุขภาพจิตและจิตเวช และยาเสพติดของประเทศไทย ให้ยกระดับเหมือน ศบค. ทุกองคาพยพมาดูแล เชื่อมั่นเหลือเกินว่าคนไข้คดีความ แล้วก็เป็น จำเลย เป็นคนในคุก หรือเด็กเยาวชนที่เข้าสถานพินิจจะลดลงเป็นอย่างมาก แล้วก็คงจะไม่มี เรื่องที่เกิดกระทำความผิดซ้ำเช่นนี้ ที่จะต้องออกกฎหมายเช่นนี้ เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้ มีประโยชน์ครับ ขอให้เป็นการจุดประกายที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้ด้วยครับ กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ