วีระกร คำประกอบ หารือเหตุกราดยิงของผู้ติดยาเสพติดที่จังหวัดนครสวรรค์ พร้อมเสนอให้มีการกักตัวและฝึกอบรมเพิ่มเติมหลังพ้นโทษ โดยมีคณะกรรมการจิตเวชร่วมประเมินความเสี่ยง เพื่อป้องกันการก่ออาชญากรรมซ้ำ โดยสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำสำหรับผู้ใช้ความรุนแรงโดยเฉพาะผู้มีปัญหาการเสพติด.
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานคงจะตกใจกับข่าวเมื่อวันที่ ๑๙ มกราคมที่ผ่านมานี้ เรื่องผู้กองเอก หรือ ร้อยตำรวจเอก ชัยปติญญา อายุ ๓๗ ปี บุกเข้าชาร์จคนร้าย แล้วก็ ถูกฆ่าตาย ผมไปงานศพ ท่ามกลางความโศกเศร้า ภรรยาท่านก็ยังอายุน้อย แล้วก็ลูกอายุแค่ ๒ ขวบ ท่านทราบไหมครับว่า นายมานพ อินทร์จันทร์ บุคคลที่ฆ่าทั้งตำรวจ แล้วก็ยิง รถคนที่เขาติดตาม แล้วก็ก่อนหน้านั้นก็จะไปฆ่าภรรยา จะไปฆ่าลุงพร หรือ นายบุญเลิศ โพธิ์ จริง ๆ ตั้งใจไปฆ่าเมียก่อน ไปฆ่าเมียของนายบุญเลิศ โพธิ์ พอไม่เจอ ก็ตามหา ตามล่านายบุญเลิศ จนกระทั่งเปิดบ้านเข้าไปฆ่าเขาตายคาบ้าน เจอหมาเห่า ฆ่าหมาอีก ไม่พอ เมื่อ ๒ ปีก่อนหน้านั้น คือ ปี ๒๕๖๒ ก็ยิงพี่เขยสาหัสปางตาย ท่านประธาน ทราบไหมครับว่า ตาคนนี้ มานพ อินทร์จันทร์ อายุ ๔๑ ปี ก็เป็นคนนครสวรรค์ เขตเลือกตั้ง ผมทั้งคู่ ทั้งคนตายแล้วก็คนที่เสพยาหลอน คลั่ง ไล่ฆ่าคน แล้วก็ยิงคนเป็นประจำ ทุกวันที่เมา ยาก็จะกราดปืนยิงในบ้าน ยิงแถวนั้น จนกระทั่งผู้ใหญ่บ้านแจ้งความตำรวจ จนตำรวจ ไม่มาแล้วครับท่านประธาน คือเป็นอะไร มันเป็นสันดาน ไม่รู้จะเรียกอะไรนะท่านประธาน พอมันคลั่งแล้วมันก็เกิดของมันอย่างนี้เป็นประจำ จนกระทั่งตำรวจเบื่อแล้วไม่ไป มันทำแล้ว ทำอีก ๆ จนแม่เขาก็ย้ายบ้านเดิมทีเป็นคนยางตาล ย้ายมาอยู่ตำบลกลางแดด ก็เพราะว่า กลัวว่ามันจะอยู่ที่นั่นมันก็จะฆ่าคนนั้น ฆ่าคนนี้อีก ผมดีใจที่รัฐบาลและพรรคประชารัฐ เขาเสนอพระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ ในความผิดเรื่องเพศ หรือที่ ใช้ความรุนแรง เรื่องเพศไม่ค่อยชำนาญ ต้องให้ทางคุณณัฐวุฒิ บัวประทุม ขอประทานโทษ ที่เอ่ยนาม เดี๋ยวท่านคงจะอภิปราย แต่ว่าเรื่องใช้ความรุนแรง โดยเฉพาะเรื่องพวกคลั่งยาบ้า ท่านประธาน มันเป็นอะไรที่หลังจากเหตุเกิดแล้วผมไปงานศพผู้กองเอก ผมก็นึกในใจนะ มันต้องมีอะไร เพราะคนพวกนี้ มันคลั่งแล้วมันก็จะไล่ยิงคน ไล่ฆ่าคน เอามีดปาดคอคน ไล่แทงคนเป็นประจำ มันจะต้องแก้ไขอย่างไร ผมเองยังคุยกับพรรคพวก นี่เรื่องจริงเลยนะครับ ก่อนหน้าที่พระราชบัญญัตินี้เข้า แล้วผมไม่รู้ด้วยว่ามีพระราชบัญญัตินี้จะเข้า ก็นั่งคุยกันว่า เรามีเรือนจำใหม่ที่ท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์ เทพสุทิน ขอประทานโทษเอ่ยนามท่าน ท่านได้กรุณาไปสร้างเป็นเรือนจำทันสมัยรุ่นใหม่ ในพื้นที่ ๗๗๐ ไร่ ที่หนองน้ำขุ่น อำเภอ บรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งจะสามารถกักคนได้หลายแดนมาก ท่านตั้งใจที่จะให้มี เหมือนกับศูนย์ฝึกงาน ศูนย์ฝึกงานของท่านท่านก็คิดของท่านไปเรื่อย ว่าจะมีหลายเรื่องที่ ท่านคิดไว้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการขับรถเครื่องจักรหนัก เครื่องมือเครื่องใช้ เครื่องจักรกล อะไรต่าง ๆ ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน ท่านเป็นคนหัวทันสมัย เป็นรัฐมนตรีที่น่ายกย่อง ได้มีความคิดสร้างสรรค์ ผมยังพูดกับเพื่อน ๆ แล้วก็พวกน้อง ๆ ทั้งหลายที่ร่วมงานศพวันนั้น บอกคนอย่างนี้มันเอาออกสังคมมาไม่ได้หรอกนะ ปล่อยออกมามันจะมีปัญหา ผมพูดกัน ในวันนั้นไม่นึกว่าวันนี้จะต้องมาพูดที่นี่ แต่พูดเลยบอกว่ามันจะต้องเข้าไปอยู่ในนี้ ไปฝึกอบรม จะอบรมอะไรไม่รู้ แต่จะออกได้หลังจากที่พ้นโทษ ต้องจับไปฝึกอบรม จนกว่านักจิตบำบัด หรือนักจิตวิทยา หรือจิตแพทย์จะลงมติร่วมกันต้องมีคณะร่วมกัน อย่างน้อย ๓ คน ป้องกัน การกินสินบาทคาดสินบน ต้องร่วมกันเลยว่าอ้ายนี้ปล่อยออกมาได้ ท่านประธานทราบไหมครับว่า สถิติผู้คนที่ติดยาเสพติด ๙๘ เปอร์เซ็นต์หลังจากเลิก แล้วก็กลับไปเสพใหม่ ก็ทำนองเดียวกันครับ พวกที่เสพยาเสพติดจนกระทั่งเพ้อคลั่งอย่างนี้ คลั่งยาบ้า ไล่ฆ่าคนนี้ มันก็มีอยู่แต่ไม่มากหรอกครับ แต่ว่ามันจะทำอย่างนี้เรื่อย ๆ ผมก็ยังนึกว่ากฎหมายฉบับนี้ ไม่ว่าจะเป็นหลักการและเหตุผลที่พูดถึง แล้วก็ในมาตราต่าง ๆ สอดคล้องกับสิ่งที่ผมคิดพอดีเลย มาตรา ๘ ให้มีคณะกรรมการป้องกันและการกระทำ ความผิดซ้ำ ซึ่งก็ประกอบไปด้วยบุคลากรต่าง ๆ โดยเฉพาะอธิบดีกรมราชทัณฑ์และอธิบดี กรมสุขภาพจิต นี่ตรงใจผม แล้วก็ยังมีผู้ทรงคุณวุฒิที่รัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความสามารถ และเชี่ยวชาญด้านจิตเวชศาสตร์ อันนี้ก็ตรงใจผม ไปหมวดที่ ๔ มาตราเฝ้าระวังนักโทษ เด็ดขาดภายหลังพ้นโทษ อันนี้ตรงใจมาก เพราะว่าได้พูดถึงเรื่องที่จะต้อง มาตรา ๒๒ กล่าวว่า เมื่อมีเหตุอันควรเชื่อว่านักโทษเด็ดขาด ซึ่งศาลมีคำพิพากษาว่าเป็นผู้กระทำ ความผิดรุนแรง ความผิดตามระบุไว้ในมาตรา ๓ จะกระทำความผิดดังกล่าวภายหลังพ้นโทษ ศาลอาจมีคำสั่งกำหนดมาตรการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาด มาตรการเฝ้าระวังนี้ในข้อ ๑๑ เขียนไว้เลยว่า ให้เข้ารับการบำบัด ฟื นฟู แก้ไข หรือเข้าร่วมกิจกรรมตามที่ศาล หรือพนักงาน คุมประพฤติกำหนด ขอประทานโทษ เรื่องมันยาวครับท่านประธาน วันนี้ไม่ได้พูดทั้งวันเลย ขอสักนิดเถอะครับ เรื่องนี้ศาลอาจจะบอกได้ว่า ให้ไปเข้าคอร์ส (Course) แล้วก็ให้มี มาตรการที่นักจิตบำบัดและจิตแพทย์ต้องเข้าไปฟื นฟูสภาพจิตใจ เข้าคอร์ส (Course) ที่ว่านี้อาจจะไปเข้าคอร์ส (Course) ของท่านสมศักดิ์นี่ละ ไปเป็นคนขับรถเกรดเดอร์ (Grader) คนอะไรนี้ ฝึกทำเครื่องจักรหนักหรือว่าขับรถแบ็กโฮ (Backhoe) อะไรไม่รู้ ตราบใดที่จิตแพทย์และนักจิตบำบัดยังไม่ลงมติว่าคนนี้ควรจะปล่อยออกมานี้ ให้มันฝึกก่อน โดยอ้างว่าคอร์ส (Course) ยังไม่จบ แบ็กโฮ (Backhoe) เสร็จก็ไปรถดัมพ์ (Dump) รถดัมพ์ (Dump) เสร็จก็ไปรถโน่นรถนี่ เอาจนกระทั่งมันออกมาแล้วก็เก่งเลย สรุปว่าเมื่อศาลตาม (๑๑) ให้เข้ารับการบำบัด ฟื นฟู แก้ไขและเข้าร่วมกิจกรรมตามที่ศาลหรือพนักงานคุม ประพฤติกำหนด นี่อย่างนี้ผมเห็นด้วยเลย คุกหนองน้ำขุ่นหรือเรือนจำหนองน้ำขุ่นที่รัฐมนตรี สมศักดิ์สร้างด้วยมูลค่าถึง ๙๐๐ ล้านบาท จะเป็นคุกที่มี ๗๗๐ ไร่ จัดไปเลยครับแดนหนึ่ง สำหรับคนพวกนี้ครับท่านประธาน และยังชอบใจไปจนถึงเรื่องของมาตรการคุมขังหลังพ้นโทษ ก็ดี หรือในมาตรา ๓๖ เมื่อครบกำหนดเวลาคุมขังหลังพ้นโทษ หากศาลมีคำสั่งให้ใช้ มาตรการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษต่อเนื่องจากการคุมขังตามมาตรา ๓๒ วรรคสอง และมาตรา ๓๓ วรรคสองแล้ว พนักงานอัยการอาจยื่นคำร้องต่อศาลก่อนครบ กำหนด เพื่อให้ศาลมีคำสั่งให้ใช้มาตรการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังการพ้นโทษก็ได้ มีอะไรหลายอย่างไปจนถึงการคุมขังฉุกเฉินตามหมวด ๖ มาตรา ๓๗ เขียนไว้ว่า กรณีมีเหตุ อันควรเชื่อได้ว่า ผู้เฝ้าระวังจะกระทำความผิดตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๓ และมีเหตุฉุกเฉิน หากไม่มีเหตุอื่นใดที่อาจป้องกันมิให้ผู้ถูกเฝ้าระวังกระทำความผิดดังกล่าวได้ อัยการร้องขอ ศาลอาจคุมขังฉุกเฉินผู้ถูกเฝ้าระวังได้ไม่เกิน ๗ วัน ผมอยากจะให้กรรมาธิการเพิ่มไปด้วยว่า หรือจนกว่าจะได้รับคำรับรองจากคณะจิตแพทย์และนักจิตบำบัด หรือผู้เชี่ยวชาญ ด้านจิตวิทยาว่า อยู่ในสภาพจิตที่จะปล่อยออกมาได้แล้ว ท่านประธานครับ ครอบครัว ของคนเหล่านี้น่าสงสาร ไม่ใช่ว่าน่าสงสารว่าเราไปจับลูกหลานเขามา มันอยู่บ้านมันสร้าง ความชอกช้ำระกำใจให้กับพ่อแม่มากมายเหลือเกินครับท่านประธาน อยู่บ้านก็เอาแต่จะทะเลาะเบาะแว้ง ทุบตีพ่อแม่ ปล่อยออกมาไม่ได้ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นจะปล่อยได้ก็ต่อเมื่อมีนักจิตวิทยา จิตบำบัด รักษาจนกระทั่งมีการลงมติ ๒ ใน ๓ อย่างน้อย หรือเอกฉันท์ใน ๓ คนนี้ นักจิตวิทยา จิตแพทย์ จิตบำบัด ลงมติเป็น เอกฉันท์หรือเสียงข้างมาก ๒ ใน ๓ ที่ยอมปล่อยออกมาสู่โลกภายนอกได้ มิฉะนั้นห้ามออกมา เด็ดขาด สงสารพ่อแม่เขาเถอะครับท่านประธาน แย่ครับ ก็เลยกราบเรียนท่านประธาน เลยเวลาพอสมควรครับ ขอขอบพระคุณ แล้วก็หวังว่าท่านสมาชิกจะได้ให้ความเห็นชอบกับ พระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ ขอบพระคุณครับ