สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ เสนอพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาฉบับใหม่ โดยเสนอให้พิจารณารายจ่ายและหนี้สินของครอบครัวผู้กู้ด้วย และขยายขอบเขตการกู้ยืมเงินกองทุนเพื่อการศึกษาไปยังหลักสูตรนอกโรงเรียนและหลักสูตรนอกระบบที่มีความสำคัญและจำเป็น นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการฟ้องร้องผู้รับเงินกองทุนการศึกษาและเรียกร้องการชะลอการดำเนินคดีเพื่อช่วยเหลือผู้กู้ยืมเงินกองทุน
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย กระผมเห็นด้วย สนับสนุนให้มีพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาฉบับใหม่ ซึ่งก็เป็นการที่จะปรับปรุงหรือเพิ่มเติมอุดช่องโหว่ต่าง ๆ ของ พ.ร.บ. กองทุนเงินให้กู้ยืม เพื่อการศึกษาฉบับเดิม คือฉบับปี ๒๕๖๐ เพราะว่ากระผมเองในฐานะที่เป็นผู้แทนราษฎร หรือเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับทางการศึกษา เกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชน จะมีผู้มาร้องเรียน มีผู้ที่ได้ประสบปัญหาเกี่ยวกับการกู้ยืมเงินกองทุนเพื่อการศึกษามาพูดจาหารือกันบ่อย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของผู้ค้ำประกันที่ถูกฟ้องร้อง เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ผู้ค้ำประกัน ที่เขาอาจจะไม่ใช่ญาติพี่น้องของนักศึกษาที่ขอกู้ยืมเงินดังกล่าว แต่เขาเป็นผู้ที่ปรารถนาดี หวังดีต่อลูกหลาน ต่อพี่น้องที่ขยันขันแข็งที่จะมีอนาคต ก็ยอมไปเป็นผู้ประกันให้ บางคนอาจจะเป็นครูบาอาจารย์ บางคนอาจจะเป็นข้าราชการอื่น ๆ ที่ให้ความสำคัญกับ ความทุกข์ยากลำบาก รู้เข้าใจปัญหาต่าง ๆ ให้กู้ยืม แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างทำให้ผู้กู้ยืม ไม่สามารถที่จะชดใช้เงินกองทุนตามกำหนดได้ พอถึงเวลาผู้ค้ำประกันดังกล่าวก็ถูกฟ้องร้อง ถูกบังคับคดี ถูกยึดที่ดิน ยึดบ้านเรือนที่อยู่อาศัย บางคนก็มีความยากลำบากเพราะหมดเนื้อ หมดตัว บางคนแทบจะฆ่าตัวตาย สิ่งนี้ก็ฝากไว้ว่าเป็นเรื่องที่เราจะต้องปรับปรุงในเรื่องของ การที่จะไม่มีผู้ค้ำประกันสำหรับผู้กู้ยืมเงินกองทุนให้ยืมเพื่อการศึกษาดังกล่าว
เรื่องที่ ๒ ผู้กู้ซึ่งเป็นผู้ยากจน ก็ถือว่าเข้าระเบียบตรงที่เป็นผู้ยากจน แต่ครอบครัวของผู้กู้ดังกล่าวนั้นอาจจะมีรายได้ที่พอสมควร ไม่เข้าหลักเกณฑ์ อาจจะสูงกว่า หลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ การมองเฉพาะรายได้อย่างเดียวไม่เพียงพอครับ ปัจจุบันคนมีรายได้ จำนวนไม่น้อยทีเดียว รายได้สูงแต่ว่าก็มีรายจ่ายสูงเช่นเดียวกัน รายจ่ายสูงอาจจะต้องไปกู้เงิน บางคนกู้เงินในระบบไม่พอไปกู้เงินนอกระบบซึ่งไม่มีหลักฐานต่าง ๆ พอลูกหลานที่ยากจน จะไปขอกู้เงินกองทุนเพื่อการศึกษา ก็ปรากฏว่าเขาดูรายได้ ส่วนรายจ่ายหรือหนี้สินต่าง ๆ นั้น ไม่ปรากฏ ก็ทำให้ยิ่งยากจนยิ่งไม่มีโอกาสกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาดังกล่าว นี่คือสิ่งที่เป็นปัญหา ที่พบบ่อยพบมาก
เรื่องที่ ๓ ขอบเขต เงื่อนไขของการกู้ยืมเงินกองทุนดังกล่าวนั้นก็มีข้อจำกัด เดิมเราก็มุ่งเน้นที่จะช่วยเหลือลูกหลานนักเรียนที่ยากจนอยู่ในโรงเรียน ในระบบโรงเรียน ระบบมหาวิทยาลัย แต่การศึกษาปัจจุบันเราก็ทราบดีครับเป็นการศึกษาที่เกิดขึ้นตลอด ช่วงวัยอายุของพวกเรา มีหลักสูตรต่าง ๆ มากมายในระบบ นอกระบบ หลักสูตรนอกระบบ บางอย่างสำคัญ ได้ประโยชน์มาก จำเป็น แต่ค่าใช้จ่ายก็ต้องมีเป็นเรื่องธรรมดา ทำให้คนยาก คนจนบางคนไม่สามารถเข้าสู่การศึกษา แม้จะเป็นหลักสูตรที่ระยะไม่ยาว ปี ๒ ปี เช่น อบรมหลักสูตรนี้เสร็จก็จะสามารถไปทำงานต่างประเทศ หรือสามารถที่จะเข้าทำงาน ในบริษัทต่าง ๆ ในฐานะผู้ที่ได้รับการอบรม แต่ถ้าขาดเงินทุนเพื่อจะเข้าอบรมถึงแม้จะเป็น หลักสูตรไม่ยาว แต่ไม่เข้ากฎเกณฑ์ก็จะทำให้คนของเราเสียโอกาสในการที่จะพัฒนา ศักยภาพของตนเองเพื่อเข้ามามีรายได้ที่ดีในอนาคต เพราะฉะนั้นในเรื่องที่กฎหมาย พ.ร.บ. ฉบับนี้จะขยายออกไปในเรื่องของนักเรียน นักศึกษา ในคำนิยามต่าง ๆ นิยามของ สถานศึกษาจึงเป็นเรื่องที่ดีมีประโยชน์มากครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ อีกเรื่องหนึ่งการฟ้องร้องผู้รับเงินกองทุน ซึ่งมีจำนวนมากทีเดียว ซึ่งสาเหตุต่าง ๆ เราก็คงไม่พูด แต่ก็จะกราบเรียนว่าในปัจจุบัน การฟ้องร้องดำเนินคดีต่าง ๆ นั้นก็อาจจะต้องให้การพิจารณา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง ที่มีโรคโควิด (COVID) ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ หรือแม้แต่ปี ๒๕๖๕ นี้ก็ตาม ก็จะต้องพิจารณา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการชะลอการฟ้องร้องออกไป การที่จะทำอย่างไรที่จะไม่บังคับคดี แทนที่จะไปยึดที่ ยึดทาง ยึดอะไรต่าง ๆ ในช่วงนี้ก็ขอให้ ชะลอไว้ ยืดหยุ่นไว้ การปรับโครงสร้างหนี้ การรับการชำระเงินคืนกองทุนต่าง ๆ ผมคิดว่า ในช่วงนี้ต้องให้โอกาสพิเศษกับผู้ที่กู้ยืมเงินกองทุน สำหรับดอกเบี้ยก็ต้องยอมรับว่าถ้ามีการ คิดดอกเบี้ยก็ขอให้คิดในอัตราที่ต่ำที่สุด เบี้ยปรับต่าง ๆ ต้องลดลง ลดเงินต้น ลดดอกเบี้ย การเจรจาต่าง ๆ ต้องยืดหยุ่น เพราะว่าเงินกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาเป็นการช่วยเหลือ ประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนว่าในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น ขอสนับสนุน พ.ร.บ. เงินกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาฉบับนี้ ขอบคุณครับ