ชินวรณ์ บุณยเกียรติ หารือความจำเป็นในการแก้ไข พ.ร.บ.เงินกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา โดยเสนอให้รับหลักการทั้งร่างของรัฐบาลและร่างของตนเอง เพื่อส่งเสริมความยั่งยืนของกองทุน พร้อมเน้นการปรับปรุงกฎหมายให้ครอบคลุมนักเรียนยากจนและส่งเสริมการเปลี่ยนหนี้เป็นทุน โดยเฉพาะในสาขาขาดแคลนและศิลปวัฒนธรรม ขณะเดียวกันย้ำถึงความสำเร็จของกองทุนที่ขยายตัวอย่างมากใน 26 ปีที่ผ่านมา และเรียกร้องให้มีการบริหารจัดการอย่างโปร่งใส มีประสิทธิภาพ เปลี่ยนภาพลักษณ์จากเจ้าหนี้เป็นผู้ให้บริการการศึกษา พร้อมวิพากษ์วิจารณ์นโยบายปลดหนี้แบบไร้เงื่อนไขว่าทำลายอนาคตการศึกษา และเรียกร้องให้ทุกพรรคสนับสนุนกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งเพื่อประโยชน์ของประเทศในระยะยาว
ท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัด นครศรีธรรมราช เดิมผมตั้งใจว่าจะไม่สรุปท่านประธาน แต่เนื่องจากว่าพระราชบัญญัติ เงินกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษานั้นมีเพื่อนสมาชิกในสภาได้อภิปรายกันอย่างกว้างขวาง และมีจำนวนมาก แล้วบางท่านก็ได้อภิปรายที่เกินจากกรอบในหลักการที่เราได้มีการเสนอร่าง โดยเฉพาะร่าง ของคณะรัฐมนตรีและร่างของกระผม ซึ่งเสนอไปในแนวทางเดียวกัน เพราะเราต้องการเห็น ว่าการแก้ไขพระราชบัญญัติเงินกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่เราได้มีการปรับปรุง เมื่อปี ๒๕๖๐ นั้น บัดนี้ถึงเวลาที่เราจะต้องดำเนินการแก้ไขเพื่อที่จะให้พระราชบัญญัติ เงินกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษานั้นได้เดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและเป็นหลักประกันในเรื่อง การให้โอกาสให้กับลูกหลานของเราในอนาคต ก่อนที่ผมจะลงรายละเอียดก็อยากจะขอ อนุญาตท่านประธานว่า ผมมีสไลด์ (Slide) ประกอบเล็กน้อยเพื่อเป็นการสรุป เพื่อที่ กรรมาธิการจะได้ดำเนินการในการที่นำไปพิจารณา
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
ประเด็นแรก ก็คือว่าในเรื่อง ของสถานการณ์ในการวันนี้ ผมคิดว่าพี่น้องประชาชนที่สนใจการศึกษา และสนใจในอนาคต ของลูกหลาน หรือแม้แต่ผู้กู้ยืม นักเรียนและนักศึกษาทั่วประเทศสนใจ ลุ้นการพิจารณา ของสภาในวันนี้ครับท่านประธานว่ากฎหมายฉบับนี้จะผ่านหรือไม่ เพราะใช้เวลามาเป็น สัปดาห์ที่ ๒ แล้ว
ประการที่ ๒ ก็คือว่าโดยหลักการของการร่างกฎหมายฉบับนี้ โดยคณะรัฐมนตรี ซึ่งผมเชื่อว่าเราก็จะต้องรับเป็นร่างหลักต่อไปนั้น ได้เขียนหลักการไว้ อย่างแคบ ไม่เหมือนของบางพรรคที่ได้เขียนหลักการอย่างกว้างว่า จะปรับปรุง พระราชบัญญัติเงินกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา ท่านจึงสามารถพูดได้ยาวจนไปถึงเรื่อง การศึกษาภาคบังคับ เรื่องกฎหมายรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้อง แต่ว่าในส่วนของกระผมนั้น ได้เขียนหลักการไว้เช่นเดียวกันกับหลักการของคณะรัฐมนตรี จึงอยากจะทำความเข้าใจว่า คณะกรรมาธิการที่จะไปพิจารณาก็จะต้องไปพิจารณาตามหลักการที่เราจะรับในสภา อีกไม่กี่วินาที กี่นาทีข้างหน้านี้
ประการที่ ๓ ก็คือว่าผมอยากให้ท่านประธานได้ดูตัวเลขนิดหนึ่งครับว่า ตั้งแต่วันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๓๘ จนมาถึงวันนี้เงินกองทุนก้อนแรกที่ท่านชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรีได้อนุมัติ ๔,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้เรามีเงินทั้งหมด ๖๗๕,๓๑๗ ล้านบาท ซึ่งผมถือว่าเป็นเงินกองทุนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ในประเทศของเรามีเงินกองทุน หลาย ๆ กองทุนครับ แต่ว่ากองทุนนี้ได้เจริญเติบโตมาตามลำดับโดยการที่รัฐบาลได้สมทบ เป็นเงินอุดหนุนเข้ากองทุนมาเป็นระยะ วันนี้ ๖๗๕,๓๑๗ ล้านบาท มีนักเรียนได้รับ ผลประโยชน์ ๖,๑๔๖,๐๔๔ คนครับท่านประธานครับ ผมอยากให้มองตัวเลขนี้เป็นตัวเลข ที่สร้างสรรค์
สร้างสรรค์ประการแรกก็คือว่าการที่เราจะมีเงินกองทุนขึ้นมาขณะนี้มันต้อง ใช้การบริหารจัดการที่ดี มันจะต้องดำเนินการในการที่ปรับปรุงกฎหมาย โดยสภานี้ละครับ ให้มีประสิทธิภาพ ผมเคยทำกฎหมายฉบับนี้มาเมื่อปี ๒๕๔๑ ผมก็ยอมรับความเป็นจริงว่า เจตนารมณ์ของคนจัดตั้งกองทุนนั้น ต้องการให้กองทุนนี้เป็นกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา เมื่อกู้ยืมก็ต้องมีดอกเบี้ยแต่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพื่อเอากำไรแบบธนาคารพาณิชย์ครับ แต่เป็น ดอกเบี้ยเพื่อต้องการที่จะสื่อให้ผู้ได้รับเงินภาษีของประชาชนก้อนนี้ต้องมีความรับผิดชอบ ครับว่า ต้องจ่ายคืนเงินกองทุนเพื่อส่งมอบโอกาสให้กับรุ่นน้องต่อไป ผมไปดูงานเกี่ยวกับ เงินกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาในหลายประเทศ หลายประเทศประสบความสำเร็จครับ หลายประเทศเป็นล้าน ๆ บาทที่จะมารองรับให้กับลูกหลานของเราที่เป็นเยาวชนได้มีโอกาส ใช้เงินกองทุนก้อนนี้เพื่อศึกษาต่อ ท่านประธานครับ ผมอภิปรายตอนวันแรกที่รับหลักการ พี่น้องประชาชนที่สนใจไลน์ (Line) มาในเฟซบุ๊ก (Facebook) ของผมจำนวนมากว่า ลูกหลานของเขาได้รับประโยชน์จากเงินกองทุนก้อนนี้และเขายินดีที่จะคืนเงินกองทุนก้อนนี้ ไม่ใช่เป็นหนี้สิน ไม่ได้เป็นความโหดร้ายของผู้อำนวยการกองทุนที่นั่งอยู่ตรงนี้ครับ แต่เป็นกระบวนการ ในเชิงการบริหารตามเจตนารมณ์ของการจัดตั้งกองทุน และแน่นอนที่สุดไม่ได้เป็นภาระของ ความเดือดร้อนของผู้ที่สุจริตที่ได้รับเงินกองทุนแล้ว คืนกลับให้กับกองทุนในระยะเวลาผ่อน ส่ง ๒๐ ปี และกฎหมายใหม่เราก็ปรับปรุงว่า ในช่วงระยะเวลาดังกล่าวนี้ถ้าหากว่า ผู้กู้ยืมประสบปัญหาในเรื่องสุขภาพ ในเรื่องอุบัติเหตุ ในเรื่องโรคอุบัติใหม่ก็สามารถที่จะมา ปรับโครงสร้าง มาปรับดอกเบี้ย มาพักชำระหนี้ได้ตลอดเวลาครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้จึงต้อง เริ่มต้นเป็นจุดแรกที่จะต้องเข้าใจตรงกันก่อนครับ
ประเด็นที่ ๒ ครับ วันนี้ถึงเราไม่มีกฎหมายฉบับนี้ ผมเป็นประธาน คณะกรรมาธิการวิสามัญในการแก้ไขปัญหาการผิดนัดชำระหนี้ ผมขอสไลด์ (Slide) สิครับว่า
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
ในวันนี้คณะกรรมการกองทุน ก็ไปดำเนินการแล้วครับ ดำเนินการประการแรก ที่เป็นไปตามเจตนาตามจริงตอนที่ผมร่าง กฎหมายเขาคิดว่า ๑๓ ปีเราจะมีทุนหมุนเวียนที่จะกลับมาเพื่อให้ทุนหมุนเวียนดังกล่าวนั้น นำไปสู่การมอบโอกาสให้กับรุ่นต่อไปได้ วันนี้ ๒๖ ปีเรามีเงินกองทุนให้กู้ยืม ที่กลับมาถึง ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปีครับ จึงใช้คำพูดที่ผู้จัดการกองทุนได้พูดกับผมในสภา ในชั้นกรรมาธิการว่า ไม่มีโควตาอีกต่อไป ที่ผมย้ำคำนี้เพราะผมต้องการให้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ขอประทานโทษ ท่านมานั่งอยู่ด้วย ท่านได้ตระหนักรู้ว่าเงินก้อนนี้มาจาก ความรับผิดชอบของผู้กู้ที่เรียนจบแล้วเขาคืนเอากลับให้กับรุ่นน้อง ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ท่านประธานครับ ในวันนี้ไม่มีโควตาอีกต่อไป เพราะฉะนั้นลูกคนยากคนจนที่ขาดแคลน จะต้องได้รับละครับ แต่ว่าเราจะต่อยอดเราจะต้องมาแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย เราจะมา ต่อยอดว่า ถ้าเรามีเงินมากพอเราจะมองลูกคนยากคนจนเพียงขาดแคลนด้านรายได้ ของครอบครัวด้านเดียวไม่พอแล้ว เราควรจะดูด้านอื่นด้วย เช่น เขาอยู่ในเกณฑ์ความยากจน จริงหรือไม่อยู่ในเกณฑ์ยากจนจริงแต่มีลูก ๔ คนต้องส่งให้เรียน คณะกรรมการต้องสามารถ กำหนดกฎเกณฑ์ที่ให้ครอบครัวดังกล่าวนั้นสามารถที่จะได้รับเงินกองทุนกู้ยืม หรือในส่วน ของผู้เรียนเองก็เช่นเดียวกันครับ ถ้าผู้เรียนประพฤติดี เรียนดีมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ คณะกรรมการกองทุนต้องสามารถเปลี่ยนแปลงหนี้ให้เป็นทุน ก็คือให้ฟรี แต่ต้องให้ ในหลักเกณฑ์และวิธีการพิเศษจริง ๆ เพื่อจูงใจให้กับนักเรียน นักศึกษาที่กู้ยืมเงินก้อนนี้ ได้เห็นว่าตัวเองต้องมีความรับผิดชอบและมีวินัยในเรื่องการเงินที่จะต้องดำเนินการ วันนี้ ผมอยากเรียนย้ำผ่านไปยังผู้จัดการกองทุนอีกครั้งหนึ่งว่า ถ้าใครก็ตามได้รับเงินกองทุนกู้ยืมนี้ แล้ว ใครอย่ามาหาเสียงเลยครับว่าปลดหนี้ให้เขา ผมคนหนึ่งไม่เห็นด้วยครับ และผมคิดว่า ลูกหนี้ ๖ ล้านกว่าคนก็ไม่เห็นด้วยครับ ถ้าคุณมีเงินเป็นสิบล้าน แต่คุณไม่ยอมจ่ายเงินกองทุน ถ้าคุณมีสถานะมาเป็นผู้แทนราษฎร แต่คุณไม่จ่ายเงินกองทุนกู้ยืม ผมคิดว่าเราจะยอมรับ ไม่ได้เป็นอันขาดเลยครับ เราต้องฟ้องร้องและดำเนินคดีอย่างเคร่งครัดครับ นี่หลักการ เบื้องต้นที่ผมอยากจะเรียนให้ตรงกันครับ
ทีนี้มาดูสไลด์ (Slide) สุดท้ายที่เขาว่าหลักการในการช่วยเหลือ นี่ละครับ ที่กำลังโชว์อยู่ในสไลด์ (Slide) ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า จริง ๆ แล้วเรา อยากจะให้การดำเนินการในการช่วยเหลือดังกล่าวนี้เป็นการช่วยเหลือไม่ใช่เฉพาะที่เราเกิด วิกฤติโรคระบาดใหม่หรือโควิด-๑๙ (COVID-19) ที่เกิดขึ้น แต่ผมอยากจะให้ กยศ. มอบของขวัญเหล่านี้ให้กับผู้กู้ยืมทุกคน ถ้าเขาเข้าหลักเกณฑ์ที่เราจะต้องเข้าไปช่วยเหลือ ผมอยากจะให้ช่วยเหลือ เช่น ลดดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่ท่านเขียนไว้ในกฎหมายว่าไม่เกินร้อยละ ๒ ในขณะนี้เหลือ ๐.๐๑ เปอร์เซ็นต์ครับ ที่ผมต้องย้ำตรงนี้เพราะว่ามีบางท่านมาพูดว่าเหมือน หฤโหด เหมือนกับกองทุนเขียวที่ให้กู้ยืมโดยเอกชน เหมือนกับธนาคารพาณิชย์ที่ต้องเอา ดอกเบี้ย ไม่ใช่ละครับ ถ้าเมื่อไรคณะกรรมการกองทุนเงินกู้ยืมทำอย่างนี้ ผมคนหนึ่งละครับ จะลุกขึ้นมา อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แล้วก็จะดำเนินคดีกับคณะกรรมการ กองทุนต่อไป แต่นี่เขาทำดี ผมก็ต้องเอามาพูดหน่อย ลดดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเหลือ ๐.๐๑ เปอร์เซ็นต์ ลดเงินต้น ๕ เปอร์เซ็นต์ กรณีชำระหนี้ปิดบัญชี ลดเบี้ยปรับ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ในกรณีที่ถูกปรับในช่วงที่มีการเร่งรัดคดี แต่ว่าในขณะนี้เจ้าตัวยินยอม ลดให้เลย ก็เป็นเรื่องที่ ถูกต้อง และตลอดถึงการที่จะดำเนินการในการที่จะลดเบี้ยปรับให้กับผู้ที่มีความประสงค์ที่จะ เข้าสู่มาตรการในการลดหย่อนหนี้อีกร้อยละ ๘๐ ซึ่งทั้งหมดนี้มีหลายประเด็นที่กองทุน ได้ดำเนินการไป ผมอยากจะกราบเรียนว่าโดยเจตนารมณ์ของท่านชวน หลีกภัย ท่านได้ไป พูดไว้ในวันที่เปิดสัมมนาคณะกรรมาธิการว่า เงินก้อนนี้ต้องการตั้งให้เป็นเงินกองทุน หมุนเวียนเพื่อให้นักเรียนได้กู้ยืม และคนกู้ยืมก็ต้องคืนเงิน ท่านยังยกตัวอย่างว่า ในยุคสัก ๓-๔ ปีที่ผ่านมามีมหาวิทยาลัยบางมหาวิทยาลัยใช้เงินกองทุนกู้ยืมหนี้นี้ไปเป็น ประโยชน์โฆษณาให้เด็กมาเรียนที่มหาวิทยาลัย และสุดท้ายก็ยังไปให้ความเข้าใจที่ผิด กับนักศึกษาที่กู้ว่าสักวันหนึ่งรัฐบาลจะยกเลิกหนี้ให้ ผมเป็นคนพูดเองว่า พรรคการเมืองใด ก็ตาม ถ้าออกมาพูดว่าจะยกเลิกหนี้ให้เท่ากับพรรคการเมืองนั้นทำลายกองทุนเงินกู้ยืมเพื่อ การศึกษา ทำลายอนาคตของลูกหลานของเรา ๖ ล้านกว่าคนที่กำลังได้อยู่ในขณะนี้ และต่อไปอาจจะเป็น ๑๐ ล้านคน เป็น ๒๐ ล้านคน ที่จะต้องได้รับดังต่อไปนี้
ประการสุดท้ายครับ ผมอยากสรุปว่า กฎหมายฉบับนี้คือพระราชบัญญัติ กองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่คณะรัฐมนตรีและผมเสนอ เรามีหลักการที่สำคัญ มีสาระ ๒๗ มาตราเท่านั้นครับท่านประธานครับ และเราได้เขียน หลักการไว้ ๔ ประเด็นหลัก ซึ่งผมอยากจะกราบเรียนว่า นี่คือความชัดเจนที่คณะกรรมาธิการ จะต้องไปดูใน ๔ กรอบนี้ ซึ่งผมแยกเป็นประเด็นสำคัญ ๑๕ ประเด็นที่อยากจะพูด ให้บันทึกไว้ในสภานี้ว่า เราจะไปปรับปรุงอย่างไรให้ดีขึ้นก็ต้องอยู่ภายใต้กรอบของหลักการนี้
ประเด็นแรก นั่นคือประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการขยายโอกาสให้กับนักเรียน และนักศึกษา คือเราได้ปรับปรุงมาตรา ๓ มาตรา ๔ เพื่อต้องการที่จะให้ผู้เรียนหมายถึง ผู้ที่เข้าศึกษาในหลักสูตรอาชีพ หรือเพื่อยกระดับทักษะ สมรรถนะ หรือการเรียนรู้ ในสถานศึกษาด้วย ก็เหมือนที่เพื่อนอภิปราย คือเปิดกว้างขึ้นกว่าเดิม สถานศึกษา ก็เช่นเดียวกันครับ นอกจากจะเป็นสถานศึกษาในระบบตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียน ว่าด้วย โรงเรียนเอกชน ว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาแล้ว ก็ให้หมายร่วมถึงบุคคลและคณะบุคคล ซึ่งจัดให้มีการศึกษาในหลักสูตรอาชีพเพื่อยกระดับทักษะ สมรรถนะ หรือการเรียนรู้ตามที่ คณะกรรมการกำหนดด้วย นี่เป็นเรื่องของการขยายโอกาสครับ
เรื่องที่ ๒ การขยายโอกาส อันที่ ๒ คือแก้ไขมาตรา ๕ คณะกรรมการอาจให้ ทุนการศึกษาแทนการให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาได้ในกรณีที่นักเรียน นักศึกษาไปศึกษา ในสาขาวิชาขาดแคลน หรือสาขาวิชาอื่นที่กองทุนมุ่งส่งเสริมเป็นพิเศษ ผมยังแสดง เจตนารมณ์ในเรื่องนี้ครับว่า ไม่ใช่กองทุนจะมีการส่งเสริมเป็นพิเศษในเชิงธุรกิจ แต่ผมคิดว่า สาขาที่ควรมุ่งส่งเสริมเป็นพิเศษนั้นเราควรจะมาดูในสาขาของการสร้างความเป็นคน ให้สมบูรณ์ด้วย เช่น ผมอยากเห็นการที่เราจะต้องสอนลูกหลานเรามีสุนทรียศาสตร์สืบทอด วัฒนธรรม ถ้าเขาเรียนวิชามโนราห์ ผมคิดว่าควรให้กองทุนนี้เป็นพิเศษ นี่สำหรับคนภาคใต้ บ้านผม หาคนเรียนยากครับท่านประธาน ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้ผมแค่เป็นยกตัวอย่างสั้น ๆ
ประเด็นที่ ๓ คือไปแก้ไขวัตถุประสงค์ของกองทุน อันนี้สำคัญที่สุดครับ ท่านประธาน คือเดิมเรามีวัตถุประสงค์ที่จะช่วยเหลือนักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ แต่วันนี้ กฎหมายฉบับนี้เราต่อยอดไปข้างหน้าก็คือว่า ให้นักเรียนที่ศึกษาในสาขาวิชาที่ผมกราบเรียน ไปแล้ว และให้นักเรียนที่เรียนดีเพื่อสร้างความเป็นเลิศเพิ่มขึ้นมาในวัตถุประสงค์ และให้ คณะกรรมการกำหนดให้เป็นทุนการศึกษาแทนการให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาได้ อันนี้เป็นเรื่องที่ สำคัญที่ผมต้องพูดเพราะเป็นผลงานของท่านประธาน เป็นผลงานของนายกรัฐมนตรี เป็นผลงานของคณะรัฐมนตรี และผมถือว่าเป็นผลงานของผม และเป็นผลงานของพวกเรา ทุกคนที่อยู่ในสภานี้ หลังจากนี้ไปเราจะได้เห็นคณะกรรมการได้กำหนดเงิน ๖๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ เอามาปีหนึ่งสัก ๒๐ ล้านบาท ๑๐๐ ล้านบาทได้ไหมครับ มาให้ทุนการศึกษา แทนให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา เพื่อต่อยอดที่จะให้นักศึกษา นักเรียน โดยเฉพาะช้างเผือก ในชนบทเขาได้มีโอกาสได้เรียนในสาขาวิชาที่ขาดแคลน ในสาขาที่มุ่งสู่ความเป็นเลิศ
ประการต่อมาท่านประธาน ก็คือประการที่ ๔ คือการให้นำเงินกองทุนกู้ยืม ไปใช้เพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของกองทุนนั้น ก็ให้คณะกรรมการกองทุนไปกำหนด หลักเกณฑ์
ประการที่ ๕ ให้คณะกรรมการก็ได้มีอำนาจให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และเป้าหมายดังกล่าว เมื่อก่อนนี้มีเพื่อนสมาชิกบอกว่าทำไมคณะกรรมการไม่ช่วยนักเรียน ทำไมไม่ยกฟ้อง ทำไมไม่ปรับโครงสร้างหนี้ ก็มันปรับไม่ได้ครับ เพราะไม่ได้ให้อำนาจหน้าที่ ของคณะกรรมการไว้ในกฎหมาย วันนี้เราก็เลยมาให้อำนาจหน้าที่ให้กับคณะกรรมการ เพิ่มขึ้น มีหลายประเด็น แต่ว่าประเด็นสำคัญที่ผมอยากจะฝากคณะกรรมาธิการ ที่เราจะต้องไปขอดูรายละเอียดจากคณะกรรมการกองทุนกู้ยืม คือการที่จะกำหนดลักษณะ ของนักเรียน นักศึกษา ตามมาตรา ๖/๑ ต่อไปว่า เราต้องการที่จะให้เป็นอย่างไร ไม่ใช่ให้ เช็คเปล่าไปและกรรมการจะไปคิดอย่างไรก็ได้ ผมคิดว่าในฐานะเราเป็นตัวแทนของ ประชาชนและเราเป็นผู้ทำกฎหมาย เราก็จะต้องดำเนินการในเรื่องนี้
นอกจากนั้นที่สำคัญประการที่ ๖ ก็คือว่า ให้คณะกรรมการต้องกำหนด ให้ผู้ซึ่งขาดแคลนทุนทรัพย์อย่างแท้จริงได้มีโอกาสกู้ยืมเงินได้ โดยไม่ต้องคำนึงเฉพาะรายได้ ต่อครอบครัวของผู้กู้ยืมเงินเพียงด้านเดียว แต่ต้องคำนึงถึงรายจ่ายของครอบครัวด้วย นี่ตามที่ผมกราบเรียนไปแล้วท่านประธานครับ ยุคผม ยุคท่านประธาน พ่อแม่เรามีลูก ๘ คน แต่เลี้ยงพวกเราได้ครับท่านประธาน แต่วันนี้มีลูก ๒ คนนี่ก็หนัก แต่ว่าครอบครัว คนยากคนจนเขาอาจจะมีลูก ๓ คน ๔ คน เพราะฉะนั้นผมคิดว่าจะไปคิดเอารายได้ เพียงอย่างเดียวไม่พอ ต้องคิดถึงรายจ่ายด้วย อันนี้เป็นสิ่งที่ผมพยายามที่จะเห็นว่าเราได้ ต่อยอดเรื่องนี้ขึ้นมา แล้วก็เป็นแนวความคิด ถึงแม้ว่าเราจะดำเนินการที่จะให้ต่อยอด โดยเฉพาะประการที่ ๗ คือให้นักเรียน นักศึกษา ซึ่งต้องตัดสินใจก่อนทำการสมัครเข้าศึกษา และขอกู้ยืมเพื่อการศึกษาได้มีการประกาศข้อมูลเกี่ยวกับเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาตั้งแต่ต้นปี อันนี้เราเขียนบังคับเงินกองทุนกู้ยืมครับท่านประธาน ท่านต้องเป็นหน่วยบริการ ไม่ใช่ให้ นักเรียน นักศึกษา เป็นคนที่ขวนขวาย โดยเฉพาะเด็กในชนบทอาจจะขาดการแนะแนวที่ดี จากสถานศึกษา อาจจะขาดการจูงใจที่ดี ผมว่ากองทุนเอาเม็ดเงินก้อนนี้ที่มีใครพูดว่าใช้ไป กี่พันล้านต่อปีผมไม่ทราบนะครับ แต่ว่าผมยอมรับว่าต้องจ้างผู้อำนวยการกองทุนให้แพงหน่อย ต้องทำบริหารการจัดการที่ดีหน่อย แต่ผมอยากดูที่การบริการไปถึงตัวนักเรียนเลยต้องเขียน ตรงนี้ไว้ว่า กองทุนต้องมีหน้าที่ทำอะไรบ้างเกี่ยวกับตัวนักเรียนทั้งหมด นอกจากนั้นก็จะเป็น เรื่องของการบริหารจัดการที่ดี มีหลายประเด็น ทั้งหมดที่ผมกราบเรียนไปแล้ว ๑๕ ประเด็น การบริหารจัดการที่ดีหมายถึงว่า การที่กองทุนได้รับการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายคราวนี้แล้ว ก็จะต้องไปดำเนินการในการที่จะต้องดำเนินการในเรื่องของการที่จะบริการการกู้เงินของ นักเรียน นักศึกษา ให้มีความรวดเร็ว คล่องตัว มีประสิทธิภาพและทั่วถึงนักเรียนอย่างแท้จริง และสิ่งที่ผมอยากฝากไว้ก็คือว่า กองทุนต้องไปเปลี่ยนทัศนคติของนักเรียนผู้กู้ยืมเสียใหม่ อย่าให้เห็นกองทุนเหมือนกับเจ้าหนี้ไปตามลูกหนี้ อย่าให้เห็นกองทุนเหมือนฝ่ายสินเชื่อไปตามเอสเอ็มอี (SMEs) แต่ว่าวันนี้ประมาณ ๖-๗ ประเด็นสำคัญที่เกี่ยวกับกฎหมายฉบับนี้ เราให้อำนาจกองทุนไปแล้ว ก็ขอให้กองทุนไป ปรับปรุง ทั้งในเรื่องของการให้กู้หนี้ให้สะดวก คล่องตัวมีประสิทธิภาพและให้เห็นว่านักเรียน นักศึกษานั้นเป็นผู้ที่ควรได้รับบริการจากเงินกองทุนก้อนนี้ เงิน ๖๗๕,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ เป็นเงินภาษีของประชาชนที่เราต้องตระหนักอยู่ตลอดเวลาว่า ถ้าคุณจะเป็นผู้จัดการกองทุน ใดหรือบริษัทใด หรือส่วนราชการใดผมไม่ว่า แต่ถ้าคุณจะเป็นผู้จัดการเงินกองทุนกู้ยืม เพื่อการศึกษาแล้ว คุณจะทำให้สิ่งเหล่านี้รั่วไหล ทุจริต คอร์รัปชันไม่ได้ แต่ว่าผมก็ขอชื่นชม ท่านผู้อำนวยการคนปัจจุบัน ท่านก็ได้แสดงฝีมือ และยืนบนความซื่อสัตย์สุจริตตลอด ระยะเวลา ผมไม่ได้มีส่วนได้เสียหายอะไรกับท่าน แต่ว่าคนดีก็ต้องยกย่องครับท่านประธาน เราควรข่มคนที่ควรข่ม และควรยกย่องกับคนที่ควรยกย่อง และ
ประเด็นสุดท้ายผมอยากกราบเรียนว่าหลังจากนี้ในสภาแห่งนี้ ทุกพรรค การเมืองผมเชื่อมั่นเหลือเกินว่าจะได้ยกมือสนับสนุนในชั้นรับหลักการกฎหมายฉบับนี้ แล้วเราก็ร่วมกันไปเป็นคณะกรรมาธิการ ผมมั่นใจครับว่ากฎหมายฉบับนี้จะได้ทันใช้ในสภา ชุดนี้อย่างแน่นอน ถึงแม้จะมีบางคนเป็นห่วงเป็นใยครับว่าอาจจะไม่ทัน แต่ผมยังเชื่อมั่นว่า โดยการที่เราเห็นความสำคัญ ไม่ว่าสถานการณ์การเมืองจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ แต่ว่าสภา แห่งนี้ต้องทำหน้าที่ให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชนครับ ท่านประธานครับ ถ้าใครก็ตามมาทำให้สภาไม่สามารถที่จะอยู่ได้ในการที่จะทำให้กฎหมายเพื่อประชาชน ที่สำคัญยังค้างอยู่ในสภา ผมคิดว่าจะไม่ได้การยอมรับ และผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งถ้าหากว่า สภานี้ไม่ได้พิจารณาพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งและว่าด้วย พรรคการเมือง เพื่อให้บริบทของการเลือกตั้งของเราในอนาคตไปสู่บริบทใหม่ อย่างน้อย พี่น้องประชาชนก็จะได้คาดหวังว่าในช่วงสมัยที่ท่านประธานสภาที่ชื่อ ชวน หลีกภัย ท่านประธานที่อยู่ในที่ประชุมนี้คือท่านสุชาติ ตันเจริญ ได้มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อน กฎหมายที่มีความสำคัญต่อลูกหลานของเราในอนาคต และผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจำนวน เงินกองทุน ๖๗๕,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ จะได้มีการปรับปรุงประสิทธิภาพการบริการตลอดถึง การดำเนินการเพื่อให้โอกาสกับลูกหลานของเราต่อไปในอนาคต กราบขอบพระคุณครับ