อนุพงษ์ เผ่าจินดา อธิบายเหตุการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพมหานครเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2564 และการเตรียมการรับมือของกรุงเทพมหานคร ระบุว่าเหตุการณ์นั้นเกิดจากน้ำทะเลหนุนและน้ำฝน ทำให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 11 จุด และได้ดำเนินการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผมขอตอบกระทู้ถามดังนี้ เหตุการณ์ เมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ที่มีน้ำท่วมบ้านเรือนประชาชนตามริมแม่น้ำเจ้าพระยา ก่อนอื่นต้องเรียนก่อนว่ากรุงเทพมหานครนั้นอยู่ในพื้นที่ราบลุ่มตอนปลายแม่น้ำพระเจ้ายา ก็จะอยู่ภายใต้อิทธิพลของน้ำที่ปล่อยมาจากแม่น้ำเจ้าพระยาส่วนหนึ่งกับน้ำทะเลหนุน ส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งก็คือเรื่องของฝนที่ตกในกรุงเทพมหานคร ระบบของ กรุงเทพมหานครนั้นเราใช้ระบบที่เราเรียกว่าเป็น โพลเดอร์ (Polder) คือปิดล้อมพื้นที่ ทางด้านเหนือเรามีคันคลองรังสิตไม่ให้น้ำเข้ามา ทางด้านตะวันออกเรามีที่เราเรียกว่า คันคลองพระราชดำริอีกด้านหนึ่ง ส่วนด้านตะวันตกติดแม่น้ำเจ้าพระยาเราก็ได้มีเขื่อนอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาไม่ให้น้ำภายนอก เข้ามา ก็คงจะมีน้ำฝนที่ตกในกรุงเทพมหานครเท่านั้นที่เราจะบริหารจัดการระบายน้ำ ผ่านท่อระบายน้ำ คู คลอง ระบายน้ำ ลงไปอุโมงค์สูบออกแม่น้ำเจ้าพระยาหรืออ่าวไทย ก็แล้วแต่ด้วยระบบ
ในประเด็นวันนี้เราไม่ได้พูดถึงเรื่องน้ำฝน เราพูดถึงในกรณีของน้ำที่ปล่อย ลงมาจากแม่น้ำเจ้าพระยากับน้ำทะเลหนุน เขื่อนที่ผมเรียนแล้ว ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เรามีเขื่อนอยู่ เราสร้างเขื่อนไว้ที่ระดับบวก ๒.๘๐-๓.๕๐ เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง โดยปกติก็สามารถที่จะรองรับน้ำที่ปล่อยมาจากเขื่อนแล้วก็น้ำทะเลหนุนได้ อย่างไรก็ตาม น้ำที่ปล่อยมาก็จะต้องไม่เกิน ๓,๕๐๐ คิวบิกเมตรต่อวินาทีซึ่งเราก็จะคุมไม่ให้ปล่อยมา เกินนั้น เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นมันมีจุดบางจุดที่เราไม่มีเขื่อน บางคนเรียกว่าจุดฟันหลอ อยู่ในพื้นที่ของทั้งกรุงเทพมหานครและฝั่งธนบุรี เพราะประชาชนเขาไม่ให้สร้าง จะเป็น ท่าเทียบเรือบ้าง ท่าเรือขนส่งบ้าง โกดังสินค้าบ้างร้านประกอบกิจการต่าง ๆ บ้าง ซึ่งเขาได้รับอนุมัติจากทางกรมเจ้าท่าเขาก็สามารถใช้ได้จุดที่เป็นฟันหลอนี้เป็นจุดที่น้ำรั่วเข้า ไปในพื้นที่ อย่างไรก็ตามกรุงเทพมหานครก็ได้ไปวางกระสอบทรายชั่วคราวไว้ให้ ที่ระดับความสูงประมาณ ๒.๓๐-๒.๘๐ เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง การดำเนินการนั้น โดยปกติจะเปลี่ยนกระสอบทุก ๆ ๒ ปี แต่มีการตรวจทุก ๆ ปีในช่วงสิงหาคม กันยายน ตุลาคม ก่อนที่น้ำหลาก การกำกับดูแลของกรุงเทพมหานครก็จะไปดู ถ้าเขื่อนต่าง ๆ หรือว่าเขื่อนฟันหลอที่เราวางกระสอบมันกันได้ก็คงเป็นไปตามปกติ น้ำก็ไม่สามารถเข้าไป ในพื้นที่ได้ เหตุการณ์เมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน เกิดขึ้นได้อย่างไรนั้น ในวันนั้นมีการระบายน้ำ ในแม่น้ำเจ้าพระยาประมาณ ๒,๕๒๔ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ปัญหาคือมีน้ำทะเลหนุนบวก ๑.๓๓ เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งเป็นการหนุนที่ค่อนข้างจะแรงมาก ประกอบกับ มีการสัญจรของเรือก็มีคลื่นหนุนแรงมากผิดปกติ ทำให้เขื่อนฟันหลอทั้งหลายไม่สามารถรับ ได้ น้ำก็ข้ามคัน ในบางส่วนก็ชำรุดเสียหาย นั่นคือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ทั้งหมด ๑๑ จุดใน ๘ เขตด้วยกัน แต่ก็ยังมีจุดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่คนได้รับผลกระทบเพิ่มมาก ขึ้นตามที่ว่า ๑๐ กว่าเขต แต่จุดที่รั่วจะเป็น ๑๑ จุด ทางกรุงเทพมหานครได้ไปแก้ไขโดยไป เสริมร่วมกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วก็สูบน้ำออก ก็สามารถทำให้แห้งได้ประมาณ ๑-๓ ชั่วโมงในวันนั้น สรุปแล้วว่าในเรื่องของระบบนั้นจริง ๆ แล้วน่าจะเอาอยู่ แต่เหตุการณ์ วันนั้นมันเกิดเหตุการณ์เพราะน้ำทะเลหนุนแรงมากและมีการสัญจรของเรือทำให้เกิดคลื่น และกระแทกกับเขื่อนฟันหลอหรือว่าที่กระสอบทรายต่าง ๆ ทำให้เกิดน้ำท่วมกับ พี่น้องประชาชน ในการดำเนินการแก้ไขแล้วก็มีการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ต่าง ๆ ในการช่วยเหลือก็จะมีการช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล ค่าใช้จ่ายจริงไม่เกินคนละ ๒,๐๐๐ บาท ถ้ารักษาในโรงพยาบาลก็ไม่เกิน ๔,๐๐๐ บาทต่อคน มีเรื่องค่าเช่าบ้านครอบครัวละไม่เกิน ๓,๐๐๐ บาทต่อเดือน ไม่เกิน ๒ เดือน มีเงินทุนประกอบอาชีพครอบครัวละไม่เกิน ๑๑,๔๐๐ บาท เรื่องการซ่อมแซมบ้านก็จะจ่ายเงินค่าวัสดุให้เท่าที่จ่ายจริง แต่หลังหนึ่ง ไม่เกิน ๔๙,๕๐๐ บาท นอกจากนั้นก็ยังมีเรื่องของการสนับสนุนเรื่องของถุงยังชีพ เรื่องของ ครัวเคลื่อนที่ ครัวสนาม มีการให้บริการตรวจเช็ก (Check) สภาพหรือซ่อมแซม เครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ทั้งหมดช่วยไป ๑๓๑ ครอบครัว กระจายอยู่ในเขตต่าง ๆ ทุกเขต ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้วทั้งสิ้นในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบครับ