ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ หารือร่างกฎหมายป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในคดีความรุนแรงและคดีเกี่ยวกับเพศ โดยตั้งคำถามถึงสมดุลระหว่างความปลอดภัยของสังคมกับสิทธิของผู้เคยต้องโทษ พร้อมเน้นความสำคัญของการพิจารณาปัจจัยจิตเวช รากลึกทางวัฒนธรรม และปัญหาอคติทางสังคมที่มีต่อผู้หญิงและกลุ่มเสี่ยงอย่างเด็กและสตรี เพื่อสนับสนุนแนวทางการคุ้มครองสังคมภายใต้มาตรการการ์เดียนอย่างรอบด้านและยั่งยืน
เรียนท่านประธานสภาค่ะ ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ก็เป็นวาระที่ ๑ ในวาระรับหลักการของร่างพระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำซ้ำในความผิด เกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ. .... แล้วก็มีร่างของ ส.ส. พัชรินทร์ ที่ได้ยื่นเข้ามา ด้วยก็คือร่างพระราชบัญญัติป้องกันการกระทำความผิดซ้ำของผู้กระทำความผิดอุกฉกรรจ์ ที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ. .... มาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำคือนวัตกรรม ของความยุติธรรมที่สำคัญที่ทำให้คนในสังคมนั้นปลอดภัย สิ่งที่เราต้องถกเถียงกันค่ะ ท่านประธาน ก็คือพูดถึงสิทธิเสรีภาพของการดำเนินชีวิตในสังคม และเราก็ลืมไม่ได้ว่าผู้ที่เคย ต้องโทษนั้น เขาก็มีสิทธิในการที่จะดำเนินชีวิตไปด้วย ความปลอดภัยของคนในสังคม แน่นอนค่ะ เรายืนอยู่ว่าสังคมนั้นต้องปลอดภัยสูงสุดและไม่ต้องมีเหยื่อ ไม่ควรที่จะมีเหยื่อ เกิดขึ้น ธัญเข้าใจว่าเราสามารถจำกัดสิทธิได้ การจำกัดสิทธินั้นไม่ถือว่าเป็นการเลือกปฏิบัติ อย่างเช่นว่า ถ้าบุคคลที่ไม่มีความสามารถในด้านการมองเห็น รัฐก็ไม่สามารถที่จะออก ใบขับขี่หรือให้สิทธิในการขับรถได้ นั่นก็เพื่อความปลอดภัยและการอยู่ร่วมกันอย่างปลอดภัย แต่สิ่งนี้เราจะต้องวางหลักการและอยากจะมีคำถามหลายคำถาม ถามถึงท่านรัฐมนตรีด้วย ธัญเห็นด้วยกับหลักการเพราะในต่างประเทศก็มีมาตรการดังกล่าวมากมาย แต่มีประเด็น ความกังวลในการที่จะวินิจฉัยหรือพิพากษากับผู้ที่เคยต้องโทษ และการพิพากษาหรือวินิจฉัย เหล่านั้นอาจจะไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาค่ะ เรามีข้อมูล ๒ ด้าน คือด้านอาชญาวิทยา และทาง การแพทย์ เราต้องพิจารณาให้ดี ตามทฤษฎีสามเหลี่ยมด้านอาชญาวิทยาได้พูดถึง ๓ ประเด็นค่ะ สผ ๒๕/๒๕๖๕ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) จินตนา ๑๐๕/๒
ประเด็นแรก คืออาชญากรผู้ซึ่งมีความสามารถในการก่ออาชญากรรม หรือกลุ่มฮาร์ดคอร์ (Hardcore) ซึ่งนั่นหมายรวมถึงปัจจัยต่าง ๆ ที่จะเร้าให้เกิดการ ก่ออาชญากรรมขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการดื่ม การมึนเมาหรือยาเสพติดที่ส่งผลทางตรงให้เกิด อาชญากรรม
ประเด็นที่ ๒ คือประเด็นผู้ถูกกระทำหรือเหยื่อ กลุ่มนี้ก็จะมีลักษณะบางอย่าง ที่เป็นเป้าหมายของอาชญากร เช่น เด็ก เยาวชน ผู้หญิง หรือมีความเฉพาะบางอย่าง หรืออย่างในสถิติก็มีการพูดถึงผู้หญิงที่แต่งตัวตามสมัย มีความเซ็กซี่ (Sexy) ตามแฟชั่น หรือแม้กระทั่งความคิดในสังคมนิยมชายที่มองผู้หญิงนั้นไม่เท่าเทียมค่ะ
ประเด็นที่ ๓ คือการดูแลหรือการ์เดียน (Guardian) ที่เราจะพูดถึงแล้วก็ ตั้งคำถามไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าเราอาจจะใช้คำว่าการ์เดียน (Guardian) ก็ได้ คือมาตรการ การป้องกันที่เป็นไปถึงตั้งแต่นโยบายอาญา นโยบายรัฐ หรือการแก้ไขกฎหมายอย่างที่เราทำ อยู่ มาตรการการป้องกันการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ เครื่องมือที่จะติดตามตัว กล้องวงจร ปิดหรือการเตือนภัยผ่านแอปพลิเคชัน (Application) ต่าง ๆ ธัญอยากให้ท่านรัฐมนตรีได้ ตอบส่วนที่เรียกว่าการ์เดียน (Guardian) ตรงนี้ว่าท่านมีมาตรการรายละเอียดอย่างไรนะคะ และในข้อมูลอีกด้านหนึ่งค่ะท่านประธาน กลุ่มอาชญากรนี้เรามีผู้ป่วยทางจิตเวช ซึ่งหลาย ท่านได้พูดไปแล้วนะคะ ธัญขออนุญาตซ้ำนิดหน่อยว่าข้อมูลทางการแพทย์เปิดเผยเป็นที่ สาธารณะแล้วเมื่อ ๔ ปีที่แล้ว เพราะว่ากรมราชทัณฑ์ได้มีนักสังคมสงเคราะห์กับแพทย์ต้องการที่จะทำงานเกี่ยวกับด้าน จิตเวช แล้วก็เพื่อที่จะยื่นให้กรมราชทัณฑ์มีการพักโทษ นักจิตวิทยาให้ผู้ต้องขังที่มีคดี ล่วงละเมิดทางเพศได้วาดภาพบ้าน ต้นไม้ แล้วก็คน หรือว่าแบบทดสอบ เฮาส์ ทรี เพอร์เซิน (House-Tree-Person) ซึ่งแบบทดสอบนี้ก็นำไปประเมินไลเซนส์ (License) การตัดสินใจ เขียนภาพ ซึ่งสิ่งนี้นักจิตวิทยาและนักสังคมสงเคราะห์บอกว่าอาชญากรเหล่านี้ส่วนหนึ่ง ไม่ใช่ทั้งหมด มีผู้ป่วยจิตเวชและต้องการฟื นฟูและรักษา นี่คือการค้นพบครั้งแรกของ นักจิตวิทยา จึงเป็นคำถามต่อผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวว่า การออกแบบมาตรการ การ์เดียน (Guardian) นั้นมีความละเอียดอ่อนมาก ท่านออกมาตรการนี้อย่างไร อยากให้ อธิบายว่าในเรื่องของการลงโทษและคุมประพฤติคือเรื่องหนึ่ง ส่วนในเรื่องของผู้ป่วยจิตเวช ที่อาจจะมีการรักษาและหายแล้ว คุณจะมีการออกแบบในการดูแลคุมประพฤติอย่างไร การก่ออาชญากรรมมันจะเกิดขึ้นได้เสมอ และสังคมต้องปลอดภัย อย่างนี้ค่ะธัญอยากจะทิ้ง ท้ายไว้นิดหนึ่งว่าทฤษฎีสามเหลี่ยมอาชญากรรมนี้ ๑. เราพูดถึงความสามารถของอาชญากร ๒. เราพูดถึงเหยื่อที่เป็นเป้าหมาย ๓. เราพูดถึงการ์เดียน (Guardian) มาตรการที่จะต้อง ปกป้องดูแลหรือเป็นผู้พิทักษ์ ไม่ว่าจะเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานหนักของฝ่ายบริหาร แต่สิ่งหนึ่งที่ธัญอยากจะเพิ่มให้เป็นสี่เหลี่ยม ไม่ใช่เป็นแค่สามเหลี่ยมก็คือ จุดที่เราพูดถึงความป่วยไข้ จิตเวช ต้นตอของปัญหาของคนที่ก่อ อาชญากรรมค่ะท่านประธาน และต้นตอของการก่ออาชญากรรมที่ส่งผลต่อจิตเวชนั้นจริง ๆ อาจจะมาจากวัฒนธรรมที่บ่มเพาะให้ไม่มีการเคารพกัน เพราะฉะนั้นธัญคิดว่าเรื่องนี้เราต้อง คิดเป็นวงกลม นั่นหมายถึงว่าสามเหลี่ยมอาชญาวิทยาอาจจะยังไม่พอ แต่เราต้องเพิ่มในเรื่อง ของการดูแลผู้ป่วยจิตเวชลงไปด้วย ขอบคุณค่ะท่านประธาน