โกวิทย์ พวงงาม สนับสนุนร่าง พ.ร.บ.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ฉบับปรับปรุง และเสนอให้ขยายรูปแบบการสนับสนุนทั้งทุนการศึกษาและเงินกู้ยืม โดยเฉพาะแก่ผู้เรียนดีและสาขาขาดแคลน พร้อมเรียกร้องให้ปรับปรุงเงื่อนไขการผ่อนชำระหนี้ให้เหมาะสมกับผู้มีรายได้น้อย ขยายระยะเวลาชำระหนี้เกิน 15 ปี และพิจารณาแนวทางช่วยเหลือลูกหนี้สามกลุ่ม รวมถึงผลักดันให้สถาบันการศึกษามีส่วนร่วมในการบริหารกองทุนเพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม พร้อมเน้นย้ำความจำเป็นในการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าใจข้อมูลเกี่ยวกับกองทุนอย่างรอบด้าน เพื่อสนับสนุนผู้ด้อยโอกาสและผู้มีความสามารถพิเศษอย่างเป็นธรรม
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท นครศรีธรรมราช วันนี้ผมขอร่วมอภิปรายเพื่อรับ หลักการร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธานสภาครับ เพื่อประโยชน์ในการที่จะพิจารณารับหลักการในร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ที่เสนอมา ทั้งรัฐบาลและเพื่อน ส.ส. หลายท่าน ผมเห็นด้วยในหลักการ แล้วก็มี ข้อเสนอในบางเรื่องเพื่อฝากให้กรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นไปพิจารณา ในหลักการบางประการ ที่จะเรียนท่านประธานให้ทราบว่า ผมเห็นด้วยในหลักการที่จะเปลี่ยนแปลงกองทุน ซึ่งเป็น หลักการหนึ่งที่เดิมทีกองทุนเป็นการให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาเท่านั้น แต่ว่าในร่าง ที่เสนอเข้ามาส่วนหนึ่งไปแปลงเพิ่มเรื่องของการจัดเป็นทุนการศึกษา ซึ่งความจริงแล้วก็เป็น เรื่องที่ดีที่จะขยายโอกาสไปยังผู้ที่อยากที่จะได้ทุนการศึกษาจาก กยศ. เดิมเป็นทุนให้กู้ เพื่อการศึกษาซึ่งก็ยังมีปัญหา ซึ่งเดี๋ยวผมจะพูดในบางประการว่าปัญหาตรงนั้นจะพิจารณา อย่างไร ผมยกตัวอย่าง เช่น เรื่องของเมื่อสักครู่นี้ท่านสมาชิกพูดถึงผู้ค้ำประกัน ซึ่งผม เห็นด้วย การทำภาระให้ผู้ค้ำประกันส่วนหนึ่งที่มีปัญหาจากการกู้ยืมแล้วก็ยกเลิก การค้ำประกัน อันนี้ผมเห็นด้วยในหลักการ กับหลายเรื่องไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการระงับการ ใช้หนี้ด้วยเหตุหลายประการที่เขียนไว้ในมาตราที่จะแก้ คือมาตรา ๒๐ ที่จะไปแก้ทดแทน มาตรา ๔๙ นั้นเป็นประเด็นที่สำคัญ
ส่วนประเด็นที่เป็นทุนการศึกษาผมคิดว่านอกจากกู้ยืมเพื่อการศึกษาในการ ขาดแคลนทุนทรัพย์ซึ่งผมเห็นด้วยแล้ว ผมว่าส่วนหนึ่งในการศึกษาเพื่อให้กู้ในนักเรียนที่เรียน ดีทุกมหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัยต่าง ๆ ก็ควรจะส่งเสริมเพื่อการศึกษา หรือในสาขาวิชา ที่มีความจำเป็น หรือวิชาที่ กยศ. สนับสนุนให้เรียนเป็นสาขาขาดแคลน เป็นต้น ผมว่า สิ่งเหล่านี้ประเทศเราควรส่งเสริมให้มีการศึกษาที่ตอบโจทย์ในการแก้ปัญหาประเทศ อันนี้ ก็เห็นด้วย
ประการต่อมาซึ่งผมคิดว่ามีเรื่องสำคัญอยู่เรื่องหนึ่งคือระยะเวลาการผ่อน ชำระหนี้คืน อันนี้ผมถือว่าดี ให้ขึ้นอยู่กับรายได้และความสามารถของผู้กู้ ซึ่งเราต้องเห็นใจว่า ผู้กู้บางท่านก็อยู่ในฐานะลำบาก อยู่ในภาวะยากจน แล้วการพิจารณาแบบนี้ผมเห็นด้วย แต่การผ่อนชำระที่เขียนไว้ว่า ไม่เกิน ๑๕ ปี ผมว่าน้อยไปหน่อย อาจจะต้องพิจารณาขยายไปเป็น ๒๐ ปี หรือมากกว่านั้นสำหรับ คนจนนะครับ
ในประการต่อมา ผมคิดว่ามีหลายเรื่องที่อยากจะให้พิจารณาไว้ ผมดู ในรายงานของกรรมาธิการที่ทำเรื่องนี้ ก่อนหน้านี้มีอยู่สัก ๓ เรื่องที่ให้พิจารณา คือลูกหนี้ ที่เป็นหนี้อยู่เดิม ซึ่งอาจจะแบ่งเป็นสัก ๓ ประเภท ก็อยากให้กรรมาธิการไปพิจารณาด้วยว่า จะทำอย่างไร ประเภทที่ ๑ ลูกหนี้ที่ผิดนัดแต่ยังไม่ฟ้องร้อง ประเภทที่ ๒ ลูกหนี้ ที่ถูกฟ้องร้องและดำเนินคดี ประเภทที่ ๓ ลูกหนี้ที่ถูกดำเนินคดีแล้วและมีการบังคับคดี ทั้ง ๓ ประเภทที่ผมแยกแยะมา ผมอยากให้ในร่างลองไปพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร กับลูกหนี้ทั้ง ๓ ประเภทที่ผมได้กล่าวแล้ว นี่คือประเด็นที่สำคัญที่นักเรียน นักศึกษา ที่กู้แล้ว ยังต้องถูกดำเนินคดีอยู่
ประการต่อมา ผมเคยได้พูดในกรรมาธิการซึ่งผมเป็นส่วนหนึ่งในการ พิจารณาร่าง เป็นกรรมาธิการแต่ก่อนหน้านี้ ผมคิดว่ามีอยู่เรื่องหนึ่งที่สำคัญ นั่นก็คือการที่ พิจารณาให้มหาวิทยาลัย วิทยาลัย หรือโรงเรียนได้มีโอกาสเข้าไปมีส่วนร่วมในอนุกรรมการ หรือกรรมการเพื่อเขาได้บอกข้อมูลต่าง ๆ เพราะว่าประเภทของนักศึกษา หรือประเภทของ ผู้ที่กู้มันจะแยกแยะได้หลายประเภท เพื่อทำให้กองทุนมีวิธีการที่ทำให้นักเรียน นักศึกษา ได้เข้าถึงให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ นั่นก็คือข้อมูลจากมหาวิทยาลัย วิทยาลัย หรือโรงเรียน ที่เขามีผู้มีส่วนได้เสียอยู่ตรงนี้ ที่มีฐานข้อมูลของนักเรียน นักศึกษา
ประการต่อมา ผมคิดว่าเรื่องหนึ่งที่มีความสำคัญก็คือการทำอย่างไรให้มีการ เข้าถึง ผมคิดว่ามีอยู่ในมาตราหนึ่งที่เขียนไว้แล้วผมเห็นด้วย นั่นก็คือการสร้างความรู้ ความเข้าใจเรื่องเงิน โดยเฉพาะเราแบ่งออกเป็น ๒ ประเภทแล้ว ไม่ว่าจะเป็นประเภทที่เรา เรียกว่าเป็นทุนการศึกษา กับประเภทที่เราเรียกว่าเป็นเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาสำหรับนักเรียน ที่ยากจนและขาดแคลน เพราะฉะนั้นผมคิดว่าการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ทุกช่องทาง เพื่อให้มีการเข้าถึงกองทุนนี้ แล้วในการที่จะเปลี่ยนแปลงไปมันจะได้มีความชัดเจน เพราะฉะนั้นผมคิดว่าที่ผ่านมากองทุนอาจจะมีข้อบกพร่องในการทำให้มีการเข้าถึง อย่างทั่วถึงและหลากหลาย และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง นั่นคือสิ่งที่จะเกิดประโยชน์ กับการพัฒนาการศึกษาของประเทศเรา และให้ผู้ที่ด้อยโอกาส ผู้ที่ขาดแคลน ผู้ที่มี ความสามารถพิเศษได้เข้าถึงกองทุนนี้อย่างทั่วหน้า ทั้งหมดที่ผมกล่าวมาก็อยากจะให้ กรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นไปพิจารณาในประเด็นที่ผมได้กล่าวผ่านท่านประธานไปด้วยครับ ขอบคุณครับ