สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๒๐ มกราคม ๒๕๖๕

วรภพ วิริยะโรจน์ หารือเรื่องค่าครองชีพในยุคโควิด โดยเสนอให้แอนติเจนเป็นสวัสดิการภาครัฐเพื่อลดค่าครองชีพและควบคุมการแพร่ระบาด และเสนอแนวทางให้รัฐบาลพิจารณาในการจัดสวัสดิการแอนติเจนเป็นสวัสดิการภาคประชาชน เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของประชาชน

นายวรภพ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนประธานสภา ที่เคารพ ผม วรภพ วิริยะโรจน์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ วันนี้ ผมอยากขอสนับสนุนการตั้งกรรมาธิการศึกษาแนวทางช่วยเหลือประชาชนจากปัญหา ค่าครองชีพที่แพงขึ้นครับ แต่วันนี้ผมอาจจะไม่ได้พูดถึงประเด็นเรื่องหมูครับ วันนี้ผมอาจจะ พูดถึงประเด็นเรื่องค่าครองชีพของคนในยุคโควิด (COVID) นี้ที่แพงขึ้นจากแอนติเจน (Antigen) คือก่อนอื่นต้องยอมรับก่อนครับว่า ข้อเท็จจริงก็คือมีประชาชนจำนวนมากที่ยัง ต้องทำงานข้างนอกบ้าน หรือพนักงานในร้านค้าในร้านอาหาร ที่มันก็กลายเป็นพวกต้นทุน ของผู้ประกอบการที่จะต้องจัดหาแอนติเจน (Antigen) เข้ามาให้กับพนักงานตรงนี้ ในขณะเดียวกันคนที่ไปทำงานข้างนอกเขาก็อยากจะได้รับความมั่นใจว่าเขาจะไม่พาเชื้อ กลับมาแพร่ระบาดกับคนในครอบครัว แอนติเจน (Antigen) มันเลยกลายเป็นต้นทุน ค่าครองชีพไปแล้วของคนในยุคนี้ วันนี้ผมก็เลยต้องมาเสนอต่อกรรมาธิการชุดนี้ให้ลอง พิจารณาตรงนี้ครับว่า ถ้าทำให้แอนติเจน (Antigen) เป็นสวัสดิการภาครัฐที่ประชาชนเข้าถึงได้ ได้รับอย่างน้อย ๑ ชุดต่อ ๑ คน ๑ สัปดาห์ จริง ๆ แล้วมันเป็นมาตรการที่จะสามารถช่วยลด ค่าครองชีพ และเป็นมาตรการในการควบคุมการแพร่ระบาดและฟื้นฟูเศรษฐกิจได้ไป พร้อม ๆ กัน เรื่องประเด็นนี้ผมอาจจะพูดย้ำอีกครั้งหนึ่ง ผมอยากยกตัวอย่างที่เห็นชัดเจน อย่างประเทศสิงคโปร์หรือประเทศอังกฤษเขาก็แจกแบบนี้มาหลายเดือนแล้ว ซึ่งก็สามารถ ทำให้ค้นพบผู้ติดเชื้อได้เร็ว แยกคนติดเชื้อออกมา ในขณะเดียวกันประชาชนเกิดความเชื่อมั่น คือเศรษฐกิจนี่ผมต้องอธิบายย้ำกับกรรมาธิการ รัฐบาลอีกครั้งหนึ่ง เศรษฐกิจการใช้จ่ายของ ผู้คนมันอยู่ที่ความเชื่อมั่นล้วน ๆ ถ้าประชาชนมีความเชื่อมั่น กล้าจะเดินทางออกมาข้างนอกจับจ่ายใช้สอยเศรษฐกิจมันก็จะ เกิดหมุนครับ เมื่อมีการซื้อของมันก็จะมีการสร้างเป็นรายได้ต่อยอดกลับมา เช่นเดียวกัน ถ้าเกิดว่าเราทำให้แอนติเจน (Antigen) มันเป็นสิ่งที่เข้าถึงง่าย ทุกคนได้ตรวจทุกสัปดาห์ ประชาชนก็จะมีความมั่นใจในการกล้าเดินทางออกมา นโยบายในการรับมือนักท่องเที่ยว ต่าง ๆ มันก็จะเปลี่ยนแปลงไป หมายถึงว่ามันจะสามารถเป็นนโยบายรับนักท่องเที่ยวมันจะ ไม่มีการเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาแบบนี้ เพราะว่าผู้ประกอบการในการที่จะเปิดรับลงทุนทำ โรงแรม ทำร้านอาหารใหม่ ๆ เขาต้องมีการวางแผน เขาต้องการมีการลงทุน ผมไม่อยากเห็น นโยบายของรัฐบาลที่มีการยกเลิกเทสต์ แอนด์ โก (Test and Go) แล้วก็กลับมาเทสต์ แอนด์ โก (Test and Go) เปลี่ยนไปแบบนี้ทุก ๆ เดือน นี่คือสิ่งที่ผู้ประกอบการเขาไม่ต้องการเห็นครับ เขาต้องการวางแผนได้ ดังนั้นการที่เราเปลี่ยนนโยบายการรับมือโควิด (COVID) มาเป็นให้แอนติเจน (Antigen) กับประชาชนทุกคนได้ตรวจเชื้อแทนการรับมือแบบที่ผ่านมา ผมคิดว่าอันนี้จะเป็น การฟื้นฟูเศรษฐกิจได้ดีกว่า

แล้วอีกประเด็นหนึ่งอย่างงบประมาณ จริง ๆ ผมคำนวณมาคร่าว ๆ เร็ว ๆ ก็คือว่าถ้าเราแจกทุกคน ชุดหนึ่ง ๓๕ บาท คนไทย ๖๕ ล้านคน ๑ ชุดต่อสัปดาห์ คือ ๔ ชุด ต่อเดือน งบประมาณที่ใช้มันคือ ๙,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งผมยืนยันครับว่า ๙,๐๐๐ ล้านบาท ต่อเดือนคุ้มค่ามากกับเศรษฐกิจที่จะได้ฟื้นขึ้นมาแน่นอนจากความเชื่อมั่นให้คนกล้าออกมา จับจ่ายใช้สอยตรงนี้ รวมถึงการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เขาเข้ามาเหมือนอย่างปกติ ที่ผ่านมา ในขณะเดียวกันผมก็บอกว่ามันเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองด้วย วันนี้ ผมก็ต้องอภิปรายเสนอไปว่า จริง ๆ โรงเรียนเอกชนทุกวันนี้เขาก็เริ่มบังคับให้ผู้ปกครองต้อง ตรวจแอนติเจน (Antigen) ทุกสัปดาห์ นี่ก็เป็นภาระของผู้ปกครอง ในขณะเดียวกันโรงเรียน รัฐเองถ้าเกิดว่าทุกคนสามารถตรวจแอนติเจน (Antigen) ทุกสัปดาห์ได้ โรงเรียนรัฐ ทั่วประเทศก็สามารถกลับมาเปิดโรงเรียนได้อีกครั้งหนึ่ง ทั้งครู ทั้งนักเรียน ทั้งผู้ปกครอง ทุกคนตรวจทุกสัปดาห์แล้วก็ส่งผลเข้ามา ผมคิดว่าอันนี้มันเป็นความตั้งใจของผู้ปกครอง ทุกคนอยู่แล้วที่อยากจะส่งลูกกลับมาเรียนที่โรงเรียนหรือออนไซต์ (Onsite) อีกครั้งหนึ่ง ดังนั้นก็เลยเป็นประเด็นที่ผมอยากจะใช้โอกาสนี้ฝากไปยังกรรมาธิการชุดนี้ว่า การทำให้ แอนติเจน (Antigen) เป็นสวัสดิการภาคประชาชน จริง ๆ แล้วควรจะเป็นแนวทางหนึ่งที่ถูก หยิบยกขึ้นมาให้รัฐบาลได้พิจารณาครับ มันคงน่าจะดีกว่าถ้าเกิดว่าที่ผ่านมาที่รัฐบาลต้อง กลับมาขายให้กับประชาชน ซึ่งสินค้าก็หมดอีก หรือแม้กระทั่งการประเมินความเสี่ยง ซึ่งก็รู้กันอยู่ว่าประเมินไม่ได้จริง แล้วต่อให้จะไปรับตอนนี้สินค้าก็หมด ถ้าเราเปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนวิธีรับมือกับโควิด (COVID) ในการให้แอนติเจน (Antigen) เป็นสวัสดิการ จริง ๆ แล้ว มันคือการที่เราจะอยู่ร่วมกับโควิด (COVID) ได้ดีกว่าที่ผ่านมาครับ ขอบคุณครับ