สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๒๐ มกราคม ๒๕๖๕

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกลครับ วันนี้ผมจะมาตั้งกระทู้ถามเกี่ยวกับ เรื่องมาตรการการสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวกับการอนุรักษ์ ธรรมชาติ ซึ่งจริง ๆ แล้วเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเป็นหลัก ซึ่งเขาเรียกว่ารายได้หลัก ๆ ของ ประเทศไทยเหมือนกันที่นำรายได้เข้ามาช่วงก่อนโควิด (COVID) ด้วย สาเหตุที่ผมมาตั้ง อย่างนี้ก็เนื่องจากแต่ก่อนหลายคนอาจจะทราบว่าผมเคยทำเบียร์มาก่อน แต่ก่อนหน้านั้น ผมเคยเป็นมัคคุเทศก์ และเคยเป็นมัคคุเทศก์พานักท่องเที่ยวไปดำน้ำและเที่ยวเกาะสิมิลัน ตาชัย เคยอยู่ที่ท่าเรือทับละมุมาก่อน ก็เลยได้มีโอกาสรู้จัก แล้วก็ได้คุ้นเคยกับอุตสาหกรรมนี้ ก่อนจะเข้าเรื่อง จริง ๆ ผมต้อง ฝากเป็นปากเป็นเสียงให้พี่น้องที่อยู่ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว พี่น้องไกด์ (Guide) ก็ให้กำลังใจ แล้วก็อยากให้รัฐบาลมีความชัดเจนในการดำเนินธุรกิจท่องเที่ยวมากขึ้น จะเทสต์ แอนด์ โก (Test and Go) ก็เทสต์ แอนด์ โก (Test and Go) แล้วก็เลิกดัดจริต ได้แล้วว่าประเทศไทยเราต้องไปกักนักท่องเที่ยวไว้ มันไม่มีทางเป็นไปได้ว่าโควิด (COVID) จะมาจากเมืองนอก มันไม่ได้มาจากนักท่องเที่ยวอย่างเดียวครับ สินค้าอื่นก็ด้วย อะไรก็ด้วย ซึ่งมันไม่มีทางที่เราจะไปป้องกันได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ควรจะมีมาตรการป้องกัน ในลำดับที่ ๒ อย่างการบังคับนักท่องเที่ยวใส่หน้ากาก หรือว่าเพิ่มจุดตรวจแล้วก็ฮอสพิเทล (Hospitel) และโรงแรม ผมมองว่าเป็นโอกาสที่นักท่องเที่ยวมา ถ้าเขาติดโควิด (COVID) เราก็จับ เข้าฮอสพิเทล (Hospitel) เลย จะ ๔ ดาว ๕ ดาว ก็เก็บสตางค์เขาไป อันนี้ก็มองให้เป็น โอกาสเพราะว่าการเปิด ๆ ปิด ๆ อย่างนี้ไม่มีใครทำธุรกิจได้ อันนี้ก็ฝากทางรัฐบาลไป ฝากทางท่านนายกรัฐมนตรีไป ที่ผมถามกระทู้ก็อาจจะเข้าใจว่า ท่านวราวุธก็อาจจะ ไม่เกี่ยวกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แต่ก็จริง ๆ ผมถามนายกรัฐมนตรี มันจะได้รวม ๆ ก็เข้าเรื่องครับ ต้นสายปลายเหตุของอันนี้ผมขอเกริ่นสักครู่ท่านประธาน เพราะว่าเคยเชิญ ทางนักธุรกิจที่เขาทำเกี่ยวกับธุรกิจเรือสปีด โบต (Speed boat) ท่องเที่ยวเกาะสิมิลัน เมื่อก่อนเขาก็ทำหมู่เกาะตาชัย หรือตามอุทยานต่าง ๆ มาในคณะกรรมาธิการการพัฒนา เศรษฐกิจ ซึ่งมีท่านประธานศิริกัญญา ตันสกุล เป็นประธาน แล้วก็ได้เรส (Raise) ปัญหามา อย่างหนึ่งว่า การจัดการการท่องเที่ยวตอนนี้แตกต่างไปจากอดีตตอนที่ผมเคยทำงานอยู่ ประมาณ ๗ ปีก่อนอย่างมาก ก็คือมีโควตาในการจำกัดเรือเข้าอุทยาน ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีว่า เรามีโควตาจำกัดคน เพราะผมเคยเป็นไกด์ (Guide) ตอนโกลเดน วีก (Golden week) ช่วงตรุษจีน ท่านประธานทราบไหมครับว่าเกาะสิมิลันเอาตรง ๆ เต็ม ๆ จนยืนกันไม่ได้ นักท่องเที่ยวต้องยืนกินข้าวอยู่ชายหาด ผมไม่รู้จะไปอยู่ไหน เกรงใจนักท่องเที่ยว ต้องไปปีนต้นไม้อยู่ มันไม่มีที่ยืนเลยครับท่านประธาน แต่ก็มาปรับจนโอเค (OK) ลดโควตา แต่ทีนี้มันก็มีปัญหาว่าพอมีระบบโควตาขึ้น ทางอุทยานก็จัดสรรแบบผมก็ไม่แน่ใจว่าอย่างไร ในรายละเอียด ก็เลยต้องมาถามว่าตอนนี้อย่างไรแล้ว เพราะผมเคยได้ยินมาว่ามีบริษัทนอมินี (Nominee) บางบริษัทเป็นบริษัทนอมินี (Nominee) ต่างประเทศ บริษัททัวร์จีนเอย บริษัททัวร์รัสเซียเอย ซึ่งเจ้าของเป็นคนต่างชาติ แล้วก็มาขอโควตาทุกบริษัทได้เท่ากัน คือ ๒ ลำ อย่างนี้คือกลายเป็นว่าบางบริษัทไม่มีเรือท่องเที่ยวเป็นของตัวเองเลย มาขอโควตา แล้วก็เอาโควตาไปขายต่อ สุดท้ายบริษัทนี้ก็ทำคุณภาพการท่องเที่ยวได้ไม่เท่ากัน บางบริษัท ทำได้ดี แต่ปีต่อมาก็ได้ ๒ ลำเท่าเดิมได้โควตาเท่าเดิม บางบริษัททำไม่ดีก็ได้เท่าเดิม อย่างนี้คือมันไม่มีอินเซนทีฟ (Incentive) ในการพัฒนา แล้วก็กลายเป็นว่าทำให้อุตสาหกรรม การท่องเที่ยวตรงนั้นยิ่งเลวร้ายลง เพราะเกิดการแข่งขันที่ไม่จำเป็นและคุณภาพนักท่องเที่ยว และราคาที่ต่ำเกินไป จนไม่สามารถจ้างบุคลากรอย่างไกด์ (Guide) ที่ดีที่อธิบายว่า นักท่องเที่ยวคุณไม่ควรจะสูบบุหรี่นะ ห้ามสูบบุหรี่นะ คุณโดนปรับนะ หรือว่าการเหยียบ ปะการังหรือการให้อาหารปลาขณะดำน้ำไม่ดี ซึ่งผมว่าท่านรัฐมนตรีก็น่าจะทราบ เพราะเห็น ท่านดำน้ำวันหลังชวนผมไปก็ได้ ผมก็แอดวานซ์ (Advance) เหมือนกัน

ผมก็จะถามคำถามแรก เนื่องจากการท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยวมันไม่ฟรี นึกออกไหมครับ การท่องเที่ยวเราคิดว่าโบสถ์ วัด วัง อะไรต่าง ๆ มันฟรีมาตลอด เพราะว่า เราไม่ได้ใช้เงินสร้างวัดพระแก้ว คนรุ่นนี้เราไม่ได้สร้าง หรือว่าเกาะสิมิลัน เราไม่ได้เสกเกาะ ขึ้นมาหรือว่าป่าต่าง ๆ เราไม่ได้ไปปลูกป่าขึ้นมาเพื่อให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว แต่ผมก็อยาก ฝากไว้ตรงนี้ว่าการท่องเที่ยวไม่ฟรี ดังนั้นจะถามว่าระบบโควตาที่จำกัดที่ผมเชื่อว่ารัฐบาลไทย ก็พยายามทำและรักษา ได้คำนวณจำนวนนักท่องเที่ยวพวกแคร์รีอิง คาพาซิที (Carrying Capacity) ในเขตอุทยานแห่งชาติต่าง ๆ มีเกณฑ์กำหนด หรือมีการวัดผลสัมฤทธิ์อย่างไรบ้าง เพื่อให้สอดคล้องกับการที่เป็นโอกาสทางธุรกิจและการเสียโอกาสทางธุรกิจ รวมถึงมาตรการ ป้องกันนอมินี (Nominee) ต่างชาติที่จะมาขอโควตา หรือใช้ประโยชน์จากช่องว่างเหล่านั้น ไหมครับ อันนี้เป็นคำถามแรกครับท่านประธาน