มานพ แจงปัญหา กยศ. ยึดทรัพย์เกินจริง ขอหยุดบังคับคดีชั่วคราว

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๑๙ มกราคม ๒๕๖๕

มานพ คีรีภูวดล หารือปัญหาหนี้กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ส่งผลกระทบต่อผู้กู้และผู้ค้ำประกัน โดยเฉพาะกรณีการบังคับคดีและยึดทรัพย์ที่มูลค่าทรัพย์สินถูกประเมินต่ำเกินจริง จนก่อให้เกิดภาระเพิ่มและความเหลื่อมล้ำ จึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับปรุงแนวทางการชำระหนี้ให้เป็นธรรม พร้อมเสนอให้งดการบังคับคดีชั่วคราวระหว่างการทบทวนแก้ไขกฎหมายเพื่อหาทางออกร่วมกัน

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ ผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งที่สภาแห่งนี้ได้หยิบประเด็นเรื่องของ พ.ร.บ. ว่าด้วยเรื่องของเงินกู้เพื่อการศึกษาหรือว่า กยศ. อันนี้เป็นประเด็นที่ผมอยาก จะร่วมอภิปรายให้กับสภาแห่งนี้ได้พิจารณา ท่านประธานครับถ้าผมจำไม่ผิดก่อนที่จะเป็น พ.ร.บ. มีมติ ครม. เมื่อปี ๒๕๓๘ และปี ๒๕๓๙ พูดถึงเรื่องของการมีทุนการศึกษาให้กู้ ดูแล โดยกระทรวงการคลัง ตัวเลขครั้งแรกผมจำได้คือ ๓,๐๐๐ ล้าน ที่ผมจำได้อย่างนี้ เพราะว่า ผมเป็นลูกค้าจะว่าเป็นสมาชิกผู้ที่ใช้กองทุนนี้รุ่นแรก ๆ เลย ปี ๒๕๓๙ ผมมีโอกาสได้ใช้ กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาปีละ ๓๐,๐๐๐ ๒ ปีสุดท้ายนะครับ กองทุนนี้ได้เกิดขึ้นตอนที่ ผมเรียนปี ๓ ปี ๔ แล้วนะครับ รวมทั้งหมด ๖๐,๐๐๐ บาทครับ ท่านประธานครับ ประเด็นที่ ผมอยากร่วมอภิปราย ผมอยากจะให้สภาแห่งนี้เห็นว่ามันมีข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ถ้าเราดูข้อมูล ตรงนี้ ในระเบียบเท่าที่ผมจำได้ก็คือว่า หลังจบการศึกษาจะปลอดหนี้ ๒ ปี แล้วก็ ใช้ระยะเวลาการใช้หนี้ ๑๕ ปี มีวิธีการจ่ายเป็นรายปีครับท่านประธาน ประเด็นสำคัญอยู่ ตรงนี้คือ การที่เราเรียนหนังสือ พ่อแม่เราไม่มีเงิน การที่เรากู้จริง ๆ แล้วเราอยากจะเห็น หนี้ไหม เราไม่อยากเป็นหนี้ แต่เนื่องจากว่าครอบครัวไม่มีสตางค์ คือรัฐบาลมีโครงการ อย่างนี้ก็เปิดโอกาสให้พวกเราได้มีโอกาสได้เรียนหนังสือ มีเงินส่วนหนึ่งที่จะมาสนับสนุนเรื่อง ของการซื้ออุปกรณ์หรือค่าเทอมอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ประเด็นก็คือว่า เราเรียนจบปุ๊บ ท่านประธานครับ เราไม่ได้งานทันทีครับ ระยะเวลา ๒ ปีบางที ก็ยังไม่มีงานทำครับ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นการที่จะคืนเงินทันทีตามระเบียบต่าง ๆ จึงส่งผลกระทบใน มาตรา ๔๔ ที่เกิดขึ้นที่ทุกท่านได้อภิปรายในวันนี้ ท่านประธานทราบไหมครับ ผมช่วงแรก ๆ ไม่มีสตางค์ส่งนะครับ เพราะว่าวิธีการผ่อนเป็นรายปี มันต้องเก็บเงินพอสมควร เรามี ปัญหามากเรื่องของกระบวนการเก็บเงิน แล้วเราไม่มีงานทำ จึงก่อให้เกิดปัญหาที่เราไม่ได้ส่ง นะครับ สุดท้ายผมต้องไปเจรจาในชั้นศาล แล้วค่อย ๆ ผ่อน แล้ววันนี้หมดแล้วครับ ประเด็น อย่างนี้ถ้าเราดูตัวเลขนักเรียนที่กู้เงิน ทั้งหมดอัตราการส่งคืนเยอะ แต่มีส่วนหนึ่งถือว่า เป็นจำนวนที่น้อยกว่าที่ไม่สามารถ หรือไม่มีศักยภาพในการส่งเงินคืน เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ มันสืบเนื่องมาอย่างนี้ครับ อย่างที่ผมอธิบายคนที่เรียนจบไม่สามารถที่จะได้งานทันที ผลที่ตามมาที่มันเป็นปัญหาทุกวันนี้ เป็นประเด็นเรื่องของการยึดทรัพย์ครับ การบังคับคดี ผมอยู่กรรมาธิการ ศาล อัยการ องค์กรอิสระ รัฐวิสาหกิจ เรื่องกองทุนการศึกษาได้มีคนร้อง เกี่ยวกับเรื่องการบังคับคดีการยึดทรัพย์ อันนี้คือปัญหาใหญ่เลยครับท่านประธาน คนจน คนไม่มีเงินก็ไปกู้มา เพื่อที่จะได้พัฒนาศักยภาพของตัวเอง เพื่อที่จะพัฒนาอาชีพของตัวเอง ก็เลยไปกู้ พอมีการค้ำปกติแล้วก็จะมีผู้ปกครอง พ่อแม่ ญาติพี่น้อง บางทีก็จะมีครูบาอาจารย์ ไปค้ำ แต่กระบวนการที่เป็นการบังคับใช้ บังคับให้ไม่มีศักยภาพในการใช้หนี้ปุ๊บ แต่ไม่ได้ดูว่า คนที่จบมาแล้วเขามีความพร้อมขนาดไหน หรือกระบวนการที่จบไปแล้วไม่มีงานทำมันจะ ไปสู่การแก้ปัญหาอย่างไร กระบวนการในการบังคับหรือว่ากระบวนการขอให้มีการใช้หนี้ เป็นการบังคับให้เกิดการยึดทรัพย์ ผมคิดว่าเป็นปัญหาที่เราเจอมา ซึ่งแต่ละจังหวัดตอนนี้ คดีเกี่ยวกับเรื่องของคนไม่ได้ใช้หนี้ กยศ. จังหวัดละเป็นพันนะครับ สำคัญที่สุดคือว่า เป็นทรัพย์สินสุดท้ายของครอบครัวละครับ เรื่องที่ดินนะครับ ผมสังเกตแล้ว ผมตั้งข้อสงสัยอย่างนี้ท่านประธานว่า กระบวนการบังคับคดีมันมีกระบวนการภายใน กองทุน กยศ. และมีองค์กรหรือว่ากลุ่มที่ทำหน้าที่ จะเป็นทนายความหรือกลุ่มทนายความ ไปทำหน้าที่ในการบังคับคดี ท่านประธานลองนึกภาพว่า คนที่ไม่มีเงินในการเรียน แต่อยากจะเรียนหนังสือ โดยรัฐบาลมีกองทุนให้ พอจบไปแล้ว หรือว่ายังไม่จบ หรือว่ามี ปัญหาในช่วงการเรียน ออกมาแล้วไม่มีงานทำในระยะเวลา ๒ ปีที่เขากำหนด สุดท้ายก็คือว่า จะต้องใช้ทรัพย์สินชิ้นสุดท้ายของครอบครัวมาแก้ปัญหาหรือว่ามาใช้หนี้ อันนี้คือปัญหา ซึ่งเราไม่อยากให้เกิด เพราะฉะนั้นมันต้องมีวิธีการ มันต้องมีรูปแบบที่ดีกว่านี้ มันต้องมี แนวทางที่ดีกว่านี้เพื่อแก้ปัญหา ซึ่งสมาชิกหลายท่านก็ได้อภิปรายไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ของอัตราดอกเบี้ยที่น้อยหรือระยะเวลาที่ขยายออกไป หรือมีวิธีการอื่นใดกรณีเด็กนักเรียนที่ เรียนดีครับ ท่านประธานครับ

ทีนี้ท่านประธานครับ ประเด็นสุดท้ายที่ผมอยากจะพูดกับท่านประธาน แล้วก็เพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ ตอนนี้มันมีการบังคับคดีแล้วยึดทรัพย์ค่อนข้างที่จะเยอะ ซึ่งเป็นกระบวนการผมยืนยันว่า เป็นกระบวนการหนึ่งในการที่จะบังคับคดี ที่ดินขายกัน จริง ๆ บางทีราคาเป็นล้านเป็นหลายแสนก็มี แต่ว่าการไปประเมินทำให้มูลของทรัพย์สินของ ผู้ค้ำกรณี กยศ. มันต่ำลงไป เพราะฉะนั้นก็คือว่ายิ่งจะบีบให้คนที่กู้แล้วก็ไม่มีงานทำ มีปัญหา ความเหลื่อมล้ำที่ซ้อนเข้าไปอีก เพราะฉะนั้นช่วงที่สภาพิจารณาดังนี้ ผมอยากจะขอให้ฝ่ายที่ มีอำนาจ ให้งดการบังคับคดีที่จะยึดทรัพย์ไปก่อนครับ เพราะอย่างไรก็ตามแต่ในเนื้อหาของ พ.ร.บ. ที่จะปรับแก้พูดถึงเรื่องนี้ ในเนื้อหาที่จะปรับแก้ก็จะนำไปสู่การหาทางออกที่เป็น ประเด็นปัญหา เพราะฉะนั้นในช่วงที่พวกเราปรับแก้กฎหมายให้เป็นไปตามเจตนาหรือว่า ข้อเท็จจริงในสังคม อยากจะให้ฝ่ายที่มีอำนาจหรือว่าที่เกี่ยวข้องงดการบังคับใช้คดีก่อนครับ ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ