สุพิศาล ชี้บ่อเกิดพฤติกรรมซ้ำในเรือนจำ วอนแก้ปัญหาลึกถึงราก

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๒๖ มกราคม ๒๕๖๕

สุพิศาล ภักดีนฤนาถ อภิปรายร่างกฎหมายป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในคดีเพศและความรุนแรง โดยเน้นย้ำถึงปัญหาพฤติกรรมล่วงละเมิดในเรือนจำ ความสำคัญของพฤติกรรมศาสตร์ ความจำเป็นในการดูแลทั้งต้นทางและปลายทาง รวมถึงการจัดทำทะเบียนเฝ้าระวังโดยไม่ลิดรอนสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล วันนี้ขออภิปรายในประเด็นของกฎหมายฉบับนี้ กฎหมายที่จะร่างขึ้นมาเพื่อเป็น พระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศและที่ใช้ ความรุนแรง ผมกราบเรียนไปยัง ฯพณฯ รัฐมนตรี อันนี้เป็นกฎหมายที่จะมาใช้ข้างนอก แต่ผมอยากให้เข้าไปดูบ่อเกิดของคนที่อยู่ในเรือนจำ เพศ ผมไม่ได้หมายถึงเพศหญิง อย่างเดียวครับท่านประธาน เพศชาย ท่านเคยไหมครับว่าถูกตุ๋ยในเรือนจำเยอะมากเลยครับ ชายที่อ่อนแอที่อยู่ในเรือนจำมักจะถูกชายที่แข็งแรงกรุ้มรุม แล้วใช้พฤติกรรมทางเพศ หรือแม้กระทั่งหญิงด้วยกันก็มี พวกมาเฟียหญิงในทัณฑสถานหญิง ท่านต้องไปดูครับ นี่คือบ่อเกิดที่จะเป็นแหล่งกำเนิดของพฤติกรรมซ้ำ ผมจะพูดถึงพฤติกรรมศาสตร์ครับ ท่านประธาน ผมเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจ เราจะเรียนเรื่องของพฤติกรรมศาสตร์ หลักการ ของพฤติกรรมศาสตร์นั้นคือการศึกษาว่าด้วยพฤติกรรมของมนุษย์ครับท่านประธาน เกี่ยวกับ ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วยปัจจัยเรื่องของความสัมพันธ์ครับ ความสัมพันธ์นั้นเป็นเรื่อง ความสัมพันธ์ของบุคคลในประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับปัจจัยที่เป็นปัจจัยตัวที่ก่อให้กำเนิด เรื่องของพฤติกรรม ซึ่งเราจะพบเห็นบ่อย ๆ คือเรื่องของพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม อันนี้คือ หัวใจสำคัญเรื่องของหลักพฤติกรรมศาสตร์ ศาสตร์ที่ควรจะศึกษาคือบีแฮฟวิเออรัล ซายแอนซ์ (Behavioral science) นี่คือหัวใจที่ในกฎหมายฉบับนี้ต้องเอามาใช้ในการวาง หลักการ ซึ่งจะต้องดูแล ไม่ใช่พฤติกรรมของการฆาตกรรมที่เขียนไว้ในหลักการนี้ โอเค (OK) ครับ แต่สิ่งที่ผมอยากจะขอเพิ่มลงไป บางทีพฤติกรรมที่กระทำความผิดซ้ำมิใช่ความผิด รุนแรงแต่อย่างเดียวครับ เรื่องทางเพศและความรุนแรง แต่ความผิดที่น่ารังเกียจ รบกวน หรือกระทำซ้ำ ๆ เช่น เดินโชว์ไปโชว์มา หรือไปถือแพลม ๆ พรึ่บ โผล่ออกมาจนหญิงสาว วิตกกังวล ยืนแล้วก็ตัวสั่นงันงก นี่ก็มีอีกเยอะแยะครับ หรือแม้กระทั่งเดินเฝ้ามองตาม หรือใช้คำพูด ขณะนี้มันใช้เทคโนโลยี หยาบโลนหรืออะไรต่าง ๆ นานาเข้ามา ทำให้เกิดความหวาดกลัวว่าตัวเองจะตกอยู่ในภาวะ แบบนี้ คนพวกนี้คือคนที่จะทำให้สังคมครับ ผมดีใจครับ ที่ท่านออกกฎหมายฉบับนี้เพื่อดูแล ทั้ง ๓ มาตรการครับ ไม่ว่ามาตรการแก้ไขฟื นฟู มาตรการเฝ้าระวังนักโทษ หรือมาตรการ คุมขัง คุมขังนี่ท่านต้องเขียนว่ามันไม่ใช่โทษทางอาญา ต้องเขียนไว้เลยครับ จะเขียน ความหมายบอกว่าไม่ใช่โทษทางอาญา แต่มันอาจจะใช้กับบุคคลที่ผมว่านี่ก็ได้ ศาลอาจจะสั่ง ได้ แต่เพิ่มนิยามลงไปว่าหลักเหตุผลนี่ให้มากหน่อย เพราะสังคมจะได้ดีขึ้น การที่บุคคล ที่จะออกมากระทำความผิดซ้ำนี่ เวลาผมสืบสวนคดี ผมจะมีทฤษฎีแล้วก็ขีดบาวน์ดารี (Boundary) ของถิ่นที่อยู่ของอาชญากรที่ถูกปล่อยตัวออกมา แล้วจะขีดบาวน์ดารี (Boundary) ของพื้นที่ที่ลงมือกระทำผิดซ้ำที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ ซึ่งยังหาตัวไม่ได้ หรือหาตัวได้ เราจะเห็นขอบเลย เพราะว่ามันมีอาณาเขตของการครอบครองพื้นที่ ซึ่งเป็น ของผู้ที่กระทำ ความผิดซ้ำนั้น จะไม่ทำแล้วความผิดซ้ำใกล้ ๆ พื้นที่เกิดเหตุจะไปทำในสิ่งที่ตัวเองเฝ้ามอง หรือเห็น หรือมีสิ่งเร้าออกมากระทำซ้ำอีก หรือแม้กระทั่งเขาเรียกว่าอะไรครับ ท่านครับ ใน การกระทำความผิดซ้ำนั้นสิ่งที่คือแรงจูงใจที่เกิดขึ้นจากในเรือนจำ แรงจูงใจที่เกิดขึ้นจาก พฤติกรรมของพันธุกรรม แรงจูงใจที่เกิดขึ้นจากสิ่งแวดล้อม หลักการง่าย ๆ ครับ ตำรวจ จะต้องป้องกันเหตุด้วย ทฤษฎีสามเหลี่ยมอาชญากรรมคือเหยื่อ ผู้กระทำความผิด แล้วก็ โอกาส ปิดกั้นโอกาส ท่านก็ต้องเริ่มกำหนดด้วยการปิดกั้นโอกาสด้วยมาตรการนี้ครับ มาตรการป้องกันทั้งหมดนี่ครับ เป็นเขาเรียก ต้นทาง มิใช่ปล่อยให้ตำรวจมาใช้ พระราชบัญญัตินี้ ต้นทางก็คือตั้งแต่ครอบครัว ตั้งแต่บุคคลที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่กำเนิด ท่านอาจจะดูเลยครับว่า แม้กระทั่งตรวจดีเอ็นเอ (DNA) นี่ผมว่าอาจจะตรวจได้เลยว่าศึกษา ทางพันธุกรรมนี่มันก็มีตัวยีน (Gene) บอกว่าจะก่อเหตุได้ในทางวิทยาศาสตร์ นี่เราต้องศึกษา แต่เครื่องมือต่าง ๆ ที่ท่านเอามาใช้ในทั้ง ๓ หมวด ของ ๓ มาตรการนี้ ผมเห็นด้วยที่เป็น นวัตกรรมหรือเครื่องมือที่ออกมาช่วยสังคมเป็นโซเชียล (Social) ที่ทำให้สังคมดีขึ้นแน่นอน และจะปกปักษ์รักษาสังคม แต่สิ่งสำคัญคือท่านต้องกำหนดหลักการเงื่อนไขและวิธีการที่จะ เข้าไปเฝ้ามองบุคคลที่อยู่ในเรือนจำ เพราะว่าอันนี้ ต้นคือบุคคลที่กำลังจะพ้นโทษ แต่บุคคลภายนอกที่จะทำซ้ำ หรือเคย ทำซ้ำมาแล้วไม่เคยถูกจับ ยังมีอีกมากมายครับ ท่านประธานครับ แต่สิ่งสำคัญคือต้องขึ้นทะเบียนบุคคลพวกนี้ไว้ และสิ่งสำคัญคือต้อง ไม่ลิดรอนสิทธิและเสรีภาพ โดยเฉพาะการคุมขังจะกระทำเยี่ยงนักโทษ เยี่ยงผู้กระทำผิดมิได้ จะต้องมีห้องพัก พื้นที่พร้อมกับหน่วยงานที่ผ่านคณะกรรมการหรือบอร์ด (Board) ของกฎหมายฉบับนี้ เพื่อกลับไปเติมความเป็นมนุษย์ที่ถูกที่ชอบที่ควร แล้วคืนสู่สังคม การฝึกอาชีพการติดตามการควบคุมพฤติกรรม การแทร็กกิง (Tracking) ชีวิตเขา เป็นห่วงโซ่ ที่จำเป็นของกฎหมายฉบับนี้ครับ ไม่อย่างนั้นประชาชน สังคมจะไม่ได้รับการปกป้องจาก รัฐบาลแน่นอน ท่านต้องเพิ่มเติมและแก้ไขในประเด็นที่ผมอภิปรายไว้ให้มากขึ้นครับ ขอบคุณครับ