พิสิฐ ลี้อาธรรม ห่วงใยปัญหาความมั่นคงในวัยชราของประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่อยู่นอกระบบประกันสังคม ระบุว่ามาตรการปัจจุบันยังไม่เพียงพอ ต้องเร่งปรับระบบการออมเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และเรียกร้องให้จัดตั้งหน่วยงานกลางเพื่อกำหนดนโยบายการออมอย่างมีประสิทธิภาพและบูรณาการกับมาตรการเดิมอย่างชัดเจน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ผมได้พูดถึงเรื่องของธนาคารแห่งหนึ่ง สรุปคร่าว ๆ ก็คือว่า เรามีปัญหาใหญ่ แต่เราทำได้น้อยมาก หน่วยงานที่ทำนี้มีกำลังไม่พอ งานนี้ก็เช่นกันครับ วันนี้ ทาง กอช. ก็ได้มานำเสนอรายงานของปี ๒๕๖๓ ก็ต้องขอบคุณทางผู้บริหารที่ได้พยายาม อย่างเต็มที่ในภารกิจที่ท่านได้รับจากทางรัฐบาล แต่ว่าเช่นเดียวกับเรื่องเมื่อสักครู่ครับ เรื่องนี้ เป็นเรื่องใหญ่ของประเทศอย่างมาก ประเทศไทยกำลังอยู่ในสภาพที่เราบอกกันว่าเข้าสู่สังคม วัยชรา เมื่อ ๑๕ ปีที่แล้วเรามีคนชราเทียบกับประชากรประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ขณะนี้เรามี ประชากรที่อยู่ในวัยชราประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ อีกไม่เกิน ๑๐ ปีจะเพิ่มเป็น ๓๐ เปอร์เซ็นต์ คำถามคือว่าคนที่อยู่ในวัยชราเหล่านี้เมื่อเข้าสู่วัยชราแล้วก็จะไม่มีโอกาสได้ทำงาน ทุกแห่ง ที่รับคนทำงานล้วนแต่จะบอกครับว่าอายุไม่เกิน ๖๐ ปี แต่พอพ้น ๖๐ ปีเขาไม่รับ หรือถ้ารับ ก็จะต้องโดนเอาเปรียบคือได้การจ้างแบบชั่วคราว ยกเว้นคนบางกลุ่มในสังคมครับ ที่เมื่อถึง วัยชราแล้วจะมีความสุข เพราะว่ามีเงินบำนาญรออยู่ เช่นข้าราชการ แต่คนทั่วไปโดยเฉพาะ ในประเทศไทยที่ทำงานหามรุ่งหามค่ำในภาคธุรกิจต่าง ๆ หรือในภาคเอกชน จะมีส่วนหนึ่ง ที่โชคดีได้อยู่ในระบบประกันสังคมประมาณ ๑๐ กว่าล้านคน แต่ยังมีคนอีกจำนวนไม่ต่ำกว่า ๒๐ ล้านคน ที่ยังไม่มีความชัดเจนในอนาคตของตนเอง ถ้าโชคดีมีสมบัติ มีมรดก มีที่ดินก็อาจจะพอทำเนาว่าถึงวัยชราแล้วยังมีเงินเหล่านี้ช่วยดูแลตนเองได้ บางคนอาจจะ โชคดีที่ทำงานและมีรายได้พอที่จะดูแลตัวเองได้ แต่ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ใน ๒๐ ล้านคน ที่อยู่นอกระบบยังขาดการเหลียวแลจากรัฐหรือว่าจากตนเองที่มีเงินไม่พอใช้ในยามชรา เพราะฉะนั้นหน่วยงานของท่าน กอช. รัฐบาลตั้งขึ้นมาคงจะมีเจตนาที่อยากจะให้มีการดูแล คนที่อยู่นอกระบบ แต่ว่าอย่างที่ผมกราบเรียนเมื่อสักครู่ งานที่ท่านทำทุกวันนี้เป็นเวลาผ่านไป เกือบ ๑๐ ปี มีสมาชิกอยู่ ๒.๓ ล้านคน ในปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๒ ท่านก็มี ๒.๓ ล้านคน ปี ๒๕๖๑ ท่านมีประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ กว่า ๆ จริง ๆ ถ้าโมเมนตัม (Momentum) ของการเพิ่มจาก ๖๐๐,๐๐๐ เป็น ๒.๓ ของปี ๒๕๖๑ มาเป็น ๒๕๖๒ มันต่อเนื่อง ผมก็ยังมีความ สบายใจว่า ประเทศไทยอนาคตจะไม่มีปัญหาหนัก ๆ แต่ในเมื่อโมเมนตัม (Momentum) นี้ มันหยุดลง ก็คือท่านไม่สามารถเพิ่มคนที่อยู่ในระบบนี้ได้อีก ซึ่งก็เป็นอย่างที่ผมเข้าใจครับ ก็คือว่า ๑. เศรษฐกิจอาจจะเป็นสภาพที่คนไม่อาจจะเข้ามาได้เพราะว่ามีวิกฤติ ๒. ก็คือว่า ระบบที่ออกแบบมานี้มันไม่สามารถที่จะดึงดูดให้คนมาเป็นสมาชิก เพราะเงินที่จะให้ ๖๐๐ บาทต่อเดือนไม่จูงใจ และ ณ เวลานี้ที่เขาต้องจ่ายก็อาจจะเป็นภาระ เขามองไม่เห็น ประโยชน์อย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นที่ผมจะสรุปก็คือว่า ผมเป็นห่วงครับว่าระบบที่เราดำเนินการอยู่ตอนนี้ ยิ่งกว่า การเข็นครกขึ้นภูเขา แต่ละสมาชิกที่ท่านได้มาในอนาคตจะมีค่าใช้จ่ายสูงมาก เป็นภาระ อย่างมาก แล้วก็อาจจะไม่มีหนทางที่จะถึงเป้าหมาย เพราะว่ายังมีคนอยู่นอกระบบ อีกมากมายที่ถูกปล่อยปละละเลย เมื่อเข้าถึงวัยชราแล้ว เขาจะไม่มีเงินดูแลตนเอง อันนี้คือ สังคมไทยที่เราจะต้องเจอในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ ผมจึงอยากจะขออนุญาตที่จะฝากเป็น ประเด็นให้กับรัฐบาล ในโอกาสที่ท่านมานำเสนอเรื่องของ กอช. ว่าที่ทำอยู่ทุกวันนี้ไม่พอครับ ระบบการออมเพื่อใช้ยามชราจะต้องมีการทำให้เต็มที่มากกว่านี้ ที่อยู่ในระบบ กบข. ก็ดี ในระบบของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ อันนั้นโอเค (OK) ก็ดีอยู่แล้ว ท่านจะต้องจัดระบบใหม่ ขึ้นมาเป็นระบบภาคบังคับ เป็นระบบที่จะต้องให้ทุกคนมีการออมอย่างอัตโนมัติ จะต้องมี บอดี้ (Body) หนึ่งขึ้นมาครับ เป็นหน่วยงานกลางที่เป็นหน่วยงานในการกำหนดนโยบาย อย่างแท้จริง ทุกวันนี้งานเรื่องการส่งเสริมหรือดูแลการออมเพื่อใช้ยามชรา ยังเป็นงานฝาก ฝากไว้กับ กลต. ในการดูแลกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ฝากไว้กับกระทรวงการคลังในการทำ นโยบายของ กอช. หรือของอื่น ๆ ผมอยากเห็นรัฐบาลเอาจริงเอาจังกับเรื่องของการ จัดระบบจัดระเบียบการออมเพื่อใช้ยามชราให้เต็มที่ มิเช่นนั้นแล้ว สังคมไทยก็จะเป็นสังคมที่ น่าสงสารมาก ทำงานมาเกือบตลอดชีวิต แต่เมื่อถึงวัยชราแล้วยังต้องทำงานต่อเพราะว่าไม่มี เงินเก็บ ไม่มีเงินดูแลตนเองในยามชรา ซึ่งสิ่งที่เราทำอยู่ทุกวันนี้อาจจะต้องมีการปรับปรุงอีก หลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของประกันสังคมที่เป็นส่วนของชราภาพ โดยเฉพาะ มาตรา ๔๐ ผมยังมองว่างานของ กอช. ยังซ้ำซ้อนกับมาตรา ๔๐ ในเอกสารที่ท่านรายงานมี ระบุไว้ว่า จะมีการบูรณาการกับทางประกันสังคม มาตรา ๔๐ ก็อยากจะขอทราบ ขอให้ท่าน ได้ชี้แจงครับว่า คำว่า บูรณาการของท่านนี้ ท่านหมายถึงอย่างไร เพราะความรู้สึกผมก็คือว่า ๒ หน่วยงานนี้คงจะทำงานด้วยกันไม่ได้ เพราะว่าแย่งลูกค้ากัน แล้วก็เป็นภาระของรัฐ ที่จะต้องมาจ่ายสมทบ ท่านช่วยตอบอีกคำถามหนึ่งว่า ระบบที่ท่านดูแลทุกวันนี้ รัฐจ่ายสมทบ เต็มที่หรือยัง ยังติดค้าง กอช. อยู่เท่าไร เพราะ ณ วันนี้เรามีช่องโหว่ในระบบการคลังหลาย ด้านที่รัฐบาลยังเป็นหนี้เป็นสินกับส่วนงานอีกหลายส่วนงาน ก็ขอฝากเป็นประเด็นว่า สิ่งที่ท่านทำผมเห็นใจครับแต่ไม่พอครับที่จะแก้ปัญหาที่จะเกิดขึ้นอย่างใหญ่หลวงข้างหน้านี้ ของประเทศไทย ขอบพระคุณมากครับ