ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม นำเสนอร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาฉบับปรับปรุง โดยชี้แจงความจำเป็นในการแก้ไขหลายมาตราให้สอดคล้องกับบริบทการเรียนรู้ปัจจุบัน รองรับนิยามใหม่ของนักเรียนและสถานศึกษา พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการศึกษาในฐานะรากฐานของประเทศ เสนอให้ปรับปรุงระบบกองทุนให้เข้าถึงง่าย เหมาะสม และยั่งยืนมากขึ้น ลดความเหลื่อมล้ำระหว่างเมืองกับชนบท สนับสนุนทุนการศึกษาและเทคโนโลยีการเรียนรู้อย่างเท่าเทียม รวมถึงเสนอมาตรการบรรเทาภาระหนี้นักเรียนยากจนโดยยกเลิกการค้ำประกัน ลดดอกเบี้ยและเบี้ยปรับ เพื่อส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ผมได้รับ มอบหมายจากคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และสมาชิกพรรคเพื่อไทย ทุกท่าน ให้เป็นผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตที่จะอ่านหลักการและเหตุผลก่อนที่จะ นำไปสู่ในรายละเอียดที่จะนำเรียนต่อสภาแห่งนี้ว่า พรรคเพื่อไทยคิดอย่างไรนะครับ
หลักการ ก็ใกล้เคียงกับของรัฐบาล นั่นก็คือ
ข้อ ๑ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๐ นิยามคำว่า นักเรียนหรือนักศึกษา และสถานศึกษา ในมาตรา ๔ แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๑๑ (๓) ยกเลิกมาตรา ๖ วรรคสาม และให้เพิ่มมาตรา ๖/๑
ข้อ ๒ แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับคณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืม เพื่อการศึกษาและคณะอนุกรรมการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๔ (๓) มาตรา ๑๙ มาตรา ๒๖ ยกเลิกมาตรา ๒๒ มาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ และมาตรา ๒๕
ข้อ ๓ แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับการให้กู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา แก้ไข เพิ่มเติมมาตรา ๓๗ มาตรา ๓๘ มาตรา ๔๐ มาตรา ๔๒ และมาตรา ๔๓ วรรคหนึ่ง ยกเลิกวรรคสองของมาตรา ๔๑ และเพิ่มมาตรา ๓๘/๑ และมาตรา ๔๓/๑
ข้อ ๔ แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับการชำระเงินคืนกองทุนให้กู้ยืม เพื่อการศึกษา และแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๔๔ มาตรา ๔๙ และมาตรา ๕๓ วรรคหนึ่ง แก้ไข (๑) ของมาตรา ๔๕ และเพิ่มมาตรา ๔๔/๑ มาตรา ๔๘ วรรคสาม และมาตรา ๕๓ วรรคหก
เหตุผล โดยที่การกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาเป็นมาตรการหนึ่งที่จะช่วยลด ความเหลื่อมล้ำในการศึกษา อันเป็นรากฐานสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ และสังคมโดยภาพรวม แต่บทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันยังไม่อำนวยให้การกู้ยืมการศึกษาบรรลุถึงวัตถุประสงค์ดังกล่าวได้ ภายใต้บริบทการศึกษาเรียนรู้ที่เปลี่ยนแปลงไป การกู้ยืมเงินที่ต้องมีผู้ค้ำประกันและคิด อัตราดอกเบี้ยที่สูงเกินไป เป็นการเพิ่มภาระให้แก่ผู้กู้ยืม ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของ การให้กู้ยืม สมควรแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติดังกล่าว เพื่อขยายโอกาสในการเข้าถึงเงินกู้ยืม เพื่อการศึกษาให้มากขึ้นเพื่อรองรับการเรียนรู้ตลอดชีวิต ให้มีระบบกองทุนการศึกษา ในสาขาวิชาที่ขาดแคลนที่ต้องได้รับการส่งเสริมเป็นพิเศษ ปรับเปลี่ยนการดำเนินงานของ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาให้ทำงานเชิงรุก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ข้อมูลแก่นักเรียน หรือนักศึกษาก่อนเลือกสาขาที่จะกู้ยืมเงินเรียน เพื่อให้สอดคล้องกับอาชีพแห่งอนาคต รวมทั้งให้มีความคล่องตัวในการบริหารจัดการเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาอย่างเหมาะสม และเป็นธรรม รวมถึงกำหนดกลไกให้ผู้กู้ยืมเงินสามารถชำระเงินกองทุนตามความสามารถ ในการหารายได้และสร้างวินัยในการชำระคืนกองทุน เพื่อสร้างความยั่งยืนแก่กองทุน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
นี่คือหลักการและเหตุผล ซึ่งพรรคเพื่อไทยเราได้เขียนนำเสนอ ๓๒ มาตรา ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องการศึกษาเพราะเราย่อมทราบดีว่ามันเป็นรากฐาน มันเป็น ตอม่อที่สำคัญยิ่งของประเทศ และมันเป็นความมั่นคงมากกว่ากองทัพอีกครับ ถ้าคน ในประเทศไร้ซึ่งความรู้ ไร้ซึ่งการศึกษาแล้ว ในอนาคตประเทศจะไปสู้กับนานาอารยประเทศ ไม่ได้ ยิ่งยุคทุกวันนี้เป็นยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงมาถึงระบบยุคดิจิทัล (Digital) แต่ปัญหา ที่เกิด ท่านประธานครับ ถามว่าทำไมคุณหมอชลน่านได้มอบหมายให้ผม ผมเล่าให้ท่านฟังว่า ปรากฏการณ์จริงต้องขอบคุณคนที่คิดเรื่องเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา ท่านประธาน ผมเป็นครู บรรจุปีแรก ปี พ.ศ. ๒๕๒๙ สอนระดับประถมศึกษาท่านประธานครับ เด็กนักเรียนโรงเรียน ของผมจบปีการศึกษา ๒๕๒๙ ไม่ได้เรียนต่อแม้แต่คนเดียวครับ ชื่อโรงเรียนบ้านสมบูรณ์ ตำบลกุดหวาย อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ เพราะอะไรครับท่านประธาน ก็ไม่ต้องอธิบาย แล้วครับ เป็นโรงเรียนกันดาร รับเบี้ยกันดาร เพราะความยากจนครับท่านประธาน เขาไม่มี โอกาสได้เรียนเลย ปี ๒๕๓๐ ก็ไม่มีโอกาสได้เรียน จนกระทั่งว่ามีเด็กคนหนึ่ง ท่านประธาน เชื่อไหมครับ เขาไปดิ้นรนต่อสู้ ร่ำเรียนมาจนวันนี้เขาไปขายของ ไปทำงานทุกอย่างเพื่อให้ เขาได้มีโอกาส วันนี้เขาเป็นนายอำเภอเพิ่งบรรจุปีที่แล้ว เขาโทรไปบอกผมนี่ผมขนลุกครับ ขนาดเขายากจน สภาวะบริบทรอบบ้านลำบากมาก แต่เขาก็ดิ้นรนได้ พอมีคนคิดเรื่อง กองทุนให้กู้ยืมตั้งแต่ปี ๒๕๓๘ มา ถือว่าเป็นเรื่องที่เยี่ยมยอด แล้วบังเอิญพรรคเพื่อไทย ท่านประธานก็ทราบว่าคอนเซ็ปต์ (Concept) ของพรรคเพื่อไทยว่า หัวใจคือประชาชน ผมเสียดายครับ พูดวันนี้ก็ไม่ได้พูดหาเสียงให้หรอกครับ ผมเสียดายสิ่งดี ๆ ที่คนชื่อทักษิณ ชินวัตร และคนชื่อยิ่งลักษณ์ ชินวัตร คิดไว้เยอะแยะ นี่ไม่ได้หาเสียงนะครับ แต่จำเป็น ต้องพูด เพราะผมเป็นผู้แทนวันนั้น แล้วที่ผมมาเป็นผู้แทนท่านประธานครับ มันดลบันดาลว่า ผมนั่งอยู่ ตอนเย็น โรงเรียนกันดารมีบ้านพักหลังเดียว อยู่กลางป่ากลางทุ่งครับ โรงเรียนไป ด้านขวามือห่าง ๑ กิโลเมตรหนึ่งถึงหมู่บ้านด้านซ้ายมือกิโลเมตรหนึ่ง ไม่มีน้ำใช้อาศัยแต่ น้ำฝนครับ ก็เลยนั่งคิดตอนเย็น ๆ หลังจากฟังนิยายจากวิทยุธานินทร์ เรื่องบ้านทรายทอง เราจะแก้ปัญหาให้กับบ้านเมือง แก้ปัญหาให้กับเด็กได้อย่างไรครับชีวิตนี้ ก็เกิดแรงบันดาลใจ ไหว้ศาลพระภูมิว่า ถ้ามีโอกาสที่จะแก้เรื่องการศึกษาให้ดีกว่านี้ ขอให้ชาตินี้ได้ไปเป็น ผู้แทนเถอะ ท้ายที่สุดวันนี้ก็มาถึงจริง ๆ ท่านประธานจะสังเกตเห็นในสภา ท่านประธาน ก็นั่งอยู่เกือบทุกครั้งที่ผมอภิปราย ก็จะพูดถึงแต่เรื่องของการศึกษา พอมายุคทักษิณเป็น นายก สมัยนั้นตั้ง ๑ ทุน ๑ อำเภอ ส่งลูกหลานไปเรียนเมืองนอก ผมดีใจมากครับ เด็กอำเภอ ที่ผมอยู่ในเขตเลือกตั้ง ผมอยู่อำเภอศีขรภูมิ เด็กสำโรงทาบได้ไปเรียนฝรั่งเศส อีกหลายคน ได้ไปเรียน กลับมาเป็นทรัพยากรอันทรงคุณค่าของบ้านเมืองของประเทศชาติ ได้มา ให้ความรู้ ได้มาแก้ปัญหาให้กับมาตุภูมิหรือภูมิลำเนาที่เขาเกิด ท้ายที่สุดก็ล่มสลายไป เพราะท่านทักษิณโดนปฏิวัติ โดนข้อหาต่าง ๆ โดยเฉพาะข้อหานี้ก็เป็นข้อหาหนึ่ง น่าเสียดาย หาว่าเอาเงินจากกำไรของกองสลากมาให้ทุนการศึกษา เราเสียโอกาสไป มายุคยิ่งลักษณ์อีกก็สนใจเรื่องการศึกษา คุยเรื่องกองทุน หาซื้อแท็บเล็ต (Tablet) มาแจก เด็ก วันนี้เห็นไหมครับมันพิสูจน์ให้เห็นพอเกิดโควิด-๑๙ (COVID-19) หรือไวรัส ๒๐๑๙ อย่าว่าแต่เด็กเลยครับ ครูบางคนยังใช้คอมพิวเตอร์แทบไม่เป็นในวันนั้น แต่ถ้าแท็บเล็ต (Tablet) อยู่จากวันนั้นถึงวันนี้ การเรียนไม่ต้องมีปัญหาครับ ความเหลื่อมล้ำในชนบท ที่มันเกิดขึ้นวันนี้เห็นได้อย่างชัดเจนยุคโควิด (COVID) นี่ละครับ เด็กนักเรียนออกจาก โรงเรียนไปเพราะไม่มีอุปกรณ์ในการเรียน ระบบวายฟาย (Wi-Fi) ไม่ถึง นี่คือความเหลื่อมล้ำ ทั้งนั้นเลยครับ ยิ่งลักษณ์ก็ตั้งระบบไว้ให้ ให้มีแท็บเล็ต (Tablet) ให้เรียนคอมพิวเตอร์เป็น ให้เข้าสู่เด็กเจน (Gen) รุ่นใหม่ แต่ท้ายที่สุดก็ยกเลิก พอยกเลิกวันนี้เด็กเดือดร้อน วายฟาย (Wi-Fi) ไม่มี แท็บเล็ต (Tablet) เล่นไม่เป็น ปัญหาการศึกษามันก็เกิดขึ้น แต่เรื่องเหล่านี้ ที่เกิดขึ้นคือเกิดขึ้นที่ชนบท ไม่ได้เกิดขึ้นที่ในเมือง เพราะในเมืองเด็กพ่อแม่ร่ำรวย นอกจาก เรียนในระบบ เรียนออนไลน์ (Online) ยังเรียนพิเศษอีก แต่เด็กบ้านนอกไม่มีโอกาส ยิ่งความเหลื่อมล้ำของประเทศมาก ๆ มันเริ่มเกิดจากการศึกษา มันก็มีกลุ่มคนรวย นิดเดียวครับ คนจนก็กระจายไปทั่วประเทศคนที่คิดเรื่องนี้ผมก็เลยต้องมาขอบคุณวันนี้ครับ ท่านประธานครับ ยังมีผู้ที่จะอภิปรายหลายท่าน ผมก็อยากจะสรุปเนื้อหาใจความของรัฐบาล ที่เสนอขึ้นมา ซึ่งคิดตรงกับพรรคเพื่อไทยและพรรคเพื่อไทยคิดไว้ก่อน ไม่ว่าจะเป็น การมอบทุน นอกจากการกู้ยืมแล้วคนไหนเรียนเก่งให้ทุนไปเลย เพราะรัฐธรรมนูญเขียนไว้ หลายข้อเกี่ยวกับการศึกษา บางข้อยังเขียนไว้เลยว่าให้เรียนฟรี แต่วันนี้ก็ยังไม่ฟรี วันนี้ก็ยัง ไม่ฟรีครับที่เขียนว่าให้เรียนฟรี เราก็รอครับ รอว่าวันไหนเราขึ้นเป็นรัฐบาลเราจะจัดการ เรียนให้มันฟรีจริง ๆ สักทีหนึ่ง ตรงนี้ตรงใจรัฐบาลก็เขียนคล้องมากับแนวคิดเดียวกับ พรรคเพื่อไทยเรา ประเด็นที่รัฐบาลเขียนมาเรื่องหนึ่งที่อยากจะฝากคณะกรรมาธิการด้วย วันนี้ท่านต้องไปคิดกันแล้วละครับ ใครไปเป็นกรรมาธิการว่าการให้กู้ระหว่างการกู้ วันนี้ยังมี ลูกที่มีฐานะของครอบครัวดีก็มีจำนวนไม่น้อยที่มากู้เงินเหล่านี้ ตรงนี้ต้องแบ่งชั้นกันให้ชัดเจน ในความรู้สึกของผมจริง ๆ นะครับท่านประธาน ในฐานะเป็นทั้งครูบ้านนอก เป็นเด็กบ้าน นอก เด็กที่มันจน ๆ ที่มีมาตรฐานการเขียนคำจำกัดความ หรือนิยามคำว่า จน ให้เรียนฟรี ไปเลย กู้ฟรีไปเลย เพราะอยากเกิดมาจน เขาเลือกที่เกิดไม่ได้ แต่วันนี้กระบวนการให้กู้ยังมี คนรวย ยังมีคนจนที่กู้ไม่เหมือนกัน อันนี้ฝากไปนะครับ
อันต่อมาของรัฐบาลที่ผมพอจะสรุปได้แล้วก็คิดเหมือนกับพรรคเพื่อไทย เลยครับ คือคนกู้ที่ตายอย่าให้เป็นภาระของผู้ค้ำครับ เงินกู้เพื่อการเรียนไม่ได้กู้มาลงทุน ซื้อหมูมาขายนะครับ ซื้อหมูมาเลี้ยง กู้มาลงทุนกับการเรียน เมื่อตายแล้วให้ผู้ค้ำ เขารับผิดชอบน่าสงสารผู้ค้ำมาก แล้วก็มาตรงกับเราคิดไว้อีกครับว่า วันนี้เงินกู้ไม่จำเป็น ต้องมีผู้ค้ำ ของรัฐบาลมีติ่งเขียนไว้ว่า ไม่ต้องมีผู้ค้ำ แต่ถ้ามีความจำเป็นยังให้ใช้ผู้ค้ำอยู่ แต่พรรคเพื่อไทยเราบอกไม่ต้องมีผู้ค้ำ ให้สิทธิกู้เลย เรียนจบมาไปทำงานก็ติดตามไปเก็บ คืนมา อันนี้ก็ฝากคณะกรรมาธิการไปศึกษา ทีนี้พรรคเพื่อไทยเราก็นำเรียนเสนอซึ่งผมรวม ๆ เพราะว่าจะมีอีกหลายท่านที่จะมาอภิปราย นั่นก็คือเรื่องของเบี้ยปรับ เบี้ยปรับรัฐบาล เขียนว่า ปรับไม่เกินร้อยละ ๒ แต่พรรคเพื่อไทยเราเขียนไว้ชัดเลยว่า ไม่ควรเกินร้อยละ ๑ คิดดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ ๑ เบี้ยปรับไม่เกินร้อยละ ๐.๕ ขออภัยครับ ไม่เกินร้อยละ ๐.๕ เพราะเราสงสารคนที่มากู้เงินยืมเรียนนี่คือคนจนเราต้องการช่วยคนจน วันนี้ยิ่งเราไม่ช่วย ความเหลื่อมล้ำยิ่งสูง ๆ เด็กในชนบทจะไม่มีโอกาสได้เรียนครับ นี่คือความต่าง แล้วก็ขอเพิ่มเติมคณะกรรมการขึ้นมาให้พิจารณาอย่างรอบคอบ แล้ววันนี้ผมคิดว่าเงินค้าง ที่เด็กมากู้ เห็นทีจะต้องปรับหนี้กันบ้างครับ เพราะสงสารเขาเถอะครับ ยุคโควิด (COVID) ไม่มีงานทำ ว่างงาน แต่ดอกเบี้ยก็ขึ้นทุกวัน ๆ ถ้าผมจำไม่ผิดหรือท่านประธานจำไม่ผิด เมื่อเดือนก่อนนี่เงินกองทุน เรื่องของกองทุน กยศ. เข้ามารายงานต่อเรา ปีหนึ่งโดนฟ้อง ไม่รู้กี่ราย แล้วเงินที่หมดไปนี่ปีหนึ่งก็หลายร้อย เป็นพันล้าน ต้องให้ทนาย ทนายนี่ฟ้องสบาย ผมไม่ได้ว่าอาชีพทนาย ขออนุญาตยกมือไหว้ แต่เขียนไว้ชัดเจนแล้วในสัญญา ฟ้องอย่างไร ก็ชนะ เพราะฟ้องไปตามตัวรูปตัวแบบ เด็กที่มากู้ก็ยอมรับโดยดุษฎีว่ากู้จริง แต่มีปัญหาอยู่ เรื่องราวเหล่านี้ผมอยากจะฝากเรียนไปยังคณะกรรมาธิการ เที่ยวนี้เป็นโอกาสที่เราจะสร้าง คุณูปการให้กับเด็กในประเทศไทยได้มีโอกาส แล้วเด็กในประเทศไทยกลุ่มเหล่านี้คือ กลุ่มผู้ด้อยโอกาส กลุ่มผู้ยากจนจริง ๆ ครับ เขาไม่มีโอกาสหรอกครับที่จะไปเรียนโรงเรียน นานาชาติ เขาไม่มีโอกาสโตเรียนที่สูงไปกว่านี้อีกแล้ว สูงสุดก็แค่ได้จบปริญญาตรี ได้มีงานทำ มีโอกาสก้าวหน้ากับชีวิต เพราะการศึกษาคือการสร้างคน สร้างชาติ สร้างโอกาสให้กับเขา ยังมีเด็กนักเรียนเยอะในบ้านนี้เมืองนี้ที่เขาต้องออกจากการศึกษา เพราะปัญหาเขาเกิดมาจน เขาเลือกที่เกิดไม่ได้ผมก็เลยขอฝากเน้นย้ำ คณะกรรมาธิการที่จะไปทำกฎหมายฉบับนี้เที่ยวนี้ ให้คำนึงถึงผลประโยชน์ของเด็กของคนที่เกิดมาในประเทศ แต่ฐานะเขายากจน ให้เกิด ความสมบูรณ์แล้วพยายามให้มองเขา ถ้าอะไรที่ช่วยเขาได้โดยที่เขาไม่เดือดร้อน ในอนาคต เขายืนอยู่บนผืนแผ่นดินไทยได้ช่วยเขาเถอะครับ ให้หนีเรื่องของการฟ้องร้อง ให้หนีปัญหา ที่เขาจะเดือดร้อนต่อไป ก็ขอฝากไว้เพียงแค่นี้เป็นเบื้องต้นครับ ท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ