เพชรดาว โต๊ะมีนา หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาการกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา โดยเสนอแผนการยกเลิกดอกเบี้ย ค่าปรับ ปลดหนี้ 5 ปี และผ่อนคืนเงินต้น 10 ปี และส่งเสริมให้คณะกรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ กยศ. เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของนักเรียน นักศึกษา และครอบครัว
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคภูมิใจไทย ดิฉันต้องขอขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสดิฉันได้อภิปราย ร่างพระราชบัญญัติกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในครั้งนี้ ทุกท่าน ทราบดีว่าการศึกษาเป็นหัวใจในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ช่วยสร้างจิตสำนึกในความ เป็นมนุษย์ สร้างคนให้มีความรู้ สร้างคนให้มีคุณภาพ กยศ. เป็นกลไกหนึ่งที่มีวัตถุประสงค์ ให้โอกาสสนับสนุนค่าเล่าเรียน ค่าครองชีพแก่นักเรียน นักศึกษา ที่ขาดทุนทุนทรัพย์ เป็น พ.ร.บ. ที่ประกาศตั้งแต่ปี ๒๕๔๑ ต่อมาปี ๒๕๖๐ แต่ในช่วงนั้นก็มีปัญหาอุปสรรค ในการชำระหนี้กองทุน กยศ. แห่งนี้ จากการศึกษาและมีการรวบรวมข้อร้องเรียนของ ประชาชนทำให้หนึ่งในนโยบายหาเสียงของพรรคภูมิใจไทย คือการแก้กฎหมาย กยศ. โดยหลักการคือการศึกษาไม่ใช่การค้า กยศ. ไม่ใช่องค์กรธุรกิจ แสวงหาผลกำไร การให้ทุนยืมเป็นหน้าที่ของรัฐที่ต้องหาแหล่งทุนและที่สำคัญค่ะต้องไม่มี ดอกเบี้ย เรื่องดอกเบี้ยสำหรับผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามนั้น ดอกเบี้ยเป็นสิ่งต้องห้ามค่ะ นอกจากไม่มีดอกเบี้ยแล้วต้องไม่มีค่าปรับ ปลดผู้ค้ำ ปลอดหนี้ ๕ ปี และผ่อนคืนเงินต้น ๑๐ ปี นี่คือนโยบายตอนหาเสียงในปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ ค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ เมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๒ สภาแห่งนี้ดิฉันก็ได้ยื่นญัตติและได้มีการอภิปรายเพื่อให้ตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาปัญหาการคิดดอกเบี้ยกับลูกหนี้กองทุนเงินกู้ยืม เพื่อการศึกษา และตอนนั้นรัฐสภาแห่งนี้ก็ได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา แนวทางในการบริหารจัดการชำระหนี้ กยศ. และได้เสร็จสิ้นการพิจารณาเมื่อกันยายน ๒๕๖๓ และได้รายงานในสภาแห่งนี้ค่ะ ดิฉันดีใจที่เห็นหลายเรื่องที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในสภาแห่งนี้ได้อภิปรายเรื่อง กยศ. แล้วก็ได้มีการนำไปปฏิบัติ ในครั้งนั้นดิฉันได้ยกตัวอย่าง ประเทศมาเลเซียว่ามีการเปิดการเรียนการสอนด้านการจัดการบริหารหนี้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับ การกู้ยืมเงินของนักศึกษา นักเรียนของประเทศมาเลเซียกับกระทรวงที่เขาตั้ง ที่เกี่ยวข้องกับ การกู้ยืมเงิน ดิฉันเห็นข่าวเมื่อต้นเดือนธันวาคม วันที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๖๔ กองทุนเงินให้กู้ยืม เพื่อการศึกษาร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้จัดอบรมออนไลน์ (Online) หลักสูตรคัมภีร์พี่เลี้ยงการเงินแก่ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานสถานศึกษา ระดับอาชีวศึกษา และระดับอุดมศึกษาทั่วไป ซึ่งดิฉันต้องขอขอบคุณ ถือว่าเป็นเรื่องดีเรื่องหนึ่งที่เกิดขึ้น ในระหว่างที่รอการแก้กฎหมายค่ะ และเมื่อ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ก็มีราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ระเบียบคณะกรรมการ กยศ. โดยมีสาระสำคัญเป็นการปล่อยให้กู้ยืมเงินเดิม ที่ต้องมีผู้ค้ำประกัน แต่ได้มีการปรับปรุงแก้ไขออกระเบียบใหม่ให้ไม่มีผู้ค้ำประกัน ซึ่งมีผล บังคับใช้ตั้งแต่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ซึ่งตรงตามนโยบายของพรรคภูมิใจไทยที่หาเสียงไว้ ท่านประธานที่เคารพคะ แต่ก็ยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องมีการปรับเพิ่มเติม และเมื่อ ๑๓ เดือน ที่ผ่านมา พรรคภูมิใจไทยก็ได้เสนอแก้กฎหมาย กยศ. ซึ่งเป็นหนึ่งในร่างที่เข้าสู่สภาในวันนี้ค่ะ ปัญหาอุปสรรคในการชำระหนี้ กยศ. ไม่ว่าจะเกิดจากการบริหารกองทุนเองที่ให้อำนาจ แก่สถาบันการศึกษามากเกินไป โดยเฉพาะการคัดเลือกผู้กู้ที่ไม่รัดกุม มีลักษณะการให้กู้ เชิงพาณิชย์ เน้นปริมาณรายหัวหรือปัญหาที่เกิดจากการกู้ยืม ไม่ว่าจะเป็นภาระของ ครอบครัว ความเข้าใจ ขั้นตอนการดำเนินงานขาดการประชาสัมพันธ์และมีการศึกษาจาก หลากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งคิดว่าตัวแทนจาก กยศ. เองได้มีการศึกษาไปบ้างแล้ว
สรุปค่ะ ดิฉันขออนุญาตฝากท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญ ที่จะตั้งขึ้นนะคะว่าประเด็นที่จะให้พิจารณาเพิ่มเติม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในร่างพระราชบัญญัติ กยศ. ที่นำโดยท่านหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ไม่ว่าจะเป็นการกำหนด หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการทำงานให้รัฐแทนการชำระเงินกู้ยืม ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ปลอดดอกเบี้ยที่พูดไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกรณีผู้กู้ยืมเงินสำเร็จการศึกษาใน ระดับอุดมศึกษา และได้รับผลการศึกษาที่ดีให้แปลงเงินกู้ยืมเป็นเงินทุนเพื่อการศึกษาแทน และเรื่องอื่น ๆ ที่เป็นข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญที่พิจารณาแล้วเสร็จ เพื่อแก้ไข ปัญหาความเดือดร้อนของนักเรียน นักศึกษา ของครอบครัว และของประชาชนและเพิ่ม ประสิทธิภาพการดำเนินงานของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ขอบคุณค่ะ