คมเดช ไชยศิวามงคล กล่าวว่าเศรษฐกิจไม่ดี สังคมมีปัญหา และความมั่นคงไม่มีประโยชน์ และเน้นย้ำว่าปัญหาปุ๋ยแพงยังไม่ได้ถูกแก้ไข โดยเสนอแนวทางแก้ไขด้วยการสนับสนุนการขยายตลาดการผลิตปุ๋ยหมักขี้ปลา และขอให้ประธานสภาแก้ไขปัญหาหรือยุบสภาเพื่อให้ประชาชนเลือกตั้งใหม่
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คมเดช ไชยศิวามงคล พรรคเพื่อไทย เขต ๓ จังหวัดกาฬสินธุ์ ผมเคยเป็นที่ปรึกษา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังกับท่านประภัตร ผมรู้ว่าท่านมีน้ำใจแล้วก็ทำงานดีอยู่ และส่วนหนึ่งผมเคยเป็นผู้ร่างกฎหมายเกี่ยวกับสภาการเกษตรแห่งชาติ ท่านประธานครับ ผมจะอภิปรายประเด็นที่มันไม่ซ้ำโดยใช้หลักการการบริหารงาน ตัวอย่างเช่นเกี่ยวกับ เศรษฐกิจกับสังคม การเมือง ความมั่นคง จะชี้ให้เห็นประเด็นต่าง ๆ การบริหารจัดการคน งาน เงิน เวลา ปัญหาที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์หรือกระทรวงพาณิชย์ อย่างเดียว ผมดูแล้วมันอยู่กับกระทรวงการคลัง กระทรวงพลังงาน กระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ เพราะฉะนั้นในเมื่อมันเชื่อมโยงกันในลักษณะนี้คนที่รับผิดชอบ ต้องเป็นนายกรัฐมนตรี ท่านครับ เรียนท่านตรงไปตรงมาเลยว่า อย่างเราติดตาม ผลงานของท่านายกมานานถึง ๗-๘ ปีด้วยกัน เศรษฐกิจเป็นหลักตัวหนึ่ง ซึ่งมันไม่ใช่เป็น ภาวะสงครามต้นทุนเกี่ยวกับความรู้ความสามารถ เรียนตรง ๆ เลยว่า ท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา ด้านเศรษฐกิจมีความรู้ความสามารถต่ำกว่าเกณฑ์มาก ไม่สามารถที่จะบริหาร บ้านเมืองได้ ในด้านสังคมท่านประธานเราจะเห็นเรื่องปัญหาหนี้สิน เรื่องยาเสพติด ปัญหาการเมือง ๒๗๙ มาตรา ๑๖ หมวด ๑ บทเฉพาะกาล ไม่มีเสถียรภาพ เราก็เห็นกันอยู่ ความมั่นคง ท่านอ้างความมั่นคง ท่านถนัดตรงนี้ แต่ใช้ตรงนี้มันไม่เป็นประโยชน์ การใช้เงิน งบประมาณ ตัวอย่างเช่น ท่านจัดเงิน ๑๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซื้อเครื่องบินให้กองทัพอากาศ อย่างนี้ ซึ่งมันไม่ใช่ภาวะที่จำเป็นในการใช้ อันนี้ขอแสดงความคิดเห็นตัวหนึ่ง การบริหาร จัดการคน งาน เงิน เวลา ความสามารถท่านที่ผมชี้ให้เห็นว่ามันต่ำกว่าเกณฑ์ งานบริหาร บ้านเมือง ๘ ปี เงินงบประมาณชี้ให้เห็นตรงนี้ครับ กระทรวงการคลัง หนี้สาธารณะมูลค่า ประมาณ ๙ ล้านล้าน เดี๋ยวนี้หนี้สิน เป็นข้อสรุปจากเดือนสิงหาคมประมาณ ๕๗.๐๑ ของจีดีพี (GDP) ของประเทศ ปี ๒๕๖๕ คาดการณ์ว่าจะก่อหนี้ใหม่อีก ๑.๓๔ ล้านล้าน ถ้าเราย้อนดู ๒-๓ ปีหลังติดลบตลอดเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณ ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ ท่านกู้เงิน ๑ ล้านล้าน แล้วมากู้เงิน ๕๐๐,๐๐๐ ล้าน และปี ๒๕๖๖ จะต้องกู้เงินอีก เห็นท่าน ซอยย่อย ซอยย่อยหลาย ๆ อย่าง ในการกู้เงิน ตามที่ผมมีโอกาสเป็นกรรมาธิการงบประมาณ ปรากฏว่าต้องชำระดอกเบี้ยเกือบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้าน ส่งเงินต้นประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ เกือบ ๓๐๐,๐๐๐ ล้าน ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นเลย เป็นภาระ ถ้ารวมแล้วต้องใช้หนี้ประมาณ ๑๐๘ ปีด้วยกัน ท่านครับ การรับผิดชอบตรงนี้ ท่านประภัตร ผมคิดว่าท่านไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาด้วยตัวเองได้ ต้องนั่งหัวโต๊ะ เพราะว่าตัวกระทรวงที่ เกิดขึ้น เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหามันไม่ต่ำกว่า ๓-๔ กระทรวงด้วยกัน คนที่มีความรู้ ความสามารถวิสัยทัศน์เท่านั้นที่จะแก้ไขปัญหาได้ ย้อนหลังไปช่วงปฏิวัติ สภาพปกติ ซึ่งมีกฎหมายแล้วก็มีมาตรา ๔๔ อยู่ในมือยังแก้ไขปัญหาตามปกติไม่ได้เลยครับ และโดยเฉพาะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยิ่งเป็นภาวะที่เกิดขึ้น มันเป็นความล้มเหลวด้านการเงิน ผมยกตัวอย่างเรื่องหมู ย้อนหลังไปมันเป็นวัว ย้อนหลังไปเป็นม้า ย้อนหลังไปเป็นคน โควิด (COVID) แล้วก็โควิด (COVID) แล้วยังผสมผสานกันอยู่อีก ๓ โรค ๔ โรค ท่านตั้งรับ หมดเลย ท่านทำงานเชิงรุกไม่เป็น พื้นฐานตรงนี้ท่านครับ ห้องโสตผมขอคลิปด้วย
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
สุดท้ายผมจะพูดเรื่องปุ๋ยแพง อยากให้ท่านช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก เพราะว่าช่วงหลังสุดปุ๋ยยูเรีย (Urea) ราคา ๕๐๐-๗๐๐ เดี๋ยวนี้ขึ้น ๑,๓๐๐ ท่านไม่มีแนวทางในการแก้ไขเลย จังหวัดกาฬสินธุ์ ผมชี้ให้เห็นถ้าท่านมีวิสัยมีแนวทางการแก้ไข อยู่จังหวัดกาฬสินธุ์มีข้อมูลส่วนหนึ่ง จากวันที่ ๒๔ ปี ๒๕๖๓ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านทรงพล ใจกริ่ม ได้สนับสนุนให้วิสาหกิจ ชุมชน ได้ขยายตลาดเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาเรื่องปุ๋ยประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง ชื่อว่า น้ำหมักขี้ปลา ช่วยลดต้นทุนการผลิตต่าง ๆ ซึ่งได้ผลเป็นอย่างมากท่านไม่ได้แก้ไขอะไร เลยตรงนี้ เพราะฉะนั้นส่วนหนึ่ง ท่านประธานครับ ในโอกาสที่เวลามันน้อย ผมขอสรุปเลยว่า มันจะอยู่กับผู้นำประเทศ ถ้าไม่มีวิสัยทัศน์ ต้นทุนด้านการค้า ด้านการบริหารท่านต่ำกว่า เกณฑ์มาก ก็อยากให้ท่านแก้ไขปัญหาโดยการที่ควรลาออกให้มีรัฐบาลชุดใหม่ หรืออาจจะ ยุบสภาให้ชาวบ้านเขามีการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งเขาจะเลือกคนที่มีคุณภาพเข้ามาเป็นตัวแทน ของเขา คำว่า ท่านอยากเป็นนายกกับชาวบ้านอยากให้เป็นนายกมันแตกต่างกันอย่างมาก ครับท่านประธานครับ กราบเรียนในโอกาสนี้ครับ