จิรัฏฐ์ ถามหลักการ-ประโยชน์ กองทุนเงินออมแห่งชาติ ชี้แจงความคลุมเครือ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๒๐ มกราคม ๒๕๖๕

จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับกองทุนเงินออมแห่งชาติ ทั้งในด้านหลักการ ความคุ้มค่า ประสิทธิภาพของการใช้งบประมาณ และการลงทุนกับภาคเอกชน พร้อมตั้งคำถามถึงความจำเป็นและประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับจริง

นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ฉะเชิงเทรา

เรียนประธานสภาที่เคารพ ผม จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ผู้แทนราษฎรฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล ขอบคุณท่านประธานที่นำรายงานเรื่องนี้ เข้าสู่สภา ต้องยอมรับครับว่าผมไม่เคยได้ยินชื่อกองทุนนี้มาก่อน เพิ่งจะรู้จักก็นี่ละครับ เคยได้ยินผ่าน ๆ แต่ไม่เข้าใจว่าคืออะไร หลักการเป็นอย่างไรก็เพิ่งจะได้อ่านรายงานของท่าน นี่ละ แล้วก็มีคำถามนิดหน่อย จริง ๆ แล้วไม่ได้ตั้งคำถามไปถึงตัวผู้บริหารหรือว่า คณะกรรมการ แต่เป็นคำถามถึงหลักการที่มาขององค์กรนี้มากกว่า โดยเฉพาะเรื่องของ หลักการแล้วก็ประโยชน์ที่เราจะได้รับ ประชาชนจะได้รับ ถ้าผมเข้าใจอะไรผิด รบกวนท่าน ชี้แจงเพื่อเป็นความรู้แก่ผมด้วย แล้วก็อะไรที่ผมไม่เข้าใจอย่างไรก็ชี้แจงหน่อย จะได้เป็น ประโยชน์กับประชาชนด้วย คืออย่างนี้ครับท่านประธาน มองคร่าว ๆ อ่านจากเอกสารผมเข้าใจว่านี่คือหน่วยงานที่ชื่อว่า กองทุนเงินออมแห่งชาติ แล้วก็ทำหน้าที่คล้าย ๆ กับกองทุนเอกชนทั่ว ๆ ไป เหมือนกับ กองทุนที่อย่างเป็นเงินบอนด์ (Bond) เงินกู้หรือว่าตราสารหนี้ หุ้นกู้ ก็คือการให้ประชาชน มาลงทุนแล้วท่านก็เอาเงินไปลงทุนต่อ แล้วท่านก็มาปันผลเป็นดอกเบี้ยอะไรก็แล้วแต่ให้กับ ประชาชน ไม่ได้ต่างจากการซื้อประกัน ซื้อกองทุนเลย แต่เปลี่ยนจากคำว่าลงทุนเป็นคำว่า ออมเท่านั้นเอง ท่านให้ประชาชนออม ที่ผมอ่านจากเอกสาร ถ้าประชาชนออมปีละ ๑๓,๒๐๐ บาท ตกเดือนละ ๑,๑๐๐ บาทติดต่อกัน ๑๐ ปีก็จะได้คืนเมื่ออายุเกิน ๖๐ ปีไปแล้ว ได้เงินคืน เดือนละ ๖๐๐ บาท ติดต่อกัน ๒๐ ปี นอกจากว่าถ้าเสียชีวิตก่อนก็ได้เงินต้นทั้งหมดคืนเลย แต่ ถ้ายังไม่เสียชีวิตก็ยังไม่ได้เงินต้นคืน ก็ดูแล้วเผลอ ๆ จะสู้กองทุนเอกชนไม่ได้ด้วยซ้ำ มันไม่ได้ชวนเชื่อขนาดนั้น แล้วก็สรุปแล้วถ้าลงทุนกับท่าน ๑๓,๒๐๐ บาท ๑๐ ปี มันจะรวม เป็นเงิน ๑๓๒,๐๐๐ บาท เท่ากับได้ดอกเบี้ยประมาณ ๑๒,๐๐๐ บาทต่อ ๒๐ ปี ไม่ใช่สิครับ ต่อ ๑๐ ปีที่ลงทุนบวกกับ ๒๐ ปีที่ได้คืน กว่าจะได้คืนครบนี้ต้องลงทุน ๓๐ ปี ได้เงินคืน ๑๒,๐๐๐ บาท ก็เลยอยากจะถามถึงหลักการและความคุ้มค่าครับ ท่านบอกว่าท่านจะเพิ่ม สมาชิกปี ๒๕๖๕ ๑๔๕,๐๐๐ คน โดยอยู่ในยุทธศาสตร์ทั้ง ๔ ด้านของท่านครับ ยุทธศาสตร์ ทั้ง ๔ ด้านมีอะไรบ้าง ยุทธศาสตร์ที่ ๑ ก็คือเพิ่มสมาชิก มีแผนจะเพิ่ม ๑๔๕,๐๐๐ คน ในปี ๒๕๖๕ ยุทธศาสตร์ที่ ๒ นี้ผมอ่านไม่เข้าใจ อ่านไม่รู้เรื่องจริง ๆ ว่าท่านต้องการอะไร คือเป้าหมายจะเอาอะไร จะทำอะไร อันนี้อ่านไม่เข้าใจจริง ๆ แต่พอจะตีประเด็นได้อยู่ นิดหนึ่งก็คือว่า มีการผลักดันกฎหมายเพื่อจะแก้ พ.ร.บ. กองทุนเงินออม จะได้ขยายอายุเกษียณ จาก ๖๐ ปีเป็น ๖๕ ปี อันนี้เท่าที่ผมจับใจความได้จริง ๆ ยุทธศาสตร์ที่ ๓ ก็คือการถ่ายทอด ค่านิยมองค์ความรู้ด้านการออมให้กับประชาชน ให้กับหน่วยงาน อันนี้ผมก็ตั้งข้อสงสัย นิดหนึ่งครับ ไม่รู้ว่าท่านทราบได้อย่างไรว่าประชาชนไม่รู้จักว่าออมอย่างไร ผมว่าประชาชน เก็บเงินเป็น แค่ออมเงินนี้ไม่น่าจะต้องสอนกันขนาดนั้น การออมคือไม่รู้ว่าทำไมท่านคิดว่า มันเป็นปัญหา ประชาชนไม่รู้จักการออม เก็บเงินง่ายจะตายครับ แค่ไม่เอามาใช้ก็คือเก็บเงินแล้ว ปัญหาคือมันไม่มีเงินจะเก็บ พอไม่มีเงินจะเก็บท่านจะสอนอย่างไรเขาก็เก็บไม่ได้ครับ ยุทธศาสตร์ที่ ๔ คือการพัฒนาองค์กรให้มีประสิทธิภาพ อันนี้ผมอ่านแล้วก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่ามันคืออะไรกันแน่ เพราะไม่เห็นเป้าหมายที่ชัดเจนเลย งบประมาณที่ท่านวางไว้ปี ๒๕๖๕ นี้ ๑,๒๕๕ ล้านบาท ผมอ่านแล้วก็อยากจะตั้งคำถามตรงนี้ละครับว่าความคุ้มค่านี้มันคุ้มค่า จริงหรือเปล่า ประชาชนได้ประโยชน์จริงหรือเปล่า ถ้าผมอ่านไม่ผิดจากงบการเงินที่ค่อนข้าง จะอ่านยาก งบการเงินของท่านนี้ท่านจ่ายคืนให้กับประชาชน จ่ายผลประโยชน์คืน ๔๔๔ ล้านบาท ๔๔๔ ล้านบาทผมไม่ทราบว่ารวมเงินต้นเขาด้วยหรือเปล่า แต่ว่า ๔๔๔ ล้านบาทที่จ่ายคืนกับเงินลงทุน ๑,๒๕๕ ล้านบาทต่อปีมันแปลก ๆ หรือว่า ๑,๒๕๕ ล้านบาทต่อปี เพื่อเพิ่มสมาชิก ๑๔๕,๐๐๐ คน มันก็ใช้งบสูงเกินไป ตกคนละ ๘,๐๐๐ กว่าบาท เพื่อจะหาสมาชิกคนหนึ่ง เพื่อเอาเงินไปลงทุนกับท่าน และท่านก็เอาเงินทั้งหมดไปลงทุนกับเอกชน ถ้าผิดพลาดประการใด ชี้แจงด้วย ท่านไปลงทุนกับใครบ้าง มีเอไอเอส (AIS) มีบีทีเอส (BTS) มีซีพีเอฟ (CPF) มีดีแทค (DTAC) มีไอซีบีซี ลีสซิง (ICBC leasing) มีแลนด์ แอนด์ เฮาส์ (Land and House) เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ (Major Cineplex) ปูนซีเมนต์ไทย ปูนซีเมนต์นครหลวง โตโยต้าลีสซิง (Toyota leasing) ไทยโอริกซ์ ลีสซิง (Thai Oryx leasing) คือท่านก็ไปลงทุนกับเอกชน ผมสงสัยหลักการนี้จริง ๆ ครับ ว่าเราใช้เงิน ๑,๒๕๕ ล้านบาท หมดไปกับการพีอาร์ (PR) โฆษณา ประชาสัมพันธ์เยอะแยะไปหมดเลย เพื่อจะดึงดูดเชิญชวนให้ประชาชนเอาเงินที่ตัวเอง หาได้มาลงทุนกับท่าน เพื่อท่านจะได้เอาเงินไปลงทุนกับเอกชน มันฟังดูทะแม่ง ๆ ไหมครับ และท่านก็คืนเขาน้อยมาก ผลตอบแทนน้อยจริง ๆ ผมไม่รู้ว่าเราตั้งกองทุนนี้ขึ้นมาเพื่ออะไรครับ ไม่เข้าใจ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดมันก็หมดไปกับค่าดูแลพนักงาน บุคลากร เบี้ยประชุม กรรมการ ๒๑ คน อนุกรรมการ ๑๑ คณะ รวม ๗๘ คน ๑๑ คณะ ไม่รู้ประชุมกันนัก และคือ พรรคการเมืองเขายังเสนอที่จะให้บำนาญหรือว่าให้สวัสดิการเดือนละ ๓,๐๐๐ บาท อนาคตใหม่เคยเสนอให้เดือนละ ๓,๐๐๐ บาท ทุกคนถ้วนหน้า ถ้ามีข้อเสนอแบบนี้ จากกองทุนนั้นผมจะไม่ว่าเลย แต่นี่ไม่เห็นมีข้อเสนออะไรที่ดูจะเป็นประโยชน์เท่าไร ผมไม่ได้ ตั้งคำถามกับตัวบุคลากร แต่ว่าผมตั้งคำถามกับหลักการของกองทุนนี้ ก็เลยสงสัยจริง ๆ ครับ ๔๔๔ ล้านบาทที่คืนให้ประชาชนมันคุ้มค่าจริง ๆ หรือ คือประเทศนี้เราดูแลคนไทย ได้แค่นี้เองหรือครับ ตั้งกองทุนขึ้นมาแล้วก็ให้เขาเอาเงินมาลงทุน และรัฐก็เอาไปลงทุนต่ออีกต่อหนึ่ง ผมไม่รู้ ทำเพื่ออะไร เอาเงิน ๑,๒๕๕ ล้านบาทแจกประชาชนเสียดีกว่า คือผมก็คิดว่านี่มันเป็นความ อยุติธรรมในสังคมไทย ซึ่งมันถูกพิพากษาโดยชนชั้นนำมาหลายสิบปีต่อเนื่องกันมา และเป็นความคิดเหมือนกับสังคมสงเคราะห์ให้กับคนจนเลยมีนโยบายแบบนี้ออกมา แล้วก็ทำกฎหมายแบบนี้ออกมานั่นคือคำถามที่ผมอยากจะถามว่า มันคุ้มค่าจริงหรือเปล่า ต่องบประมาณที่เราใช้และประชาชนได้ประโยชน์อย่างไร สรุปประชาชนได้ประโยชน์หรือว่า นายทุนที่ได้เงินสะสมไปลงทุนต่างหากที่ได้ประโยชน์ สั้น ๆ แค่นี้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ