ทวี วิจารณ์กฎหมายกู้ยืมการศึกษา ชี้ดอกเบี้ยสูงขัดรัฐธรรมนูญ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๒๖ มกราคม ๒๕๖๕

ทวี สอดส่อง อภิปรายร่างกฎหมายกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา โดยเน้นว่าการศึกษาเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่รัฐต้องค้ำจุนตามรัฐธรรมนูญ พร้อมวิพากษ์อัตราดอกเบี้ยและเบี้ยปรับที่สูงเกินสมเหตุ ซึ่งขัดต่อหลักสิทธิและเจตนารมณ์ของรัฐ จึงเรียกร้องให้แก้กฎหมายให้เป็นทุนการศึกษาโดยไม่คิดดอกเบี้ย พร้อมเปิดโอกาสใช้หนี้ตามศักยภาพภายใน 30 ปี โดยนำเสนอข้อมูลผ่านการเปิดพรีเซนเทชันในที่ประชุมเพื่อสนับสนุนข้อเสนอ

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ กระผมต้องขอบพระคุณท่านประธานและเพื่อนสมาชิกที่ได้อภิปราย ร่างพระราชบัญญัติกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา ในส่วนของพรรคประชาชาติ ร่างพระราชบัญญัติมีทั้งหมด ๕ ร่าง ซึ่งฐานคิด ผมคิดว่าของพรรคประชาชาติจะมีฐานคิด ที่อาจจะต่างกับอีก ๔ ร่างในบางประการ ฐานคิดของพรรคประชาชาติ หรือที่คณะพรรค ประชาชาติได้เสนอไปนี่เรามองเห็นว่าการศึกษาเรียนรู้เป็นการพัฒนามนุษย์ สิ่งที่มนุษย์ ทุกคนนำติดตัวมา ก็คือสมองกับความคิด สมองกับสติปัญญา อันนั้นคืออะไรไหมครับ ก็คือ ต้องการให้มนุษย์ทุกคนนี่เกิดมา เพื่อจะศึกษาเรียนรู้ เพราะความรู้เท่านั้นที่จะสามารถนำ ประเทศ นำสังคมไปสู่การพัฒนา การวัดคุณภาพของสังคมใดสังคมหนึ่ง เขาจะวัดกันที่ คุณภาพของคน ไม่ใช่วัดกันที่คุณภาพของอำนาจ ไม่ใช่วัดที่คุณภาพของความกว้างขวาง ที่สำคัญหลักคิดของพรรคประชาชาตินั้น เรามองว่าการศึกษาเป็นสิทธิมนุษยชน การศึกษา เป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน และการศึกษาเป็นเรื่องที่รัฐจะต้องดูแลคนในประเทศ เพราะรัฐบาล ในทางความเป็นจริง ก็คือผู้ที่เก็บภาษีอากรของประชาชน ในประการสำคัญ ก็คือเมื่อเรา มองตรงนี้ สิ่งที่อยากจะให้เห็นว่าสิ่งที่ผมพูดนี้ความจริงในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ อันนี้ก็จะมี ความชัดเจน เนื่องจากว่า พ.ร.บ. กยศ. ที่เกิดมาก่อนหน้านี้อาจจะเป็นฐานคิดอีกฐานคิดหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ เขาจะบอกหน้าที่ของประชาชนไว้ ในมาตรา ๕๐ (๔) คือว่าประชาชนต้องเข้ารับการศึกษาอบรมการศึกษาภาคบังคับ นี่หน้าที่ ของประชาชนทุกคนยังต้องศึกษา แล้วก็ยังมีกำหนดเป็นหมวดใหม่ ก็คือหน้าที่ของรัฐ หน้าที่ของรัฐได้ระบุในมาตรา ๕๑ ว่า อะไรในหมวดหน้าที่ของรัฐนี่ย่อมเป็นสิทธิของ ประชาชน ย่อมเป็นสิทธิของชุมชน แล้วประชาชนหรือชุมชนนี่ถ้าเห็นว่ารัฐไม่เร่งดำเนินการ ปล่อยปละละเลย ประชาชนก็จะมีสิทธิที่จะฟ้องเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องได้ ท่านประธาน ที่เคารพ ผมจะให้ดูสักนิดหนึ่ง ก็คือมาตรา ๕๔ เราจะเห็นว่าเราจะมีการศึกษาภาคบังคับ ที่ระบุไว้ในมาตรา ๕๔ วรรคหนึ่ง การศึกษาภาคบังคับปรากฏว่าในรัฐธรรมนูญเขียนไว้ ๑๒ ปี แต่อย่างไรก็ตามในขณะที่มีการเอาร่างรัฐธรรมนูญออกทำประชามติ ได้มีเสียง เรียกร้องตำหนิผู้ร่างรัฐธรรมนูญว่าการศึกษาในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ด้อยกว่าการศึกษา ในรัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่าน ๆ มา คือปี ๒๕๔๐ และปี ๒๕๕๐ คสช. จึงได้ออกคำสั่ง ที่ ๒๘/๒๕๕๙ เรื่องจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๑๕ ปี การศึกษา ๑๕ ปี ที่กำหนดไว้ ก็คือ การศึกษาอนุบาล การศึกษาระดับประถมศึกษา และการศึกษาระดับมัธยมศึกษา ถ้าประถมศึกษา มัธยมศึกษาก็ระบบ ๖ ๓ ๓ คือจบ ม. ๖ หรือเป็นการศึกษาถึง ปวช. ๓ ท่านประธานที่เคารพครับ อันนี้ต้องเป็นการศึกษาฟรีแบบมีคุณภาพ วันนี้รัฐบาล โดยเฉพาะ ท่านที่มาชี้แจง ท่านไม่บังคับตามรัฐธรรมนูญ ท่านไปพูดข้าง ๆ คู ๆ ว่าท่านมีกองทุนเพื่อ เสมอภาคทางการศึกษา อยากจะให้สไลด์ (Slide) ไปที่กองทุนเสมอภาคการศึกษา

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

ท่านไปพูดข้าง ๆ คู ๆ ก็คือมีกองทุนเสมอภาคการศึกษา ในรัฐธรรมนูญบอกไว้ว่า คนที่ไม่มีสินทรัพย์ก็คือ คนที่ยากไร้ ขาดแคลนทุนทรัพย์นี้ รัฐต้องทำ ๒ อย่าง คือ ๑. สนับสนุนโดยรัฐ ๒. รัฐต้องมี กองทุน รัฐก็มีกองทุนจริง ก็ไปมีกองทุนเพื่อเสมอภาคทางการศึกษา เราจะเห็นว่ากองทุนเสมอภาค ทางการศึกษานี้ ก็ได้รับงบประมาณปีละ ๕,๐๐๐ ล้านบาท ย้อนกลับไปนิดหนึ่ง ลองให้ดูนิดหนึ่ง เพื่อจะทวนนิดเดียวครับ แล้วก็ปี ๖,๐๐๐ ล้านบาท ๕,๐๐๐ ล้านบาท ปรากฏว่ากองทุนเสมอภาค ทางการศึกษานี้ ประมาณ ๙๕ เมื่อสักครู่ผมลองดูตัวเลขนี้เกือบ ๙๙ เปอร์เซ็นต์ ไปแย่งทำงาน กับการเรียนฟรี ๑๕ ปี ไปทำงานกับการเรียนฟรี ๑๕ ปี ท่านดูตัวเลข ทั้งที่ในกฎหมาย เรื่องการศึกษานั้น ถ้าผู้ปกครองไม่เอาลูกเรียน จะถูกปรับ ๑,๐๐๐ บาท หรือ ๑๐,๐๐๐ บาท มีโทษด้วย แต่กองทุนเพื่อเสมอภาคทางการศึกษานี้ ทำไมไม่ไปดำเนินการกับผู้ขาดแคลน ทุนทรัพย์ เพื่อสร้างความเหลื่อมล้ำตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๔ (๕) (๖) ดังนั้น กองทุน กยศ. ที่เกิดขึ้น ผมจึงเห็นว่าในอดีตอาจจะใช่ แต่ถ้าปัจจุบันนั้น กองทุน กยศ. จะต้องมีบทบาท หนึ่งเป็นกองทุนเพื่อการศึกษาสำหรับผู้ขาดแคลน ท่านประธานที่เคารพครับ ประเทศไทย การศึกษาเราถูกทำลายอย่างรุนแรงในยุคของ คสช. สิ่งที่เห็นได้ดีที่สุดคือพระราชบัญญัติ กองทุนเพื่อการศึกษา ปี ๒๕๖๐ ที่ไปทำลายหลักการสำคัญของ พ.ร.บ. กองทุนการศึกษา ปี ๒๕๔๑ ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ครับ คือการศึกษาในกองทุนปี ๒๕๔๑ นั้น เขาบอกว่าจะคิดดอกเบี้ย ก็ได้ แต่ต้องคิดเท่ากับดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารออมสิน วันนี้เงินฝากธนาคารออมสิน ๑ สลึง ไม่ถึง ๕๐ สตางค์ด้วยซ้ำ แต่ใน พ.ร.บ. กยศ. ๒๕๖๐ นี้ ไปคิด ๗.๕๐ บาท นี่คือธนาคารพาณิชย์ ทั้งที่คุณไม่มีต้นทุนเลย ไปคิดดอกเบี้ยโหดร้ายมาก เท่านั้นยังไม่พอท่านประธาน ยังไปคิดเบี้ยปรับ เดือนละ ๑.๕๐ บาท ก็คือ ๑๘ บาท รวมเบี้ยปรับกับดอกเบี้ย ๒๕.๕๐ บาท มีใครบ้างที่ทำ ธุรกิจได้กำไรปีละ ๒๕.๕๐ บาท มันกำไรสูงมากนะครับท่านประธาน จะอ้างอย่างไรก็ตามว่า เบี้ยปรับบางช่วงคิดไม่ถึง ดอกเบี้ยบางช่วงคิดไม่ถึง แต่นี่คือการที่เป็นสิทธิโดยเฉพาะหลังจาก ปี ๒๕๖๐ มีรัฐธรรมนูญแล้ว นี่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน สิทธิต้องมีความเสมอภาค แต่ปรากฏว่า กองทุนเพื่อการศึกษานี้กลับไปแก้กฎหมาย แล้วก็มาสร้างความโหดร้าย ท่านประธานที่เคารพครับ เท่านั้นยังไม่พอ ในปี ๒๕๖๐ นี้ไปทำลายหลักการละเมิดสิทธิมนุษยชน ก็คือกรณีที่การทวงหนี้ คือสามารถเข้าถึงข้อมูลของผู้กู้ได้หมดเลย ไปละเมิดสิทธิแล้วเปิดเผยข้อมูลได้ ทุกคนในที่นี้ ถ้าจะเอาข้อมูลเปิดเผยมันต้องไปขออำนาจศาล แต่ กยศ. สามารถบุกเข้าไปถึงข้อมูล อย่างเช่นมาตรา ๔๕ เข้าถึงข้อมูลบุคคล มาตรา ๔๖ ยังให้หน่วยงานของรัฐหรือเอกชน ส่งข้อมูลให้ กยศ. อันนี้เป็นการละเมิดสิทธิ แล้วที่สำคัญอะไรรู้ไหม มาตรา ๕๐ ยังให้ กยศ. เป็นหนี้บุริมสิทธิ์ บุริมคือก่อน คือ กยศ. ต้องได้หนี้ก่อน อย่างนี้ก็ผลักภาระให้ลูกหนี้ กยศ. สมมติว่าลูกหนี้ กยศ. จะไปกู้เงินนอกจาก กยศ. ธนาคารไม่ให้กู้หรอกครับ เพราะ กยศ. เป็นหนี้บุริมสิทธิ์ คือถ้าไปปล่อยกู้ถ้ามีปัญหาลูกหนี้ต้องจ่ายให้ กยศ. ก่อน แล้วที่สำคัญก็ส่ง ภาระให้ลูกหนี้ กยศ. ต้องเดือดร้อนอย่างมาก เพราะสิ่งที่เขาจะไปหาเงินได้อย่างเดียวคือต้อง ไปหาจากหนี้นอกระบบหรือหนี้ครัวเรือน อันนี้จึงเป็นวิกฤติ แล้วที่สำคัญ อันนี้คือเป็นใน ภาพรวม สรุปแล้ว พ.ร.บ. กยศ. ถ้าไม่แก้ปัญหาไม่รุนแรงขนาดนี้ เพราะในปี ๒๕๔๑ ถ้ามี ดอกเบี้ยก็ ๑ สลึง แล้วจริง ๆ พอหลังจากรัฐธรรมนูญแล้วการมีดอกเบี้ยไม่ได้เด็ดขาด เพราะการมีดอกเบี้ยคุณกำลังเอาคนที่จะทำให้ประเทศมีกำไร ถ้าคนเรียนจบแล้วมีกำไร ก็ไปคิดดอกเบี้ยกับคนมีการศึกษาหรือ ประเทศไหนเห็นก็ต้องมีหัวเราะเยาะ อันนี้คือสิ่งที่ เสียหาย ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือเป็นหลักคิดของพรรคประชาชาติเราจึงแก้กรณีที่ ๑ คือมาตรา ๖/๑ ให้การกู้ยืมของผู้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์เป็นทุนการศึกษา แต่มีเงื่อนไขให้ คณะกรรมการได้พิจารณา แต่หลักใหญ่ก็คือเป็นหนี้ต้องใช้หนี้ แล้วก็มาตรา ๔๔ ที่เป็นมาตราหลักก็คือการใช้หนี้คือใช้เฉพาะเงินต้น การใช้หนี้ต้องไม่มีดอกเบี้ยและเบี้ยปรับ ผมถือว่าถ้าการมีดอกเบี้ยสำหรับผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ท่านกำลังละเมิดรัฐธรรมนูญ ทำผิด กฎหมาย และการมีเบี้ยปรับอย่างโหดร้าย ซึ่งสมาชิกของผมได้พูดไปแล้ว กู้ ๓๐๐,๐๐๐ ใช้หนี้ ๙๐๐,๐๐๐ เบี้ยปรับ แล้วมีจำนวนมาก ไม่อยากยกตัวอย่าง คือการมีเบี้ยปรับ ก็ต้องยกเลิก แล้วการใช้หนี้ของพรรคก็คือให้ใช้หนี้เมื่อมีความพร้อมในมาตราหนึ่ง คือมี ความพร้อม แต่ผมเขียนระยะเวลาเอาไว้ ๓๐ ปี เหตุที่ ๓๐ ปี เพราะว่าเอามาจาก กยศ. เอง กยศ. ขยายเวลาให้ ๓๐ ปีไม่พอ ยังให้คนใช้หนี้ไปอายุ ๖๕ ผมอาจจะน้อยกว่า กยศ. หน่อย ผมเชื่อว่าใน ๓๐ ปี ลูกหนี้มีความพร้อม และคำว่ามีความพร้อมแค่ไหน เพราะกฎหมาย กยศ. เดิมไปละเมิดสิทธิอย่างร้ายแรง เราแก้กฎหมาย วิ.แพ่งในการบังคับคดีว่าถ้าจะไป บังคับคดีกับลูกหนี้ ลูกหนี้ต้องมีเงินอยู่ ๒๐,๐๐๐ เงินสงเคราะห์ต่าง ๆ ต้องไปบังคับไม่ได้ แต่ กยศ. ทำได้หมด นี่คืออะไรครับ หนี้นอกจากเป็นธนาคารพาณิชย์ คุณยังรีดเลือดกับคนที่ จะเป็นอนาคต คนเจ็นวาย (Gen Y) อายุ ๒๑-๓๗ ปี เจ็นเอกซ์ (Gen X) ถึง ๖๐ ปี หรือกว่านั้น เกิดมาต้องมีทุกข์กับหนี้ และเป็นหนี้ที่เป็นภาษีอากรของประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะให้เพื่อนสมาชิก วันนี้พวกเราทุกคนคงจะรับร่างพระราชบัญญัตินี้ เรามา ปลดโซ่ตรวนที่เป็นภาระอันยิ่งใหญ่ ทาง กยศ. ท่านก็มีกฎหมาย ท่านเพิ่งมาเมื่อ ๒-๓ ปี เท่านั้นที่ไม่ได้เอาเงินงบประมาณ การศึกษามีหลายท่านผมก็เคารพในมุมมองว่าเป็นเรื่องของ รุ่นพี่ส่งให้รุ่นน้องเรียน อันนี้มันเป็นหลักที่ขัดกับสิทธิมนุษยชนอย่างมากเลย สิทธิมนุษยชน เขาบอกว่า รัฐ การศึกษามันต้องสิทธิขั้นพื้นฐานที่รัฐจะต้องจัดการให้ แล้วการศึกษาท่านไปดู งบการเงินอยากจะเอาส่งไปนิดหนึ่งเผื่อให้เห็น พองบการเงินท่านลองไปดูครับ ปรากฏว่าไปเก็บเงินที่เป็นเบี้ยปรับมา ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ดอกเบี้ยรวม ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เงินก้อนนี้แทนที่จะไปส่งน้องเรียนตามที่อ้าง เอาไปให้ กยศ. กรรมการเอาไปใช้ ผมรวม ตัวเลขมา ๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท นี่มันคืออะไร คุณกำลังเอาเงินจากผู้ยากไร้ ในหลักการ ทั้งศาสนาพุทธ ศาสนาอิสลาม คนมือบนต้องช่วยมือล่าง แต่นี่คุณกำลังจะเอาคนยากไร้ คนมือล่าง เอาเงินจากมือล่างมาหล่อเลี้ยง และที่สำคัญคือกองทุน กยศ. ไปใช้เงินมโหฬาร อย่างนั้นได้อย่างไร คนบางคนป่วยติดเตียง บางคนหนี้ ๖,๐๐๐ กว่าบาท ถูกยึด ซึ่งผม มีตัวอย่างเยอะ ซึ่งผมไม่อยากจะพูดให้รุนแรงไปกว่านั้น ดังนั้นผมอยากให้พิจารณา ร่างของพรรคประชาชาติ ร่างของพรรคประชาชาตินั้นถ้าเรามาพิจารณาก็คือคนที่ ถูกฟ้องร้อง หรือที่กู้อยู่ ๖.๑ ล้านคน น่าจะต้องกลับมาทบทวน ต้องไม่มีดอกเบี้ยและ เบี้ยปรับ คนที่เป็นอดีตถูกฟ้องร้องไปแล้ว ๑.๒ ล้านคน ที่ถูกดำเนินคดี ก็ควรจะส่งคืน เฉพาะเงินต้น ส่งคืนเงินต้นนะครับไม่ใช่ไปยกเว้นให้ แล้วก็ประเด็นสำคัญมีบางประเด็น ซึ่งเรายกเว้นให้ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนได้เกียรตินิยม เป็นหลักสูตรที่รัฐเห็นว่าจะสร้าง ความสำคัญของประเทศอันนี้ก็สำคัญครับ เพราะวันนี้ พ.ร.บ. ที่รัฐบาลยกร่างมาอันตราย อย่างยิ่ง ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านไปมีกรรมการที่มาจากกระทรวงการคลัง ก็คือต้องการทำให้ กยศ. เป็นธนาคารพาณิชย์ แล้วธนาคารพาณิชย์เขายังลำบากกว่าท่าน เพราะว่าคนไปฝากเงิน ต้องจ่ายดอกเบี้ยแต่ท่านไม่มีดอกเบี้ย และที่สำคัญท่านไปยกเลิกอนุ ๒ อนุที่เป็นอนุสำคัญ คือที่มาจากกระทรวงศึกษาธิการท่านยกหมดเลย เพราะอะไรรู้ไหม เพราะอาจจะไปขัดขวาง ความสุขกรรมการก็ได้ จึงทำให้กรรมการใช้เงินตามอำเภอใจ อันนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าจะดูอดีตสังคมใดให้ไปดูที่พิพิธภัณฑ์ ถ้าจะดูปัจจุบันให้ไปดูที่ หน่วยปฏิบัติ ถ้าจะดูอนาคตให้ไปดูที่การศึกษา วันนี้อนาคตของประเทศไทยแทบไม่มีเลย เรียนฟรี ๑๕ ปีไปตั้งกองทุนก็ให้อีกกองทุนหนึ่งไปแย่งกันใช้เงินก้อนนั้น แต่คนที่ยากไร้ ที่รัฐธรรมนูญกำหนด ท่านก็ปล่อยปละละเลย ดังนั้นผมจึงอยากเรียกร้องว่าเมื่อเราตั้ง กรรมาธิการแล้ว อยากให้ท่านรัฐมนตรีทำใจให้ร่ม ๆ แล้วเรามาร่วมกันสร้างชาติด้วย การศึกษา การศึกษาเท่านั้น ความรู้เท่านั้นจะเปลี่ยนทุกอย่าง ที่เรายืนอยู่รัฐสภาอยู่นี้ เกิดด้วยความรู้ที่เป็นตึก ไม่ได้เกิดด้วยอาวุธ ไม่ได้เกิดด้วยกำลัง การที่จะมีความรู้ได้ คือการศึกษา ผมจึงขอสนับสนุนร่างทั้งของรัฐบาลและของพรรคฝ่ายค้านทั้ง ๕ พรรค แล้วก็ อยากไปให้พิจารณาในวาระที่ ๒ และวาระที่ ๓ อย่างใช้สติปัญญาใช้อนาคตของชาติมาเป็น สิ่งสำคัญ เพราะคนกลุ่มนี้เป็นคนกลุ่มใหญ่ของประเทศมากที่ต้องทุกข์ระทมอยู่ทุกวันนี้ เพราะเป็นหนี้เกิดจากความขยัน เป็นหนี้ที่เกิดจากการเรียนรู้ คนกลุ่มนี้ไม่ไปติดยาเสพติดให้ ก็บุญแล้ว แต่ขยันยังถูกฟ้องร้องถูกดำเนินคดี ผมจึงคิดว่าเรามาร่วมกันสร้างวาระสำคัญของ ชาติในครั้งนี้ ขอบพระคุณมากครับ