อนุรักษ์ บุญศล หารือเรื่องการบริหารจัดการกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาของรัฐบาล โดยเฉพาะการชำระหนี้ที่สูงถึง 62% และเสนอแนะการแก้ไขปัญหานี้ รวมถึงการสนับสนุนการฝึกอบรมภาษาต่างประเทศด้วย
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย กองทุน กยศ. ของรัฐบาล เข้าครานี้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ และที่ดิฉันมองเห็นก็คือ ผู้จัดการชัยณรงค์ด้วยนะคะว่า ทำไมข้อที่แตกต่างกันกับพรรคเพื่อไทย ดิฉันจะอภิปราย ตรงนั้นเท่านั้น แล้วดิฉันจะกล่าวเป็นข้อ ๆ ค่ะท่านประธาน
ข้อ ๑ กองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา กยศ. เป็นเอ็นพีแอล (NPL) สูงถึง ๖๒ เปอร์เซ็นต์ ในปี ๒๕๖๓ สาเหตุมาจากรูปแบบการชำระหนี้เงินกองทุนไม่สอดคล้องกับ ความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ อันนี้คือการบริหารจัดการของกองทุนนะคะ กองทุน ๖๐๐,๐๐๐ ล้าน ท่านประธานคะ คนกู้ ๖ ล้านกว่าคน ตั้งแต่ปี ๒๕๓๙ จนถึงปัจจุบัน ๒๖ ปี ผ่านไป ท่านประธานลองวาดภาพตามดิฉันสิคะ ท่านประธานคะ ท่านประธานตอนนี้ไม่ดู ดิฉันเลยค่ะ วาดภาพตามดิฉันค่ะว่า ประเทศเพื่อนบ้านใกล้ ๆ เรานี้มีประชากรเกือบ ๗ ล้านคน คนกู้ กยศ. ตั้งแต่ปี ๒๕๓๙ เกือบ ๗ ล้านคนเช่นเดียวกัน แล้วถ้าเอาไปเป็นประเทศหนึ่ง ที่ได้รับการศึกษาทั้งหมด ท่านรัฐมนตรีคะที่ได้รับการศึกษาทั้งหมด นั่นหมายถึงว่าคุณภาพ ชีวิตของประเทศ กยศ. ประเทศเดียวที่เอาไปรวมกันไว้ตรงนั้นมีคนได้รับการศึกษาทั้งหมด เรียกว่าความงดงามของมนุษยชาติเลยทีเดียว นี่ค่ะตรงนี้ ทีนี้ในเรื่องของการชำระหนี้ไม่ได้ เป็นเรื่องการบริหารจัดการของท่านค่ะ
ข้อ ๒ หลักสูตรระยะสั้นควรให้ยืม กยศ. ควรเข้ามาบริหารจัดการตรงนี้ เช่น ผู้จัดการกองทุนชัยณรงค์พยักหน้าตอบรับดิฉันค่ะ ท่านรัฐมนตรีคะ บอกว่าทำไมถึงเป็น หลักสูตรระยะสั้นต้องให้กู้ เช่น เรียนภาษาเกาหลีแล้วไปทำงานที่ประเทศเกาหลี เรียน ภาษาญี่ปุ่นแล้วไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่น เรียนภาษาจีนแล้วไปทำงานที่ประเทศจีน ดิฉันอยู่ กรรมาธิการการแรงงาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานในปี ๒๕๖๕ ให้เอกชนทำเรื่องเหล่านี้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ฉะนั้นท่านต้องให้กู้ ๓๕,๐๐๐ ๔๕,๐๐๐ ๕๕,๐๐๐ อย่าลืมว่าถ้าเขากู้ เรียนเก่งแล้วไปประเทศเกาหลีได้ ท่านประธานคะ เชื่อไหมคะ ว่า ไม่ต้องรับ ๑๕,๐๐๐ ที่นั่นเริ่มต้นที่ ๕๐,๐๐๐ ชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวเขาจะดีขึ้น แค่ไหน จากเงินกองทุนให้กู้ยืม ท่านไม่ได้รับเงินงบประมาณแผ่นดินเลยนะคะเดี๋ยวนี้ กองทุน ก็ล้นเหลือคณานับอยู่แล้ว นี่ค่ะหลักสูตระยะสั้นที่ดิฉันกล่าวไว้จะต้องให้กู้ยืม ไม่ว่าจะเพิ่ม ศักยภาพด้านใดก็ตามท่านก็กำหนดมาค่ะ ท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีที่นั่งอยู่ บนบัลลังก์รับข้อเสนอทุกอย่าง กองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาในร่างของรัฐบาลเขียนว่า เหมือนถ้าเป็นภาษาที่พรรคเพื่อไทยตีความมาแล้วนี่เหมือนกับว่าเป็นกรณี ๆ ไปในเรื่องของ การค้ำประกัน การค้ำประกันของท่านที่มีปัญหาอยู่ในขณะนี้ อยู่ใน ๒๖ ปีมานี้ โดยเฉพาะ ๑๕ ปีมานี้ ของคนค้ำประกันมีปัญหามากค่ะท่านประธาน เพราะว่าอะไร เพราะว่า กยศ. ไปเอาเอาต์ซอร์ซ (Outsource) รัฐตามล่า ตามฆ่าคนกู้ กยศ. พอไปตามไร่นาคนกู้น้อยลง คนก็เรียนน้อยลงสิคะ จะพัฒนามนุษย์มันต้องพัฒนาที่การศึกษาก่อน ไม่ใช่ปิดหูปิดตาแล้ว บอดใบ้ไปหมด ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ ต้องให้คนเข้ามากู้เยอะ ๆ แล้วเรียนหนังสือเยอะ ๆ ประเทศ เราจะได้พัฒนาเท่าเทียมกับนานาอารยประเทศ คนค้ำประกัน พรรคเพื่อไทยให้ค้ำประกัน ตนเองนะคะ แต่ที่ของท่าน ๘๐ เปอร์เซ็นต์นี่คือพ่อแม่ค้ำอยู่แล้ว ที่คนอื่น ๆ น้อยนิดเท่า นั้นเอง ให้เขาค้ำประกันตนเอง ให้เขารับผิดชอบตนเองเลย เพราะว่ากองทุนนี้มากมายอยู่ แล้วตรงนี้ แล้วทีนี้ในเรื่องของดอกเบี้ย กราบเรียนท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีที่อยู่ บนบัลลังก์ ร่างของรัฐบาล ทุกคนที่จะกู้ ทุกคนที่กู้มานี่ ๖ ล้านเกือบ ๗ ล้านคน ฟังดิฉัน อย่างตั้งอกตั้งใจ ดิฉันพูดอีกครั้งหนึ่งเลยว่าร่างรัฐบาล ๒ บาท ร่างเก่าดีแล้วค่ะ บาทเดียว นั่นละดีแล้ว อย่าลืมว่าเวลาใช้คืนไม่ได้ภายในที่เรียนหนังสือจบแล้ว ๒ ปี ต้องใช้หนี้คืน ถ้าใช้ไม่ได้เบี้ยปรับ ๑.๕๐ บาทต่อเดือน เอา ๑๒ ไปคูณ ๑๒ คูณ ๐ ได้ ๐ ๑๒ คูณ ๕ เป็น ๖๐ ใส่ ๐ ทด ๖ ๑๒ คูณ ๑ เป็น ๑๒ ๑๘ บาท บวก ๑ นะคะ เป็น ๑๙ เท่ากับ บัตรเครดิตเลยนะคะ นี่ดิฉันฟ้องไปทั้งประเทศเลยว่า ๒ บาท ไม่ควร ของพรรคเพื่อไทย เบี้ยปรับควร ๕๐ สตางค์ ๑๒ คูณ ๕ เป็น ๖๐ ๖ บาท ต่อปี นี่มันน่าฟังมากยิ่งขึ้น ตอนคุณ ไปรวมแล้วให้ใช้เบี้ยปรับก่อน ท่านผู้จัดการชัยณรงค์ที่นั่งอยู่ตรงนี้ ดิฉันไม่ชี้นะคะ ผายมือ ท่านเก็บเบี้ยปรับก่อน เมื่อไรมันจะตัดต้นได้สักทีคะ ฉะนั้นไม่ควร ๒ บาท ควร ๑ บาท เบี้ยปรับควร ๕๐ สตางค์ค่ะ ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ