วิรัตน์ เปิดโครงการขุดคลองไทย สร้างเศรษฐกิจพิเศษ 5 จังหวัด

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๒๑ มกราคม ๒๕๖๕

วิรัตน์ วรศสิริน แสดงความเห็นต่อรายงานศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการขุดคลองไทย โดยเห็นด้วยกับแนวคิดที่จะพัฒนาเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและโลจิสติกส์ระดับโลก แต่กังวลต่อผลกระทบด้านความมั่นคงและเสี่ยงต่อการแบ่งแยกดินแดน รวมถึงความเสี่ยงจากการถูกยึดในยามสงครามเนื่องจากเป็นยุทธศาสตร์สำคัญ

นายวิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณครับ ที่เรียนก็ด้วย ความรักต่อท่านสมาชิกครับไม่มีอะไร กระผมก็ขอขอบพระคุณท่านกรรมาธิการ ผมได้อ่าน รายงานนี้แล้วก็รู้สึกตื่นเต้นไปกับผลการศึกษา อ่านแล้วก็เห็นภาพยิ่งกว่าว่าที่ผู้สมัคร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่โฆษณาว่าจะเปลี่ยนกรุงเทพฯ แต่รายงานท่านจะเปลี่ยน ประเทศไทยเลยทีเดียว ผมอ่านแล้วตื่นเต้นมาก ในหน้า ๑๐๑ คลองไทยจะกลายเป็นเขต เศรษฐกิจพิเศษระดับโลก ครอบคลุมพื้นที่ ๕ จังหวัด กระบี่ ตรัง สงขลา นครศรีธรรมราช พัทลุง เป็นศูนย์กลางการค้าและเศรษฐกิจใหม่ของโลก ผมเห็นด้วยกับท่านกรรมาธิการ จะขุดเป็น ๒ เส้น มาจากอันดามันเส้นหนึ่ง แล้วก็มาจากอ่าวไทยเส้นหนึ่ง แต่ละเส้นกว้าง ๑ กิโลเมตร ๒ เส้นก็ ๒ กิโลเมตร ไม่ทราบว่ามีเกาะกลางด้วยหรือไม่ ถ้ามีด้วยก็ ๒ กิโลเมตร ครึ่งโดยประมาณนะครับท่านประธาน ยังมีคลองเล็กคู่ขนานไปกับคลองใหญ่อีก ๒ เส้น เส้นละ ๒๐๐ เมตร ๒ เส้น ก็ ๔๐๐ เมตร เพราะฉะนั้นคลองไทยเส้นนี้จะมีความกว้างห่างกัน ของแผ่นดิน ๒ ฝั่งนี้ประมาณ ๓ กิโลเมตร โอ้ ท่านประธานสุดลูกหูลูกตา โน่น อภิมหาโพรเจกต์ (Project) ระดับโลก สุดยอด ท่านกรรมาธิการกำหนดยุทธศาสตร์ ๑๕ ด้าน ผมใคร่จะต้อง ขออนุญาตท่านประธานได้โปรดจินตนาการตามผมไปด้วย จะได้เห็นภาพพร้อม ๆ กับผมไปด้วย ยุทธศาสตร์อันเป็นเลิศ ๑๕ ด้าน เป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ เป็นศูนย์กลาง ด้านการค้า การเงิน การธนาคารของโลก เป็นอุตสาหกรรมการต่อเรือ การเดินเรือขนาดใหญ่ พาณิชย์นาวีและโลจิสติกส์ (Logistics) ระดับโลก เป็นศูนย์กลางการศึกษาวิจัยพัฒนา เป็นศูนย์กลางท่องเที่ยวระดับโลก เป็นศูนย์กลางการค้าของโลกครบวงจร สถานบันเทิง ครบวงจร ศูนย์กีฬาระดับโลกนี่ก็น่าจะครบวงจรด้วยเช่นกันถึงแม้ไม่ได้เขียนไว้ ท่านประธานครับ การสร้างคลองไทยนี้จะทำให้เศรษฐกิจดีขนาดนั้นเลยจริงหรือครับท่านประธาน ผมมานั่ง คิด ๆ ดูก็น่าจะจริงท่านประธาน เป็นไปได้ เหมือนถนนมีรถไฟฟ้าผ่านจะเกิดอะไรขึ้น ก็จะเกิดคอนโดมิเนียม ธุรกิจการค้า ชุมชนต่าง ๆ เกิดขึ้นตามมาอีกมากมายเยอะแยะไปหมด เคยมีการศึกษาว่าคลองไทยจะช่วยลดระยะทางได้ราว ๓-๔ วัน ประหยัดค่าใช้จ่ายได้ถึง ๓๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์สำหรับเรือที่มีระวางบรรทุก ๑๐๐,๐๐๐ ตัน เพราะฉะนั้นการขุดคลองไทย จะเป็นประโยชน์ต่อโลกและภูมิภาคอย่างแน่นอนท่านประธาน ทุกวันนี้มีเรือผ่านช่องแคบ มะละกามากถึงปีละ ๑๒๒,๐๐๐ กว่าลำ คาดการณ์ได้เลยว่าอนาคตถ้ามีคลองไทย สินค้าจำนวนมากต้องเลือกมาใช้คลองไทยอย่างแน่นอน โดยเฉพาะเรือบรรทุกน ้ามัน ที่จะไปจีน เกาหลี ญี่ปุ่น ฝั่งทะเลอีกฝั่งหนึ่งต้องมาใช้คลองไทยแน่นอน ท่านประธาน ผมเห็นภาพครับหลังการขุดคลองไทยประเทศไทยจะกลายเป็นประเทศที่มีความสำคัญ ประเทศหนึ่งของโลกเลยทีเดียว การค้า การลงทุน นิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ จะเกิดขึ้น ตามมามากมาย ด้วยทำเลภูมิศาสตร์แห่งเดียวของโลกไทยจะเป็นประเทศที่สามารถส่งออกสินค้า ไปได้ทั้ง ๒ ฝั่งทะเล ด้วยต้นทุนค่าขนส่งที่ต ่ากว่าประเทศอื่น ไปทางจีนที่มีประชากร ๑,๔๐๐ ล้านคน ไปทางอินเดียอีก ๑,๔๐๐ แค่ ๒ ประเทศก็ ๒,๘๐๐ ล้านคนไปแล้ว เพราะว่า คลองไทยอยู่กึ่งกลางของทั้ง ๒ ด้าน ทำเลที่สวรรค์ประทานให้ครับท่านประธาน คลองไทยจะกลายเป็นอินเทอร์ พอร์ต (Inter port) เป็นศูนย์กลางขนส่งถ่ายสินค้าทางเรือ แทนที่สิงคโปร์ไปในทันที ท่านประธานครับ ราคาน ้ามันที่แพงถ้าสินค้าจำนวนน้อยจะส่งตรงไป ก็ไม่คุ้ม ก็ส่งมากอง ๆ กันไว้ที่นี้ แล้วทราน ชิปเมนท์ (Tran shipment) ไปอีกทีหนึ่งคุ้ม จีน เกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน ในฐานะผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ของโลกจะได้รับ ประโยชน์จากการเดินเรือไปยังยุโรป ตะวันออกกลาง คาบสมุทรอินเดีย ประเทศอีกฝั่ง คาบสมุทร ทั้งหมดที่ผมกราบเรียนท่านประธานไปล้วนเป็นข้อดีบางส่วนเท่านั้นเองของการ ที่มีคลองไทย กระผมคิดว่าแล้วข้อเสียละครับท่านประธาน พูดถึงข้อเสียบ้าง ในหน้า ๑๐๗ ผลกระทบด้านความมั่นคง ๑. หากมีการดำเนินการโครงการขุดคลองไทยย่อมต้องมีการขุด แผ่นดินแบ่งแยกพื้นที่ ผมว่าใช้คำว่าแบ่งแยกดินแดนถูกแล้ว แผ่นดินเลยนั่นละครับ ไม่ใช่แค่ พื้นที่นะครับ อ่านต่อท่านประธาน โดยเฉพาะข้อคัดค้านและข้อกังวลจะทำให้เกิดการแยก ประเทศ เช่นเดียวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ประเทศโคลัมเบียจนเกิดการแยกดินแดนเป็น ประเทศปานามา ผมอ่านถึงตรงนี้ก็ต้องมาคิดว่าเป็นไปได้หรือไม่ว่าถ้าขุดคลองไทยแล้ว ในอนาคตจะเกิดการแบ่งแยกดินแดนได้เหมือนอย่างปานามา ท่านประธานครับ คลองไทยนี้ เชื่อม ๒ ฝั่งมหาสมุทร ทำให้คลองไทยเป็นจุดศูนย์กลางยุทธศาสตร์ทางการค้า และแน่นอน ที่สุดจะเป็นสมรภูมิสำคัญในยุทธศาสตร์การสงครามไปด้วย หลีกเลี่ยงไม่ได้แน่นอนที่สุดครับ ท่านประธาน ท่านประธานครับ หากเกิดสงครามมหาอำนาจขึ้นท่านประธานว่าคู่สงครามเขา จะเข้ายึดคลองไทยหรือไม่ ยึดแน่นอนท่านประธาน อย่างไรก็ต้องยึดไม่มีทางเลือก เพราะจำเป็นต้องส่งกำลังรบผ่านคลองไทยเส้นนี้ คลองไทยจะเป็นยุทธภูมิที่ทุกฝ่ายต้อง เข้ามายึดให้ได้ ยึดเพื่อเป็นเส้นทางส่งกำลังหรือยึดเพื่อโจมตีการส่งกำลังก็ตามทั้ง ๒ กรณี ฟันธงต้องยึดให้ได้ ท่านประธานครับ คลองไทยมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ขนาดนี้ ก็ไม่แปลกที่จีนจะยื่นข้อเสนอให้ใช้เงินลงทุน ๒ ล้านล้าน เนรมิตคลองไทยให้เป็นพื้นที่ เศรษฐกิจตามรายงานการศึกษาของท่านกรรมาธิการเพื่อแลกกับอายุสัมปทาน ท่านประธานครับ ในรายงานนี้ยุทธศาสตร์ทั้งกำลังทหาร พลเรือนเขียนว่าเพื่อรักษาผลประโยชน์แห่งชาติ มีเป้าหมายสำคัญคือกองทัพไทยเข้มแข็งและทันสมัย รองรับภัยคุกคามทุกรูปแบบ ทุกระดับ ท่านเขียนมาอย่างนี้แล้วท่านได้ศึกษาหรือไม่ครับว่า กองทัพต้องใช้งบประมาณเพิ่มอีกปีละเท่าไร เพื่อรองรับภัยคุกคามจากชาติมหาอำนาจหากเกิดขึ้น กองทัพเรือต้องซื้อเรือดำน ้า เพิ่มอีกกี่ลำ ต้องสร้างอู่จอดเรือนอกน่านน ้านั้นอีกกี่จุด ต้องซื้อเรือรบเพื่อปกป้องคลองไทย ในอนาคตอีกกี่ลำ กองทัพอากาศต้องซื้อเครื่องบินเพื่อปกป้องเรือรบนี้อีกกี่ลำ ต้องใช้ งบประมาณต่าง ๆ นานา รวมทั้งกองทัพบกด้วยอีกเท่าไรต่อปี ท่านกรรมาธิการท่านได้ศึกษา มาหรือไม่ ท่านประธานครับ ผมใกล้จะจบแล้ว อย่าว่าแต่คลองไทยเลยครับ แค่ก่อสร้าง รถไฟฟ้าเชื่อม ๓ สนามบิน รัฐบาลนี้ก็อนุมัติอายุสัมปทานรวมพื้นที่ ๒ ฝั่งทางรถไฟ ๕๐ บวก ๔๙ คือ ๙๙ ปี ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นคลองไทยถ้าดำเนินการขุดโดยรัฐบาลนี้ สัมปทาก็คงไม่น้อยกว่ารถไฟฟ้าอย่างแน่นอน รายได้ที่เกิดขึ้นผู้รับสัมปทานก็รับไป ทิ้ง ค่าใช้จ่ายในการปกป้องประเทศจำนวนมหาศาลไว้เป็นภาระภาษีประชาชน ผมจึงใคร่จะ ขอให้ท่านกรรมาธิการได้โปรดนำไปศึกษาถึงผลกระทบด้านความมั่นคงให้รอบด้านกว่านี้ จะดีไหมครับท่านกรรมาธิการ แล้วนำเข้าสภาอีกครั้งเถอะครับ เพื่อความรอบคอบ กราบขอบพระคุณท่านประธาน และกราบขอบพระคุณท่านคณะกรรมาธิการ ขอบพระคุณครับ