วิรัตน์ วรศสิริน ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับกฎหมายกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา โดยตั้งคำถามถึงความเป็นธรรมของระบบ การบังคับใช้หนี้ การค้ำประกัน และการที่รัฐอาจผลักภาระการศึกษาให้เยาวชน พร้อมเรียกร้องให้ทบทวนเจตนารมณ์ของกองทุนในระยะยาว
กราบขอบพระคุณท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายวิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย ท่านประธานครับ ตามหลักการ และเหตุผลความจำเป็นในการแก้ไขเพิ่มเติมของพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืม เพื่อการศึกษาที่ท่านรัฐมนตรีท่านได้กรุณาแถลงไว้ว่า การให้กู้ยืมเงิน กยศ. นี้ก็เพื่อช่วยลด ความเหลื่อมล้ำในการศึกษา ก็ต้องกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีด้วยความเคารพว่า แม้อาจจะช่วยลด ความเหลื่อมล้ำในการศึกษาได้ แต่การยืมเงินเพื่อเรียนหนังสือต้องแลกกับความเหลื่อมล้ำ ทางเศรษฐกิจ คือเป็นหนี้ เรียนน้อยหนี้น้อย เรียนมากหนี้ก็ยิ่งมาก เป็นหนี้แต่วัยเรียน ต้องพากเพียรเป็นเด็กไทย อย่างนั้นหรือครับท่านประธาน เกิดเป็นไทยแล้วเรียนต้องกู้ เช่นนั้นแล้วครับท่านประธาน ท่านประธานครับ อยากเรียนต้องเป็นหนี้ ถ้าไม่มีให้ไปกู้ กยศ. ท่านประธานผมขออนุญาตฝากท่านรัฐมนตรีว่า ช่วยถามท่านนายกรัฐมนตรีด้วยว่าการเป็นหนี้ ตั้งแต่วัยเรียน ตั้งแต่เด็ก อยู่ในแผนปฏิรูปประเทศ ๒๐ ปีของท่านด้วยหรือไม่ เมื่อสิ้นสุดแผน ๒๐ ปี จะมีเด็กไทยเป็นหนี้ติดตัวจำนวนกี่คน และเป็นจำนวนคนละเท่าไร ท่านประธานครับ ปัญหาหนี้ กยศ. เกี่ยวข้องกับประชาชน ๖.๔ ล้านราย เป็นผู้กู้ ๓.๖ ล้านราย และผู้ค้ำอีก ๒.๘ ล้านราย เรื่องค้ำประกันในมาตรา ๔๐ และมาตรา ๔๑ ท่านก็ได้ตัดผู้ค้ำออก ก็ถูกต้องแล้ว แต่พออ่านไป ในกรณีมีเหตุจำเป็นและสมควรคณะกรรมการจะกำหนดให้ผู้กู้ยืมเงิน ซึ่งมีลักษณะตามที่กำหนดต้องมีผู้ค้ำประกันการชำระคืนเงินกองทุนด้วยก็ได้ ท่านประธาน ท่านรัฐมนตรียังมีติ่งก็ได้ ท่านมีติ่งก็ได้ ให้อำนาจกรรมการไปออกระเบียบอีก ผมก็ไม่รู้ว่า เพื่อจุดประสงค์อะไร ผมใคร่กราบเรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรี ไม่มีความจำเป็นต้อง มีผู้ค้ำประกันอีกแล้ว เพราะท่านกำหนดเป็นกฎหมายให้นายจ้างหักเงินเดือนผู้กู้นำส่ง กรมสรรพากรและส่งคืนกองทุน กำหนดในมาตรา ๕๑ คนกู้เงินซื้อรถ ซื้อบ้าน ซื้อหุ้น ซื้อคริปโต (Crypto) เรายังไม่ได้ออกกฎหมายบังคับนายจ้างให้หักเงินเลย ท่านประธานครับ นี่กู้เรียนแท้ ๆ ดอกเบี้ยก็คิด ค่าปรับก็มี ไม่ได้ให้ยืมฟรี ๆ นะครับท่านรัฐมนตรี ยังถูกบังคับ ให้หักเงินคืน เพราะฉะนั้นในเมื่อนายจ้างต้องหักเงินคืนแล้วก็ถือเป็นการค้ำประกันแล้ว จึงไม่ควรจะต้องมีการค้ำประกันอีกต่อไปไม่ว่ากรณีใด ๆ อันนี้ฝากท่านรัฐมนตรีนะครับ ท่านประธานครับ สาระสำคัญส่วนใหญ่ในพระราชบัญญัตินี้ก็คือการแก้หนี้ ปรับโครงสร้างหนี้ เป้าหมายก็เพื่อทวงหนี้ แก้หนี้คืนกองทุนให้ได้มากที่สุด ไม่ใช่เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้ลูกหนี้ กยศ. ๖ ล้านคนตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีท่านอ้างหรอกครับ ไม่ใช่ ที่ทำนี้ก็ทำเพื่อฐานะของ กองทุนตามที่เขียนไว้ในเหตุผลที่ออก พ.ร.บ. นี้ว่า เป็นการสร้างวินัยในการชำระเงินคืน กองทุนและเพื่อสร้างความยั่งยืนให้แก่กองทุน เขียนไว้ชัดเจนมีอยู่แล้วนะครับ ท่านประธาน ลูกหนี้ กยศ. ไม่มีวินัยจริงหรือ หรือว่ามีแต่วิรัตน์ไม่มีวินัย หมายความว่ามีเงินไม่จ่าย อย่างนั้นหรือ ท่านประธานครับ ในวิกฤติต้มยำกุ้งเรามีหนี้เสีย ๔๗ เปอร์เซ็นต์ แต่ กยศ. มีหนี้เสียสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ในระบบการเงิน คือ ๖๒ เปอร์เซ็นต์ มีผู้กู้ยืม ๓.๖ ล้านราย ๓.๖ ล้านรายนี้มีผู้ผิดนัดชำระเท่าไรท่านประธานทราบไหมครับ ๒.๓ ล้านราย เยอะมาก และเป็นลูกหนี้ที่มีคดีแดง คือพิพากษาแล้วหรือว่าอยู่ระหว่างพิพากษา ในระหว่างบังคับคดี ๑.๒ ล้านราย ท่านประธานครับ พระราชบัญญัตินี้ได้แก้ไขตรงนี้ให้สามารถขอผ่อนผันได้ เห็นด้วยครับ ดี พิพากษาแล้วก็ไม่ใช่ว่าจะมีจ่ายทุกราย รายที่ไม่มีจ่ายจะไปบังคับล้มละลาย เขาจะไปเกิดประโยชน์อะไร ถูกแล้วแก้กฎหมายให้เขาค่อย ๆ ผ่อนจ่ายถูกต้องแล้วครับ ขอเพียงแต่ว่าอย่ารีดเลือดกับปูนะครับท่านรัฐมนตรี สุดท้ายรีดจนแห้งแล้วยังไปบังคับ ล้มละลายเขาอีก อย่าทำนะครับ ท่านประธานครับ เด็กกู้เงินเรียน เรียนจบต้องหางานทำ ท่านประธาน ผมคิดว่าพวกเราต้องยอมรับว่าเด็กที่กู้เงินเรียน กยศ. ส่วนใหญ่ไม่ได้มีการงาน ที่มั่นคงอะไรหรอกครับ ส่วนใหญ่ก็เข้า ๆ ออก ๆ เอาแน่เอานอนอะไรก็ไม่ค่อยได้ หากสะดุด จากงาน ไม่มีรายได้ หยุดจ่าย หลังได้รับงานใหม่ ได้ทำงานใหม่บางทีก็อยากจะจ่ายก็จ่าย ไม่ไหว ก็อย่างที่ท่านสมาชิกบอกมีหนี้อะไรต่าง ๆ ค่าปรับ ค่าทวงหนี้ ค่าธรรมเนียม จิปาถะ ก้อนใหญ่เติมเข้ามาอีก นี่ก็เป็นปัญหาที่กรรมาธิการควรไปศึกษา แม้จะปรับเปลี่ยนวิธีการ ตัดหนี้ใหม่แล้วก็ตาม ตาม พ.ร.บ. นี้ แต่ผมคิดว่ายังไม่เกิดความเป็นธรรม เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผมใคร่อยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยังผู้เกี่ยวข้องช่วยกันคิดว่า การมีกองทุน กู้ยืมเงินเพื่อนำไปเรียนหนังสือ ตรรกะนี้ เหตุผลนี้ยังถูกต้องอยู่หรือไม่ รัฐเป็นส่วนหนึ่งที่สร้าง หนี้สินให้เยาวชนตั้งแต่อายุยังน้อยหรือไม่ การให้เด็กเรียนหนังสือโดยการกู้ยืมเงินเป็นการปัด ภาระของรัฐหรือไม่ แต่แน่ ๆ เป็นการลดภาระของรัฐอย่างแน่นอนนะครับ ท่านประธานครับ ทำไมเราต้องให้เด็กกู้ เพื่อเรียน ประเทศนี้เรียนหนังสือต้องกู้เงินเรียนอย่างนั้นหรือครับ นี่เราเป็นประเทศที่รัฐบาล ฟ้องร้องดำเนินคดีกับเด็กเยาวชนที่เรายัดเยียดให้เขาเรียนหนังสือด้วยวิธีการกู้เงิน ท่านประธานครับ สมัยก่อนคนจบมัธยมต้น มัธยมปลาย จบพาณิชย์ อาชีวะ ก็สามารถ หางานทำได้ ธุรกิจห้างร้าน บริษัททั่ว ๆ ไปต้องการเสมียน คนทำบิล คนทำบัญชี พนักงาน ทั่วไปก็รับสมัครคนจบเหล่านี้ได้ แต่ปัจจุบันประเทศเรากลายเป็นประเทศปริญญานิยม มหาเศรษฐีจบ ป.๔ รวยมหาศาล ยังอยากจะเป็นดอกเตอร์ก็ไม่ทราบเป็นไปทำไม นักการเมืองค่อนสภาก็เป็นดอกเตอร์ ท่านประธานครับ หลายรัฐบาลมาพยายามจะยกระดับ การศึกษาให้ประชาชนจบปริญญาตรีให้มากที่สุด ท่านประธานครับ ตรรกะนี้ยังถูกต้อง หรือไม่ ผมไม่ทราบ แต่ผมดูแล้วไม่ต่างจากกองทัพมีนายพล ๑,๕๐๐ กว่านาย มากจนเกร่อ เยอะจนไร้ค่า ผมเห็นเซล (Sale) ขายรถท่านประธาน ยังกำหนดรับคุณสมบัติที่ปริญญาตรี คนจบมัธยมปลายไม่มีความรู้พอจะขายรถได้หรือครับท่านประธาน กลายเป็นอย่างนั้นไป กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผมใคร่ขอเสนอให้เปลี่ยน กยศ. กองทุนเงินให้กู้ยืม เพื่อการศึกษา เปลี่ยนเป็น กยศ. กองทุนเงินให้ยืมเพื่อการศึกษาเป็นกองทุนสนับสนุน การให้ยืม ให้ยืมไปเรียนเรียนจบมีงานทำค่อย ๆ จ่ายจะตัดบัญชีตามมาตรา ๕๑ ของท่าน นายกรัฐมนตรี จะตัดอย่างไรบังคับอย่างไรก็ว่าไป ถ้าเรียนจบแล้วไม่มีงานทำก็ยังไม่ต้องจ่าย หากรัฐต้องการให้จ่าย บังคับจ่ายรัฐก็หางานให้ทำและตัดเงินเดือนไป ท่านประธานครับ การที่เศรษฐกิจตกต่ำประชาชนไม่มีงานทำเป็นความผิดของประชาชนหรืออย่างไร ผมว่า ไม่ใช่นะครับ เพราะฉะนั้นเงินยืมเพื่อการศึกษาต้องไม่มีดอกเบี้ย ต้องไม่มีการดำเนินคดีไม่ว่า กรณีใด ๆ ทั้งสิ้น การสนับสนุนส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้เป็นหน้าที่ของรัฐอยู่แล้วไม่ใช่ หรือครับท่านรัฐมนตรีครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงครับ