พิสิฐ ลี้อาธรรม หารือปัญหาเงินเฟ้อที่เกิดจากอุปสงค์และอุปทานโลก พร้อมเรียกร้องให้ธนาคารแห่งประเทศไทยชี้แจงและเร่งแก้ไขปัญหาราคาสินค้าแพง โดยเฉพาะผลกระทบจากราคาหมูที่ผันผวน พร้อมเสนอให้ใช้ระบบเตือนภัยพอดีดีจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคอหิวะสุกรแอฟริกาแทนการพึ่งพาวัคซีน และเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเปิดคลิปประกอบการประชุมเพื่อความโปร่งใส
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขอสนับสนุนการเสนอญัตติด่วน เพื่อจะดูเรื่องเกี่ยวกับหมู แล้วก็เรื่อง ของเงินเฟ้อ ของแพง ในประเด็นของแพง ผมอยากจะขอตั้งข้อสังเกตบางประการเพื่อที่จะ ไปปรึกษาหารือในกรรมาธิการวิสามัญจะได้นำข้อมูลนี้ไปพิจารณาด้วย เพราะว่าเท่าที่ฟังมา เกือบทั้งวัน ยังไม่มีประเด็นเหล่านี้ เรื่องของแพงหรือว่าเงินเฟ้อ เวลานี้เป็นปรากฏการณ์ที่ เกิดขึ้นทั่วโลก เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในรอบ ๓๐-๔๐ ปีที่เงินเฟ้อ มันเริ่มที่จะผุดขึ้นมา ผู้ว่าการแบงก์ชาติของสหรัฐได้ยอมรับในการประชุมกับรัฐสภาครั้งสุดท้ายว่า ที่เคย คาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะเป็นเพียงชั่วคราวนั้น เป็นการคาดการณ์ที่ผิด ยอมรับว่าในปีนี้สหรัฐ จะต้องมีการขึ้นดอกเบี้ย เพื่อสู้กับเรื่องเงินเฟ้อ แล้วก็แบงก์ชาติอังกฤษก็ได้มีการขึ้นดอกเบี้ย ไปแล้วเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็พยายามจะบอกว่าเงินเฟ้อเป็นเพียงเรื่องชั่วคราว ณ เวลานี้เป็นสถานการณ์ ที่ผมขอใช้คำภาษาอังกฤษว่าเป็น เพอร์เฟกต์ สตอร์ม (Perfect Storm) ก็คือเป็นพายุอย่าง ค่อนข้างที่จะสมบูรณ์ ก็คือทุกกระแสมันก่อให้เกิดปัญหาทั้งสิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้าน ของดีมานด์ (Demand) และด้านซัปพลาย (Supply) ด้าน ดีมานด์ (Demand) ก็คือ ด้านอุปสงค์ และด้านซัปพลาย (Supply) ก็คือด้านของการผลิต ทางด้านการผลิต สินค้าทุก ตัวที่เป็นสินค้าโภคภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน หรือโลหะ เหล็ก หรือสินค้าเกษตรหลาย ๆ ตัว มีราคาเพิ่มขึ้น สินค้าอุตสาหกรรมหลายตัว เช่น พวกชิป (Chip) ที่เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ก็ขาดแคลน เรื่องของระบบโลจิสติกส์ (Logistics) การขนส่งก็มีปัญหาคอนเทนเนอร์ (Container) ขาดแคลน เรื่องของการที่มีโควิด (COVID) เกิดขึ้นคนไม่ใช้จ่าย เมื่อคนไม่ใช้ จ่ายในการเดินทาง ในการท่องเที่ยว ก็เอาเงินนี้มาซื้อรถ มาซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้าก็ก่อให้เกิด ปัญหาการขาดแคลนขึ้นมา เพราะฉะนั้นทางด้านของอุปสงค์นอกจากความต้องการ หลายอย่างที่มันมีการเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ ในภาครัฐเองก็มีการเพิ่มรายจ่ายแล้วรายได้ ก็ไม่เข้า เกิดการขาดดุล ก็เป็นอีกกระแสหนึ่งที่ก่อให้เกิดแรงกระตุ้นให้ปัญหาเงินเฟ้อเกิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการขาดดุลของรัฐบาลเกือบทุกประเทศในโลกก็ว่าได้ สิ่งที่รัฐบาล ต้องทำตอนนี้ก็คือกระแสที่เกิดขึ้นแบงก์ชาติของแต่ละประเทศต้องดำเนินนโยบายเกี่ยวกับ เงินเฟ้อ นี่คือเหตุผลว่าทำไมผมจึงเสนอกฎหมายตั้งแต่เมื่อปีที่แล้วให้แบงก์ชาติมาชี้แจงกับ รัฐสภา วันนี้เราได้เห็นธนาคารอย่างน้อย ๒-๓ แห่ง เช่น ธนาคารเอสเอ็มอี (SMEs) หรือเอ็กซิม (EXIM) ซึ่งวันนี้ไม่มา ต้องมาชี้แจงรัฐสภาทุกปี แต่เรากลับไม่ได้เชิญแบงก์ชาติมาชี้แจง ก็อยากจะให้มีการแก้ไขเรื่องนี้ ขณะเดียวกันรัฐบาลก็ต้องมีหน้าที่ดูแลอย่าปล่อยปละละเลย ให้คนที่มาฉวยโอกาสขึ้นราคาโดยใช่เหตุ หรือว่ารัฐบาลเองโดยกระทรวงการคลังก็ต้องมี การเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของผลกระทบจากสินค้าที่เกิด ความเสียหาย เช่น เรื่องของหมูที่เราจะได้กล่าวต่อไป เพราะฉะนั้น ณ เวลานี้ก็ขอเรียนว่าเงิน เฟ้อเป็นปัญหาการเงิน เป็นปัญหาที่ทางธนาคารแห่งประเทศไทยจะต้องดูแลรับผิดชอบ โดยตรง เพราะว่าเป็นกระแสโลกที่เริ่มเกิดขึ้นมาในช่วง ๓๐-๔๐ ปีมานี้ ส่วนเรื่องของหมู ผมก็อยากจะขออนุญาตแสดงข้อมูลที่ผมได้ศึกษามา ช่วยขึ้นจอด้วย
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
เรื่องของหมูเรายอมรับว่าเป็น โรคระบาดเอเอสเอฟ (ASF) ซึ่งระบาดมาเป็นเวลาหลายสิบปีหรือเป็นร้อยปี เรายังไม่ สามารถที่จะมีวัคซีนหรือยารักษาได้ อันนี้เป็นการยืนยันจากคณบดีคณะสัตวแพทย์ของจุฬา แล้วก็ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ท่านอาจารย์ที่ดูแลเรื่องนี้ ท่านอาจารย์สันนิภา คณบดี สัตวแพทย์ของจุฬาฯ ท่านยืนยันว่า ณ เวลานี้วัคซีนที่มีการพูดกันมันยังไม่มีความสามารถ ในการเยียวยาเรื่องของเอเอสเอฟ (ASF) ของหมูได้ แล้วจีนเองก็มีปัญหาเรื่องนี้มาก เพราะว่า มีวัคซีนที่ก่อให้เกิดปัญหาโรคระบาด อันนี้ก็คือเรื่องของวัคซีนและเรื่องยา เพราะฉะนั้นสิ่งที่ รัฐบาลควรทำได้ตอนนี้ก็คือรีบตัดวงจรของโรคตัวนี้ เพราะโรคตัวนี้มีความสามารถในการยืน ยงยืนอยู่ ถ้าเอาเข้ามาแช่แข็งจะอยู่ได้ถึง ๑,๐๐๐ วัน เพราะฉะนั้นเวลาที่มีการเกิดระบาด ขึ้นมาเราต้องรีบจัดการ ในลักษณะเดียวกับที่เรามีปัญหาโควิด (COVID) ก็ต้องมีโซเชียล ดิสแทนซิง (Social Distancing) หรือการแยกกลุ่มออกมา แยกห่างจากการมีโรค เพราะว่าเชื้อของตัวนี้ มันแพร่ไปได้อย่างรวดเร็ว แล้วก็ผ่านทางแมลงที่กัดกินเนื้อหรือว่าผ่านทางฝุ่น ขนส่งมีผลได้ เพราะฉะนั้นหลักของเรื่องนี้ผมเชื่อว่ากลไกของรัฐตอนนี้ไม่มีประสิทธิภาพที่อาศัยสัตวแพทย์ เข้าไปดูแล แต่ว่าทางมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้มีการทำโปรแกรมขึ้นมาที่เรียกว่า พอดีดี (PODD) โปรแกรมนี้ได้รับรางวัลจากเอ็มไอที (MIT) จากเคมบริดจ์ (Cambridge) เมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งผมได้เคยเรียนในที่ประชุมแห่งนี้มาแล้วว่ากระทรวงน่าจะนำเรื่องนี้มาดู โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่เกิดลัมปี สกิน (Lumpy Skin Disease) และขณะนี้มีเรื่องหมู กรมปศุสัตว์น่าจะใช้ พอดีดี (PODD) ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่มาใช้ เป็นระบบการเตือน ระบบการระมัดระวังภัย เวลาที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นผู้ที่เกี่ยวข้องก็จะใช้โปรแกรมนี้ในการแจ้ง เตือนเราก็จะสามารถสกัดได้ ระบบนี้แตกต่างจากระบบปัจจุบันที่ว่า ได้อาศัยชุมชนซึ่งเขามีผลประโยชน์โดยตรงกับเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นขออนุญาตที่จะฝากเรียนประเด็นนี้ครับว่า เราต้องเปลี่ยนระบบหรือวิธีคิดใหม่ ในเรื่องนี้ และเรื่องของการแก้ไขปัญหาอย่าไปคิดว่าจะมียาอะไรรักษาได้ แม้กระทั่งยุโรป หรือจีนตอนนี้ก็ไม่มีการยอมรับว่าจะให้มีการฉีดวัคซีนหรือมีการแก้ไขด้วยทางยา มีวิธีเดียว คือต้องฆ่า จัดการกับหมูโดยเร็วที่สุดและไม่ให้มีการแพร่ขยาย แล้วก็เยียวยาผู้ที่ถูกกระทบ อย่างที่ ครม. ได้มีการอนุมัติวงเงิน ๕๗๔ ล้านบาท ให้กับเกษตรกร ๔,๙๔๑ รายไป อันนี้ก็เป็นการเยียวยาขั้นต้น ซึ่งการเยียวยามันก็จะเป็นการตัดวงจร เพราะว่าวงจรหมู ประมาณ ๑๑ เดือน เพราะฉะนั้นถ้าเกิดหมูมีการสกัดไม่ให้มีการแพร่เชื้อก็อีกประมาณปีหนึ่ง เราก็จะสามารถมีหมูกลับมาได้ ก็เป็นประเด็นที่ผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนแต่เพียงเท่านี้ ขอบพระคุณมากครับ