ชินวรณ์ แจงร่างกฎหมายกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา ย้ำลดเหลื่อมล้ำ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๑๙ มกราคม ๒๕๖๕

ชินวรณ์ บุณยเกียรติ หารือร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา โดยชี้แจงที่มาและความจำเป็นในการปรับปรุงกฎหมายเพื่อส่งเสริมโอกาสทางการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำ และสนับสนุนนักเรียนยากจนอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขทั้งการลดหนี้ ปรับโครงสร้างการบริหารจัดการ ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อลดขั้นตอน และส่งเสริมความร่วมมือกับภาคเอกชน เพื่อให้กองทุนดำเนินงานอย่างยั่งยืนและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัด นครศรีธรรมราช กระผมและคณะได้เสนอร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืม เพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งประกอบด้วยท่านบัญญัติ บรรทัดฐาน ท่านองอาจ คล้ามไพบูลย์ ท่านประกอบ รัตนพันธ์ ท่านบัญญัติ เจตนจันทร์ เป็นต้น กระผมขออนุญาต กราบเรียนว่า พระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เพื่อที่จะให้ผู้ที่ติดตาม และสนใจในการอภิปรายของสภาได้เข้าใจ ผมขออนุญาตท่านประธานได้นำสไลด์ (Slide)

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

ที่เป็นข้อมูลที่ได้รับ จากสำนักงานกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาส่วนหนึ่ง มาเพื่อที่จะได้เรียนให้ที่ประชุมนี้ ได้เข้าใจว่า จากอดีตเมื่อปี ๒๕๓๘ มาถึงในวันนี้ ๒๖ ปี สภาพปัจจุบันของกองทุนกู้ยืม เพื่อการศึกษาเป็นอย่างไร และทำไมเราจะต้องมาแก้ไขพระราชบัญญัติเงินกองทุนให้กู้ยืม เพื่อการศึกษาในปีนี้ ผมขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้ว่า เงินกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษานั้น ได้เริ่มต้นจัดตั้งโดย ท่านชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี โดยมีการจัดตั้งเมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม ปี ๒๕๓๘ ในขณะนั้นก็ได้มีการจัดสรรงบประมาณให้กับกองทุนเงินกู้ยืมครั้งแรก ๔,๐๐๐ ล้านบาท และต่อมาเมื่อปี ๒๕๓๙ ก็ได้มีการดำเนินการในการจัดตั้งกองทุนเพื่อให้ กองทุนดังกล่าวนี้เป็นกองทุนหมุนเวียนตามพระราชบัญญัติเงินคงคลัง และผมอยากจะ กราบเรียนว่า ในปี ๒๕๔๑ ในขณะนั้นรัฐบาลก็ได้เสนอพระราชบัญญัติเงินกองทุนกู้ยืม เพื่อการศึกษาเป็นฉบับแรกครับ และผมก็เป็นคนหนึ่งที่เป็นคณะกรรมาธิการ ร่างพระราชบัญญัติเงินกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา วันนี้ ๒๖ ปี ท่านประธานครับ ผมได้ มีโอกาสกลับมายืนพูดในเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่ง ผมอยากจะทบทวนนิดเดียวว่าเงินกองทุนกู้ยืม เพื่อการศึกษานั้น เป็นเรื่องที่ต้องการที่จะสร้างอนาคตให้กับนักเรียนและนักศึกษา ต้องการ ที่จะลดความเหลื่อมล้ำและต้องการที่จะสร้างศักยภาพในการแข่งขันให้กับประเทศของเรา ท่านประธานครับ ท่านดูสิครับว่าจากในอดีต ๔,๐๐๐ ล้านบาทที่ผมพูดถึง วันนี้ภาพรวม เป็นอย่างไรครับ

ผมอยากจะนำพี่น้องประชาชนที่สนใจในเรื่องการศึกษา และสนใจในอนาคต ของลูกหลานให้ได้เห็นตัวเลขในสไลด์ (Slide) ต่อไปครับว่า จาก ๔,๐๐๐ ล้านบาท ในวันนี้ โดยภาพรวมเรามีเงินกองทุนหมุนเวียนทั้งหมด ๖,๑๔๖,๔๔๔ ล้านบาท มีนักเรียนได้รับ การกู้ยืมไปแล้ว ๖๗๕,๓๑๗ ราย ท่านประธานครับ นั่นคือการให้เห็นถึงภาพรวมว่า เงินกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่เพื่อนได้อภิปรายในวันนี้ก่อนหน้าผมว่า ใครเป็นคนคิด ผมอยากจะกราบเรียนครับ ชื่อ นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์ เป็นคนคิดครับ และผมเป็นคนหนึ่งที่มีส่วนร่วมในการตั้งคณะกรรมาธิการ เพื่อพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นมาครับท่านประธานครับ

ผมอยากจะให้เห็นสไลด์ (Slide) ต่อไปเพื่อที่จะนำเรียนกับท่านประธาน ตามลำดับสั้น ๆ ว่า ในจำนวนที่เราให้นักเรียนกู้ยืมนั้นแน่นอนครับในช่วงยุคปัจจุบันนี้ ดูเสมือนหนึ่งว่ามีปัญหาเพราะนักเรียนผู้กู้ยืมนั้นมีหนี้สินทั้งหมด ๕,๐๘๗,๖๒๙ ราย ท่านประธานครับ คนที่เป็นหนี้สินก็คือคนที่มีโอกาสครับ พอมีโอกาสท่านประธานดูสิครับว่า นักเรียนในระดับปริญญาตรีในขณะนี้ถึง ๕๖ เปอร์เซ็นต์ ที่ได้รับเงินกองทุนกู้ยืม ลูกคนยากคนจนทั้งนั้นได้รับเงินกองทุนกู้ยืม นักเรียนที่ต่ำกว่าปริญญาตรี นักเรียนที่เรียน ในระดับอาชีวศึกษา และนักเรียนที่อยู่ระหว่างการชำระหนี้ ซึ่งทั้งหมดนี้เราก็พอมองเห็น ภาพอย่างชัดเจนว่า เงินกองทุนกู้ยืมที่ประเทศไทยของเราตั้งขึ้นมา ๒๖ ปีนั้น ในวันนี้ ผมอยากจะเรียนท่านประธานและพูดอย่างภาคภูมิใจว่า ปีที่รัฐบาลได้จัดสรรเงินเข้ากองทุน มากที่สุดคือปี ๒๕๕๔ คือระยะเวลา ๑๖ ปีต่อมาครับ ในปีนั้นผมเป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ เพราะในปีนั้นรัฐบาลโดยการนำของ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้มีหลัก สำคัญก็คือว่า เราจะปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ ๒ และพรรคประชาธิปัตย์ก็ได้ดำเนินการในการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมให้กับเงินกองทุน กู้ยืมเพิ่มขึ้นเป็นประวัติศาสตร์ของเงินกองทุนกู้ยืมครับ และผมอยากเรียนกับท่านประธานว่า ในขณะเดียวกัน เรารัฐบาลในขณะนั้นก็ได้ขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ คือนโยบายเรียนฟรี ๑๕ ปี ซึ่งมีผลมาถึงทุกวันนี้ ๒ นโยบายนี้เป็นเรื่องสำคัญที่สุดที่ลด ความเหลื่อมล้ำทางด้านการศึกษาให้กับลูกหลานของพี่น้องประชาชน วันนี้เงินกองทุนกู้ยืม มีจำนวนเงิน ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ถ้านับย้อนหลังไปในปี ๒๕๕๔ ที่เริ่มต้นในการให้เด็กได้เรียนฟรี ๑๕ ปี ท่านประธานลองนับดูสิครับว่า ปี ๒๕๑๘ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้ลูกหลานของเราได้รับเงินก้อนนี้ไปดูแล ในเรื่องเครื่องแบบนักเรียน ที่เปิดเทอมขึ้นมาจะได้ชุดเรียนใหม่ ๆ ได้ดูแลเรื่องหนังสือเรียน ได้ดูแลเรื่องอุปกรณ์การเรียน ได้ดูแลเรื่องกิจกรรมที่ส่งเสริม และที่สำคัญที่สุดก็คือว่านักเรียนในระดับมัธยมศึกษาไม่ต้อง เสียค่าเล่าเรียนอีกต่อไป คือเรียนฟรีครบ ๑๕ ปี

ที่ผมชี้มาให้เห็นตรงนี้ ท่านประธานลองดูสไลด์ (Slide) ต่อไปอีกนิดหนึ่งว่า เป็นเรื่องที่เราต้องการจะชี้ให้เห็นว่า สถิติของนักเรียนแต่ละคนที่ได้ดำเนินการในการที่จะ เข้าไปได้รับเงินกู้ยืมนั้น เป็นเรื่องที่ผมอยากจะกราบเรียนว่า มีผู้ได้พูดถึงว่าจะมีปัญหา ในเรื่องของผู้ค้ำประกัน ผมยอมรับว่าในกฎหมายฉบับที่ผ่านมานั้นต้องการเร่งรัดเรื่องการ ชำระหนี้เพื่อสร้างความมีวินัย ผมจำได้ว่าท่านประธานรัฐสภาไปเปิดในช่วงปีที่แล้วครับ ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่เป็นหน้าประวัติศาสตร์ ผมได้รับเลือกจากสภาแห่งนี้ครับ ให้เป็นประธาน คณะกรรมาธิการในการแก้ไขปัญหาเรื่องการผิดนัดชำระหนี้เงินกองทุนกู้ยืม ในวันนั้น ท่านผู้อำนวยการกองทุนเงินกู้ยืมคงจำได้ครับ เราได้เชิญท่านประธานรัฐสภา ท่านชวน หลีกภัย ไปทำพิธีเปิด แล้วเมื่อเสร็จเรียบร้อยก็ได้รายงานต่อสภา เมื่อปลายปีที่แล้วนี้ ท่านประธานครับ ในวันนั้นก็ได้มีการบันทึกที่สำคัญที่เป็นคำพูดประวัติศาสตร์ของท่านชวน หลีกภัย ในฐานะที่เป็นผู้ตั้งกองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาว่า เงินกองทุนกู้ยืมนี้ให้นักเรียน กู้ยืมจริง แต่นักเรียนก็จะต้องคืน นักศึกษาที่เรียนจบแล้วจะต้องคืน เพื่อสร้างความมีวินัย และสร้างความรับผิดชอบให้กับรุ่นน้องของเราต่อไป ผมคิดว่านอกจากเงินกองทุนกู้ยืมจะ สร้างโอกาสแล้ว เงินกองทุนกู้ยืมยังสร้างให้คนมีภาระในความรับผิดชอบต่อส่วนรวม มีภาระต่อพลเมืองของเราที่จะเกิดขึ้นมาต่อไป ผู้ค้ำประกันมีภาระ แต่ถ้ามาดูมีมารดา ๕๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ บิดา ๓๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ มีญาติ ๑๔ เปอร์เซ็นต์ มีคนอื่น ๆ แค่ ๑ เปอร์เซ็นต์ แต่เราก็ยังเห็นว่ามีปัญหา เราควรที่จะต้องหาวิธีการในการที่จะต้องเข้ามาดูแล เดี๋ยวผมจะพูดถึงสาระสำคัญของกฎหมายที่พวกผมเสนอว่าควรทำอย่างไร

ไปดูปี ๒๕๖๕ สไลด์ (Slide) สุดท้ายเลยครับจะได้เร็ว อันนี้ผมต้องขอชื่นชม ท่านผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา ที่ได้รับเอาประเด็นที่พวกผม พวกผมในที่นี้หมายถึงว่า ส.ส. ทุกพรรคที่เราร่วมกันเป็นคณะกรรมาธิการ และท่าน ผู้อำนวยการกองทุนก็เข้าไปร่วมเป็นคณะกรรมาธิการด้วย เราได้ทำการศึกษา เราได้รับฟัง ความคิดเห็นของนักเรียน นักศึกษาที่เป็นผู้กู้ยืม เราได้ออกไปในพื้นที่จริงเพื่อต้องการที่จะมา ช่วยเหลือนักเรียนต่าง ๆ เราก็ได้ประเด็นในเรื่องแนวทางในการบริหารที่จะแก้ไขปัญหาเรื่อง การให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาที่คณะกรรมาธิการวิสามัญสภาผู้แทนราษฎรในชุดที่ผม เป็นประธาน ได้ศึกษาออกเป็น ๔ แนวทาง

๑. คือแนวทางในการบริหารจัดการชำระหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ในกรณีเร่งด่วน ในขณะที่เราศึกษานั้นปี ๒๕๖๓ มีเสียงเรียกร้องมากเลยครับ บางคน เรียกร้องจนถึงขั้นว่า ยกเลิกไปเลยไม่ต้องคืนแล้ว แต่พอประธานรัฐสภาไปเปิดในวันนั้น ก็ทำให้เกิดความเข้าใจตรงกัน และพอเราไปรับฟังความคิดเห็นจากผู้กู้จริง ๆ ก็ยอมรับว่า เขาพร้อมที่จะคืนเงินด้วยจิตสำนึกว่า จะให้เงินกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษานี้เจริญเติบโตต่อไป เพื่อนำไปส่งต่อให้กับรุ่นน้องต่อไปในอนาคต และพวกผมในฐานะที่เป็นนักกฎหมายก็เกิด ความคิดขึ้นมาทันทีว่า นอกจากเราจะต้องศึกษาแนวทางอย่างเร่งด่วนแล้ว เราก็ศึกษา แนวทางการบริหารจัดการชำระหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาจากผลกระทบ การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Coronavirus 2019) เดี๋ยวจะสรุปสไลด์ (Slide) ที่ทางกองทุนได้สรุปขึ้นมา

ประการที่ ๒ เราได้ศึกษาแนวทางการบริหารจัดการกองทุนเงินให้กู้ยืม เพื่อการศึกษาในอนาคต อันนี้เป็นที่มาที่สำคัญที่สุดว่าเราจำเป็นที่จะต้องมีการทบทวน ปรับปรุงหลักเกณฑ์ ตลอดถึงข้อเสนอแนะให้สำนักงานกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษานำไป ปรับปรุงในช่วง ๒ ปีที่ผ่านมา และวันนี้ท่านก็ได้รับประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ไปปรับปรุง และ

แนวทางสุดท้าย ก็คือแนวทางและข้อเสนอแนะเพื่อแก้ไขปรับปรุงโครงสร้าง ในการบริหารจัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาตามพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืม เพื่อการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๐ ตอนนี้เรากำลังจะแก้พระราชบัญญัติเงินกองทุนกู้ยืมเพื่อ ปี ๒๕๖๕

ท่านประธานครับ ลองดูสไลด์ (Slide) แผ่นสุดท้ายสิครับว่า ทางสำนักงาน กองทุนได้ให้อนาคตในปี ๒๕๖๕ อย่างไรบ้าง ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่า สิ่งที่เป็นข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการ และเป็นสิ่งที่ทางสำนักงานเงินกองทุนกู้ยืม เพื่อการศึกษาได้ดำเนินการก็คือว่า การที่เราจะต้องมาดูแลลดดอกเบี้ยเงินกู้ยืมให้เหลือ ๐.๐๑ ลดเงินต้น ๕ เปอร์เซ็นต์ สำหรับนักเรียนที่มีการรับผิดชอบในการที่ส่งคืนเงิน เป็นอย่างดี แล้วก็ลดเบี้ยปรับ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ กรณีชำระหนี้ปิดบัญชี ลดเบี้ยปรับ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ สำหรับนักเรียนหรือผู้กู้ที่ถูกดำเนินคดีและยอมรับสภาพในการที่จะคืนเงิน และที่สำคัญที่สุดลดอัตราการคิดดอกเบี้ยปรับที่เกิดขึ้น ๐.๕ เปอร์เซ็นต์ และแน่นอนที่สุด ตั้งแต่ปี ๒๕๖๔ เงินกองทุนกู้ยืมในขณะนี้ปล่อยกู้ได้ปีละ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ปีละ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการ ผมย้ำอยู่ตลอดเวลาว่าปี ๒๕๖๔ ต่อปี ๒๕๖๕ ที่เราเกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจ เงินกองทุนกู้ยืมสามารถดูแลลูกคนยากคนจน ได้ครบทุกคนหรือไม่ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาได้ยืนยันว่า ให้ครบได้หมดทุกคนไม่มีโควตา เมื่อก่อนมีโควตา เพราะเงินน้อยกว่าคนที่ต้องการครับ แต่ตั้งแต่ปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ เราสามารถได้เงินจากการหมุนเวียนคืนกลับของนักเรียนที่กู้ กลับมาปีหนึ่งไม่ต่ำกว่า ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท จึงมีมากพอตรงนี้เป็นประเด็นสำคัญครับ จึงมี มากพอที่ให้นักเรียนได้กู้ นี่คือคุณูปการที่ผมคนหนึ่งละครับภาคภูมิใจในฐานะผมเป็นคนทำ กฎหมาย และวันนี้ผมก็เป็นผู้เสนอกฎหมายอีกครั้งหนึ่งที่อยากจะกราบเรียนกับท่าน ประธานว่า ผมมีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ท่านประธานครับ แล้ววันนี้เราจะเสนอ กฎหมายฉบับใหม่นี้อย่างไร ผมไม่อยากจะลงรายละเอียดเป็นรายมาตรา เพราะจะใช้ เวลายาว แต่ผมจะสรุปดังนี้ครับว่า เมื่อเงินกองทุนกู้ยืมที่สร้างมา ๒๖ ปี และวันนี้เราก็ได้มีการ ปรับปรุง การบริหารจัดการที่ดีภายใต้คณะกรรมการกองทุนเงินกู้ยืม และภายใต้สภา ของเราก็ได้ให้ความสนใจในการที่ติดตามเรื่องนี้ ผมคนหนึ่งละครับ และอยากเป็นประธาน คณะกรรมาธิการวิสามัญในการศึกษาอย่างนี้ ผมต้องรับภาระไม่ได้หยุดหย่อนเลย เพราะต้อง เป็นผู้ประสานงานมายังสำนักงานกองทุน ไม่รู้เป็นภาระท่านหรือเปล่า ครูไปค้ำประกัน แล้วก็โดนเบี้ยว ไม่มีเงินจ่าย ครูก็ฐานะยากจน ทางกองทุนสามารถแก้ไขปัญหาไปแล้ว นักเรียนฐานะยากจนมาก พอเงินที่ส่งผ่านไปทางธนาคารไม่ตรงตามเวลา มีความเดือดร้อน ก็มาหาผู้แทนแบบผม ผมจึงกราบเรียนกับท่านประธานว่า ผมจึงพูดอย่างภาคภูมิใจเป็น อย่างยิ่งว่า การแก้กฎหมายในวันนี้จะเป็นเรื่องสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ที่จะทำให้ เงินกองทุนกู้ยืมนั้น เป็นไปในทิศทางที่มีความมั่นคงมากขึ้น และเป็นไปในทิศทางที่ส่งมอบ สิ่งที่สำคัญอย่างน้อย ๔ ประการ ท่านประธานครับ ผมอยากฝากท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ท่านอาจจะมีเงินกองทุนเสมอภาค แต่คนละวัตถุประสงค์ ท่านอาจจะมี กองทุนอื่นที่เกิดขึ้น แต่คนละวัตถุประสงค์วัตถุประสงค์ของกองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษานั้น จะต้องมีวัตถุประสงค์ที่จะต้องให้นักเรียนคืนเงินมาหมุนเวียนเพื่อให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา แต่ท่านประธานครับ เราจะทำอย่างไรไม่ให้เด็กถูกฟ้อง เราจะทำอย่างไรครับส่งเสริมให้เด็กที่ เรียนดีได้เป็นแรงจูงใจจากเงินกองทุนก้อนนี้ เราจะทำอย่างไรเพื่อที่จะลดขั้นตอนในการกู้ยืม เงินในการชำระหนี้ ผมจึงอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ผมเสนอเรื่องนี้ผ่านไปยังทาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และทางท่านผู้อำนวยการและคณะกรรมการกองทุนเงิน กู้ยืม ๔ เรื่องด้วยกันครับ

เรื่องแรก เงินกองทุนกู้ยืมที่เรามีเกือบแสนล้านบาท และเรามีเงินคืน ปีหนึ่งไม่ต่ำกว่า ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านจะต้องทำงานให้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้สมกับเป็น ภาษีของพี่น้องประชาชน การดำเนินการฟ้องร้อง ค่าใช้จ่ายที่ไม่ควรจะจ่าย ท่านควรหา วิธีการที่จะต้องตัดลดลงไป และเพิ่มประสิทธิภาพของการใช้เม็ดเงินต่อเม็ดให้เกิดขึ้นกับ นักเรียนอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นข้อแรกผมอยากจะให้ท่านสร้างโอกาสให้กับนักเรียน นักศึกษาที่ขาดแคลนอย่างแท้จริงครับ ทำไมผมย้ำเรื่องนี้ครับ เพราะในประวัติศาสตร์ของ เงินทุนกู้ยืม บางช่วงบางรัฐบาลไม่ได้เพิ่มเงินให้นะครับ ผมไม่อยากพูดถึงครับ บางช่วง เปลี่ยนหลักการไปเป็น กรอ. ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สอดคล้องกับการที่เราจะไปลดความเหลื่อมล้ำ ไม่สอดคล้องกับการที่จะไปช่วยเหลือเด็กนักเรียนที่ขาดแคลน อันนี้เรื่องแรกและเป็นหัวใจ สำคัญซึ่งผมจะไปนั่งเป็นกรรมาธิการ แล้วก็ดูในฐานะที่เรียกว่า เป็นคนทำกฎหมายมา ๓๓ ปี ในสภาแห่งนี้สำหรับกฎหมายฉบับนี้ต่อไป

ข้อ ๒ หลักสำคัญก็คืออยู่ในหลายมาตราแล้ว แต่ว่าหลักสำคัญที่ผมอยากฝาก คือต้องลดภาระให้กับนักเรียน นักศึกษาที่เป็นผู้กู้ยืมครับ อย่าคิดว่านักเรียน นักศึกษาว่า เป็นจำเลย หรือเป็นผู้ต้องการจะเบี้ยวหนี้ ผมคิดว่าเราต้องส่งหน่วยติดตามไปในการ ช่วยเหลือว่าเขาประสบปัญหาในครอบครัวอย่างไรบ้าง อีกประการหนึ่งผมฝาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังครับ เพราะเป็นแนวคิดของผมตั้งแต่ผมเริ่ม ร่างพระราชบัญญัติกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา ผมไปดูที่ประเทศออสเตรเลีย ไปดูมาหลาย ประเทศ เขาต้องให้ภาคส่วนต่าง ๆ เข้ามามีส่วนร่วมให้นักเรียนนักศึกษาที่ได้รับทุนมีโอกาส ในการทำงาน และมีความสามารถในการคืนเงิน ภาคเอกชนถ้านักเรียนที่ได้รับเงินกองทุน กู้ยืม จบการศึกษาออกไปต้องรับมาเป็นอันดับหนึ่ง เพราะเขาจะต้องมีภาระในการที่จะส่งต่อ โอกาส ให้กับรุ่นน้องผ่านเงินที่เขาคืนเงินกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาครับ

ประการที่ ๓ เพิ่มการช่วยเหลือโดยเฉพาะนักเรียน นักศึกษาที่เรียนดียากจน ได้ไหมครับ เรียนดียากจน ได้เกียรตินิยมหรือมีผลงานเชิงประจักษ์ ยกเลิกหนี้สิน ให้เขาได้ไหม เด็ก ๕ ล้านกว่าคนทำได้ไหมผมไม่ขอมากหรอกครับ ปีหนึ่งสัก ๑๐๐ คนได้ไหม จะได้เป็นแรงจูงใจให้กับลูกหลานของเราที่เป็นนักเรียนที่ดี เขาไม่ต้องจ่ายหนี้คืน เพราะเงินนี้ก็เป็นเงินของรัฐบาล เป็นภาษีของพี่น้องประชาชนก็ควรที่จะมาต่อยอด และผมไปดูแล้วในมาตราก็เขียนไว้แล้วว่า ให้อำนาจคณะกรรมการกองทุนสามารถที่จะ เปลี่ยนหนี้มาเป็นทุนหรือสามารถระงับหนี้ได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นผมคิดว่าอยากจะให้ คณะกรรมการต่อยอดเลยว่า นอกจากสาขาที่ขาดแคลนแล้ว นักเรียนที่เรียนดี มีความ ประพฤติดี มีความเป็นเลิศ เราจะต้องใช้เงินกองทุนนี้มาส่งเสริมให้เขาสามารถที่จะสร้าง แรงจูงใจให้กับรุ่นน้องต่อไป และวันนี้ในเขตพื้นที่ของผมที่ผมไปพบปะพี่น้องประชาชน ผมสร้างความภาคภูมิใจให้กับนักเรียนที่ได้เงินกองทุนกู้ยืมครับ เพราะ ๒-๓ ปีที่ผ่านมานี่ เขาละอาย เขาถูกฟ้อง เขากดดัน แต่วันนี้เปลี่ยนกลับแล้วครับ เขาบอกไม่ต้องกลัวครับ ฟ้องก็ไปเจรจา กยศ. ไม่ใช่เป็นโจทก์ นักเรียนไม่ใช่เป็นจำเลยอีกต่อไปแล้ว เราเปลี่ยนมาเป็น ความร่วมมือในการที่จะให้กำลังใจกับนักเรียน ท่านชดเชยเงินต่าง ๆ ไปตั้งเยอะแยะแล้วครับ ทำไมท่านจะชดเชยให้กับนักเรียนที่มีความประพฤติดี เรียนดี และตรงกับสาขาขาดแคลน ไม่ได้

ประการสุดท้ายครับท่านประธานที่ผมฝากไว้ ก็คือความจริงอยู่ใน กฎหมายที่ผมเสนอร่างซึ่งสอดคล้องกับร่างของคณะรัฐมนตรี ซึ่งเข้าใจว่าในส่วนนี้ทาง สำนักงานกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษานี้ ก็คงจะรับข้อคิดเห็นจากทางคณะกรรมาธิการที่ รายงานในสภานี้ไปแล้ว และผมก็ดีใจว่ากฎหมายฉบับนี้คงเป็นกฎหมายฉบับแรกกระมังครับ ที่ผู้ร่างคือฝ่ายคณะรัฐมนตรี รับฟังความคิดเห็นจากฝ่ายสภา และเมื่อเข้ามาสู่สภาก็เข้าใจว่า ฝ่ายสภาก็จะให้ความร่วมมือกับคณะรัฐมนตรีเป็นอย่างดียิ่งในกฎหมายฉบับนี้ เพราะฉะนั้น ข้อที่ ๔ คือท่านต้องลดขั้นตอนการกู้ยืมเงิน และการชำระหนี้ โลกนี้เป็นโลกยุคดิจิทัล (Digital) ระบบการเงินเป็นระบบที่ทันสมัยแล้วครับ เพราะฉะนั้นระบบการกู้ยืม ลดขั้นตอน ที่เป็นเอกสารที่เป็นความยุ่งยากออกไปได้ไหมครับ ถ้าเขาเพียงได้รับการยืนยันจาก คณะกรรมการของสถานศึกษาว่าเป็นนักเรียนที่เข้าหลักเกณฑ์ ท่านก็ทำเป็นสมาร์ตโฟน (Smart phone) หรือท่านจะทำเป็นอย่างไร ท่านอาจจะก้าวหน้ากว่าที่ผมคิด แต่ผมคิดว่า ลดขั้นตอนในการกู้ยืมเงิน โดยเฉพาะนักเรียนที่ยากจนคงไม่มีโควตาตั้งแต่ปีนี้ต่อไป ถ้าเกิดปีไหนท่านทำไปทำมาต้องกลับมามีโควตาอีก ผมก็จะเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังรับผิดชอบครับ ท่านต้องจ่ายเงินกลับมาชดเชยนะครับ ให้เพิ่มเป็น ล้านล้านบาทให้ได้ และจะเป็นกองทุนที่คนไทยทุกคนภาคภูมิใจว่า เป็นกองทุนที่ส่งต่อ ให้กับการพัฒนาทุนมนุษย์ที่เขาเรียกว่า ฮิวแมน แคปพิทัล (Human capital) เราไม่ได้ มองว่ามนุษย์เป็นทรัพยากรของชาติแล้ว แต่ว่ามนุษย์จะเป็นทุนมนุษย์ที่จะนำมาใช้ในการ พัฒนาประเทศ ๑ ล้านล้านบาทในอนาคตถ้าเกิดขึ้น ผมคิดว่าไม่มากเลยสำหรับการลงทุน มนุษย์ของประเทศไทยของเรา และผมเชื่อมั่นว่าหลังจากเราผ่านวิกฤติโรคระบาดโควิด (COVID) หลังจากเราผ่านวิกฤติเศรษฐกิจ และวันนี้ผมก็เรียกร้องว่าเรามาช่วยกันให้ผ่าน วิกฤติทางการเมืองครับ ผมเชื่อมั่นเหลือเกินว่าความก้าวหน้าทางการศึกษา โดยปัจจัย ที่สำคัญอันหนึ่งก็คือ เงินกองทุนกู้ยืมนี้จะไปลดความเหลื่อมล้ำให้เกิดขึ้น จะไปสร้างศักยภาพ ในการแข่งขันให้กับประเทศให้เกิดขึ้น ผมขอกราบเรียนกับท่านประธานเพื่อที่จะฝากไปยัง คณะกรรมาธิการ เพื่อเราจะได้ร่วมกันทำกฎหมายฉบับนี้ให้ทันสมัยและนำไปสู่ การสร้างเงินกองทุนกู้ยืมให้สอดรับกับการที่เราจะจัดการศึกษาในโลกยุคอนาคตต่อไป ขอบพระคุณครับ