วราวุธ ศิลปอาชา ชี้แจงนโยบายเน้นส่งเสริมผู้ประกอบการท้องถิ่นและคนไทยในการทำธุรกิจท่องเที่ยวภายในอุทยานแห่งชาติ พร้อมย้ำการตรวจสอบบริษัทนอมินีและทุนต่างชาติอย่างเข้มงวด โดยเสนอแนวทางให้อุทยานทั้งบกและทะเลปิดทำการอย่างน้อยหนึ่งเดือนต่อปีเพื่อให้ธรรมชาติได้ฟื้นฟูและเจ้าหน้าที่ได้พักร่าง รวมถึงปรับปรุงพื้นที่และพัฒนาศักยภาพภายใต้การพิจารณาร่วมกับคณะกรรมการพื้นที่อนุรักษ์ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และรายได้ของชุมชน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและป้องกันการทำลายทรัพยากรอย่างกรณีอ่าวมาหยา
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต้องขอบคุณท่านเท่าพิภพสำหรับคำแนะนำ ประเด็นแรกต้องเรียนก่อนเลยว่าบริษัทต่าง ๆ นั้น นโยบายที่ผมได้มอบให้กับทาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชก็คือว่า พี่น้องประชาชนที่เป็นเจ้าของแหล่ง ท่องเที่ยว ยกตัวอย่างเช่นที่สิมิลัน หรือว่าจะที่จังหวัดสตูล หรือว่าอุทยานแห่งชาติ เกาะพีพี หาดนพรัตน์ธารา หรือสถานที่ต่าง ๆ นั้น การที่จะมีบริษัทมาหาประโยชน์จากพื้นที่ดังกล่าว เบื้องต้นไพรออริตี (Priority) อันดับแรก บริษัทที่เป็นของพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ จะต้องได้รับประโยชน์มากที่สุดก่อน ก็ขอเรียนว่าการที่จะมีบริษัทต่างชาติ หรือเป็น บริษัทนอมินี (Nominee) มาในขณะนี้ ผมเองได้ให้ทางกรมอุทยานนั้นเข้มงวดกับการ ตรวจสอบ เวลาบริษัทใดจะมาขอโควตา หรือว่าจะมาขอนำนักท่องเที่ยวเข้ามานั้น ผมให้นโยบายว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดต้องเป็นของคนไทยก่อน ยิ่งถ้าเกิดเป็นของคนในพื้นที่ เราจะให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก ทั้งนี้ทั้งนั้นถ้าหากว่าท่านเท่าพิภพเอง มีข้อมูลว่า มีบริษัทใดเป็นนอมินี (Nominee) หรือว่าต่างชาติเข้ามาก็ขอความกรุณาแจ้งมาได้ เราจะดำเนินการ กันอย่างเต็มที่แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นบางครั้งต้องขออนุญาตเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านสมาชิกว่า บริษัทต่างชาติบางครั้งนี้ดูแล แล้วก็เฝ้าระวังทรัพยากรธรรมชาติ ของประเทศไทยนั้นได้ดีกว่าคนไทยอีก ผมเองได้มีโอกาสไปขึ้นเรือที่ให้บริการนักดำน้ำ หลายครั้ง มีอยู่ครั้งหนึ่งได้ไปขึ้นเป็นเรือของคนต่างชาติที่มามีไลเซนซ์ (License) อยู่ใน ประเทศไทย ปรากฏว่าขั้นตอน หรือว่าระเบียบ หรือว่าวิธีการทำงานของเรือลำนั้น มีความเข้มงวด แล้วก็ให้ความสำคัญดูแลปกป้องปะการังแล้วก็สิ่งมีชีวิตใต้ทะเลนั้นมากกว่า เรือของคนไทยบางลำอีก แต่ถึงกระนั้นก็ตามต้องขอบคุณท่านเท่าพิภพที่ท่านมีความเป็นห่วง เพราะว่าในขณะนี้ทางกรมอุทยานเองก็คอยเฝ้าระวังแล้วก็ดูว่ามีบริษัทใดหรือว่าเรือลำใด ที่ไม่ปฏิบัติตามนโยบายหรือว่าระเบียบต่าง ๆ ยกตัวอย่างเช่น ในขณะนี้ผมเองได้ให้แนวทาง ว่าเรือที่จะให้บริการนักท่องเที่ยวดำน้ำนั้นห้ามเอาเรือใหญ่เข้าไปในจุดดำน้ำจะต้องใช้เรือเล็ก หรือที่เรียกกันว่า ดิงงี่ (Dinghy) ในการที่จะรับนักดำน้ำไปส่งไปรับระหว่างเรือใหญ่กับ จุดดำน้ำ แล้วก็ที่ผ่านมามีเรือบางลำยังไม่ให้ความร่วมมือเราก็ตักเตือนก่อน แล้วก็มีการเรียก มาชำระค่าปรับ ครั้งแรกเราก็จะตักเตือนแล้วก็เสียค่าปรับ ๕,๐๐๐ บาท ครั้งที่ ๒ ถ้ายังไม่ทำ อยู่อีกเราจะปรับ ๑๐๐,๐๐๐ บาท แล้วก็จะแบน (Ban) ไม่ให้เข้าเขตอุทยานประมาณ ๓๐ วัน แล้วถ้ายังฝืนทำอีกเราก็จะปรับเป็นหลักแสนอีกหลายแสนเลย แล้วก็จะห้ามเข้า เขตอุทยานต่อไป ดังนั้นแนวทางที่ท่านเท่าพิภพเสนอมาว่าบริษัทใดทำดีควรจะให้ ไพรออริตี (Priority) อันนี้เราได้ดำเนินการอยู่ แล้วบริษัทใดไม่ทำตามเงื่อนไขเราก็จะ ตัดออกไป ตัดออกไป ตัดออกไป ก็ต้องขอขอบคุณท่านเท่าพิภพ
ในประเด็นเรื่องที่ว่าจะให้การท่องเที่ยวอยู่ร่วมกันกับการอนุรักษ์ธรรมชาติ อย่างไร ต้องขออนุญาตเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกครับว่า จากการที่เราเจอ สถานการณ์โควิด (COVID) อุทยานแห่งชาติทั่วประเทศเป็นครั้งแรกเลยในประเทศไทย ที่เมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๓ เราประกาศปิดอุทยานทั่วประเทศเลย พอปิดเสร็จเราเห็น เลยครับว่า มีความตื่นตัว คือของสัตว์ป่าทั้งหลาย สรรพสัตว์ทั้งหลาย ทั้งสัตว์บกและสัตว์น้ำ สามารถออกมาสนุกสนาน แล้วก็อยู่บ้านของเขาเองอย่างมีความสุข ธรรมชาติได้ฟื้นฟูขึ้นมา อย่างที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน สัตว์ที่เราไม่เคยเห็น หายาก อย่างเช่น พะยูน โลมา หรือวาฬ ต่าง ๆ โผล่ขึ้นมาปรากฏตัวให้เห็นอย่างเรียกว่าตลอดเวลา ดังนั้นก็เป็นแนวทางที่ผม ได้เสนอให้กับทางกรมอุทยาน แล้วก็เป็นแนวทางในการใช้ว่าจากนี้ไปทุก ๆ ปี ทุก ๆ ปีนั้น อุทยานแห่งชาติ ทั้งทางบกและทางทะเลจะต้องมีการปิดตัวลงอย่างน้อย ๑ เดือนเพื่อให้ มีประโยชน์หลายอย่าง
ประเด็นแรก เพื่อให้สรรพสัตว์ทั้งหลายได้มีโอกาสพักแล้วก็อยู่บ้านเขา อย่างเรียกว่ามีความสุข ลองนึกตัวอย่างว่าถ้าหากว่าเป็นบ้านเรามีแขกมาบ้านเราทุกวันเลย ไม่มีการพักผ่อนเลยเราเป็นเจ้าของบ้านเราก็เหนื่อยเช่นกัน นอกจากนั้นช่วงเวลาปิดนี้ ไม่ได้ให้เป็นช่วงเวลาพักผ่อนของเจ้าหน้าที่ แต่เป็นเวลาที่จะให้เจ้าหน้าที่ทั้งหลายนั้น มาปรับปรุง แล้วก็บูรณะซ่อมแซมสถานที่ต่าง ๆ ในอุทยานของตนเพื่อสามารถรองรับ นักท่องเที่ยวได้ดีขึ้น ในขณะเดียวกันก็ยังฝึกใช้เวลาที่หยุดนี้เป็นการปรับปรุงสมรรถภาพ แล้วก็ความเชี่ยวชาญการทำงานของเจ้าหน้าที่แต่ละท่าน ๆ ด้วย ดังนั้นจากนี้ไปอุทยาน แห่งชาติในแต่ละแห่งนั้นจะมีการปิดตัวลง บางแห่ง อย่างเช่นที่สิมิลันที่ท่านสมาชิก ได้มีความคุ้นเคยนั้นจะทราบดีอยู่แล้วว่าปีหนึ่งจะปิดด้วยฤดูมรสุม แต่บางอุทยานทางบกนั้น ก็จะมีการปิดตัวลง แต่ว่าการปิดตัวลงของแต่ละอุทยานนั้นท่านประธานไม่ต้องเป็นห่วง เรามีการพูดคุยกับคณะกรรมการนโยบายพื้นที่อนุรักษ์หรือว่าแพค พีเอซี (PAC) ย่อมาจาก ว่า โพรเทกเตด แอเรีย คอมมิตตี (Protected Area Committee) คือเป็นคณะกรรมการ พื้นที่อนุรักษ์ที่แต่ละอุทยานนั้น จะมีทั้งหน่วยราชการ มีทั้งพี่น้องประชาชนมาประชุมร่วมกัน ว่าจะปิดช่วงไหนดี แล้วก็จะปิดระยะเวลานานแค่ไหนดี แต่ว่าผมขอให้ปิดอย่างน้อย ๑ เดือน เพื่อ ๑. ให้ธรรมชาติได้พัก ๒. ให้อุทยานได้สามารถปรับปรุงด้วย ดังนั้นการทำเช่นนี้ ก็จะเป็นการรักษาความสมบูรณ์ทางธรรมชาติอนุรักษ์ธรรมชาติไว้ควบคู่กับการทำให้ อุตสาหกรรมท่องเที่ยวนั้นไม่หายไปเลย แน่นอนการปิดแต่ละครั้งพี่น้องประชาชน ก็จะเสียประโยชน์จากการที่รายได้ไม่มีบ้าง อะไรบ้าง แต่ว่าการที่เราค่อย ๆ ให้นักท่องเที่ยว เข้ามาในปริมาณที่จำกัดลงนั้น ในระยะยาวผมเชื่อว่าจะทำให้ไม่เกิดสถานการณ์เช่นเดียวกับ อ่าวมาหยาที่เราจะต้องปิดตัวลงไปถึง ๔ ปีด้วยกัน ดังนั้นแนวทางที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้กับทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ต้องเรียนท่านประธานครับว่าท่านนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง กับปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน ดังนั้น การอนุรักษ์แล้วก็การทำให้การท่องเที่ยว ปากท้องของพี่น้องประชาชนอยู่คู่กันได้นั้นถือว่าเป็นหนึ่งในภารกิจที่สำคัญที่สุดของ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กราบขอบพระคุณครับ