สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๑๙ มกราคม ๒๕๖๕

ภราดร ปริศนานันทกุล แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา โดยเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับหนึ่งที่ได้รับรองโดยนายกรัฐมนตรีแล้ว และเสนอต่อสภาแห่งนี้ โดยมีประเด็นที่ต้องการแก้ไข ๕-๖ ประเด็นด้วยกัน โดยหารือเรื่องการปลดภาระผู้ค้ำประกันให้กับน้อง ๆ ที่ไปกู้ยืมทุนเพื่อการศึกษา การแปลงหนี้สินให้เป็นทุนการศึกษา การงดเบี้ยปรับ และการแก้ไขหนี้สิน โดยเสนอให้ปลอดดอกเบี้ยและลดภาระหนี้สินให้กับผู้กู้

นายภราดร ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ท่านประธานที่เคารพครับ ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ต้องขอบพระคุณ ท่านประธานครับ วันนี้พวกผมและเพื่อนสมาชิกจากพรรคภูมิใจไทย นำโดยท่าน หัวหน้าพรรค ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ได้เสนอพระราชบัญญัติแก้ไข พระราชบัญญัติกองทุน กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในอันดับแรก ผมขออนุญาตอ่านหลักการ และเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ดังนี้ครับ

หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๐

เหตุผล เนื่องจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาเป็นการให้บริการ สาธารณะทางด้านการศึกษาแก่ประชาชน โดยมีวัตถุประสงค์ให้นักเรียนหรือนักศึกษา เข้าถึงแหล่งเงินกู้จากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม เสมอภาค ลดความเหลื่อมล้ำเพื่อเป็นการสนับสนุนผู้กู้ยืมเงินให้มีการศึกษาที่ดี มีแรงจูงใจ ในการศึกษาและลดภาระการชำระหนี้ของผู้กู้ยืมเงิน ด้วยการเปิดโอกาสให้ผู้กู้ยืมเงินมีโอกาส ปรับโครงสร้างหนี้ ปลดภาระผู้กู้ยืมเงินและผู้ค้ำประกันจากการเป็นหนี้อันไม่ก่อให้เกิดรายได้ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

อันนี้คือหลักการและเหตุผลที่พวกเรานำเสนอต่อสภาแห่งนี้ ผมเริ่มต้นกับ ท่านประธานแบบนี้ครับ พวกเราสมาชิกพรรคภูมิใจไทยได้ร่วมกันเสนอร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ ตั้งแต่เมื่อวันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๖๓ หรือปีกว่า ๆ ที่ผ่านมา นับถึงวันนี้เกือบจะ ๑๔ เดือนเต็มที่ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ถูกบรรจุเอาไว้อยู่ในระเบียบวาระ หลังจากนั้น ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาร่างฉบับนี้ว่า เป็นพระราชบัญญัติทางการเงิน หรือไม่ ท่านเห็นว่าเป็นพระราชบัญญัติทางการเงิน เกี่ยวข้องกับการเงิน ท่านจึงได้เสนอ ไปที่คณะรัฐมนตรีเพื่อให้นายกรัฐมนตรีรับรองตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรี ได้รับรองร่างของพวกเราเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาครับ เมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๔ เมื่อท่านนายกฯ รับรองร่างแล้ว ร่างก็จึงกลับคืนมาที่สภาแล้วก็นำมาสู่การพิจารณาในวันนี้ ผมเองต้องขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีที่ได้เห็นความสำคัญของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ที่มันเกี่ยวข้องกับเรื่องของการศึกษา เรื่องของการให้โอกาสทางการศึกษากับพี่น้อง ประชาชนผู้ที่มีรายได้น้อย ไม่สามารถที่จะดูแลตัวเองได้ ก็สามารถที่จะให้กู้ยืมเงิน จากกองทุนเพื่อไปใช้จ่ายทางด้านการศึกษา อย่างไรก็ดีครับ มันมีเงื่อนไข มีหลักเกณฑ์ที่ทาง กยศ. ได้กำหนดเอาไว้ และเป็นอุปสรรคต่อผู้กู้ยืม เป็นอุปสรรคต่อผู้ที่กู้เพื่อนำไปเรียน หลายเรื่องด้วยกัน พวกเราพรรคภูมิใจไทยครับ จึงได้เสนอเป็นนโยบายเมื่อตอนรณรงค์ หาเสียงเลือกตั้งเมื่อปี ๒๕๖๒ ว่าพวกเราจะดำเนินการแก้ไขพระราชบัญญัติฉบับนี้ ในประเด็นต่าง ๆ ซึ่งผมกำลังจะบอกกับท่านประธาน แล้วก็ในประเด็นที่เราได้เสนอเอาไว้ ในร่างที่พวกเราเสนอต่อสภาแห่งนี้ เราได้รณรงค์ไว้ทั้งสิ้น ๕-๖ ประเด็นด้วยกันครับ

ในประเด็นแรก คือประเด็นเรื่องการปลดภาระผู้ค้ำประกันให้กับน้อง ๆ คนที่ไปกู้ยืมทุนเพื่อการศึกษา ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาผมเชื่อว่าท่านประธานและเพื่อน สมาชิกคงจะเห็นเช่นเดียวกัน ถึงข่าวคราวของภาระที่มันเกิดขึ้นกับผู้ค้ำประกันให้กับผู้กู้ยืม จะเป็นพ่อแม่บ้าง จะเป็นครู จะเป็นอาจารย์ของผู้ที่ไปกู้ยืมบ้าง ในกรณีที่ผู้กู้ยืมไม่สามารถ ที่จะชำระหนี้ให้กับ กยศ. ได้ตามที่กำหนด แน่นอนที่สุดมันก็จะต้องเป็นภาระตกทอดไปถึง ผู้ค้ำประกัน ประเด็นนี้มีการพูดถึงกันมากครับ แล้วเราได้มีการพูดคุยในสภาแห่งนี้หลายครั้ง จนครั้งล่าสุดที่มีการตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณาเรื่องนี้ ก็มีประเด็นนี้อยู่ในข้อเสนอ ของกรรมาธิการชุดนั้น เป็นที่มาครับ เป็นที่มาให้ กยศ. นำไปปรับแก้ในตัวระเบียบ เรียกว่า ข้อบังคับของ กยศ. โดยกำหนดว่า เราปลดภาระของผู้ค้ำประกันไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งประกาศไปเมื่อปลายปีที่แล้ว ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ อันนี้เป็นประเด็นที่ ๑ ซึ่งเรียบร้อย ไปแล้ว

ประเด็นที่ ๒ เราเสนอนโยบายเรื่องปลอดภาระดอกเบี้ย ทำไมต้องปลอด ภาระดอกเบี้ยครับ เพราะเราเห็นครับ เราเห็นว่าการให้กู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาเป็นหน้าที่ ของรัฐครับ เป็นหน้าที่ของรัฐที่รัฐจะต้องมอบโอกาสให้กับคนทุกคน ใครก็แล้วแต่ในประเทศ นี้ที่เขาอยากจะเรียน แล้วติดเงื่อนไขเรื่องทุนทรัพย์ในการเล่าเรียน เป็นหน้าที่ของรัฐบาล ที่จะต้องหาแหล่งทุนให้เขาไปต่อยอดทางการศึกษาโดยที่ไม่คิดมูลค่า โดยที่ไม่คิด อัตราดอกเบี้ย อันนี้คือหลักคิด จึงเป็นที่มาของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ในมาตรา ๖ ซึ่งพวกเราได้ แก้ไขมาตรา ๔๔ โดยเนื้อหาใจความก็คือ ให้ปลอดดอกเบี้ยไปเสีย และที่สำคัญคือหลังจาก ที่เขาสำเร็จการศึกษาแล้ว การชำระเงินคืนก็สามารถที่จะให้เขาเลือกได้ว่าจะให้ทำงาน ให้รัฐเพื่อชำระเงินคืนแทนการชำระเป็นเงินสด มากกว่านั้นครับก็ยังสามารถที่จะให้เจรจา ต่อรองกับทาง กยศ. ได้เพื่อให้มีความยืดหยุ่นในกรณีที่ในเคส (Case) นั้น ๆ มีความจำเป็น จริง ๆ อันนี้ก็อยู่ในร่างของพวกเราในมาตรา ๖

ประเด็นถัดมาครับ เรื่องการทำงานชำระหนี้หรือเรื่องการแปลงหนี้ให้เป็น ทุนการศึกษา ประเด็นนี้เป็นเรื่องที่สำคัญครับ ซึ่งพวกเราพรรคภูมิใจไทย ก็พยายามที่จะ นำเสนอประเด็นนี้ และบรรจุเอาไว้อยู่ในร่างนี้เช่นเดียวกัน เราบรรจุเอาไว้อยู่ในมาตรา ๗ โดยให้มีการเพิ่มเติมในมาตรา ๔๔ เป็นมาตรา ๔๔/๑ และมาตรา ๔๔/๒ โดยบัญญัติ เอาไว้ว่า หากผู้กู้ยืมคนใดที่สามารถที่จะเรียนอยู่ระดับที่มีเกณฑ์การศึกษาที่ดี ได้รับ เกียรตินิยมอันดับ ๑ หรือเรียนอยู่ในสาขาที่กระทรวงศึกษาธิการเขากำหนดเอาไว้ เป็นที่ ต้องการของกระทรวงศึกษาธิการ ก็สามารถที่จะให้ผู้กู้คนนั้นแปลงหนี้สินที่กู้ยืมไปให้เป็น ทุนการศึกษาได้ หมายความว่าใครที่ได้เกียรตินิยมอันดับ ๑ หรือใครก็ตามที่เรียนอยู่ใน หมวดวิชาที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด ท่านสามารถที่จะไม่ต้องชำระหนี้ โดยรัฐบาล โดยกองทุน กยศ. ให้ทุนการศึกษาให้กับเด็กเหล่านี้ไป นี่ก็เป็นการเปิดโอกาสให้เด็ก ที่มีศักยภาพสูง และเด็กที่เป็นที่ต้องการที่ทางกระทรวงศึกษาธิการกำหนด ได้มีโอกาส ได้เข้าถึงแหล่งทุนการศึกษาโดยที่ไม่จำเป็นต้องชำระคืน ซึ่งผมเชื่อว่ามันจะเป็นประโยชน์ กับประเทศชาติเช่นเดียวกัน ที่สามารถที่จะดึงกลุ่มคนที่มีความสนใจในหมวดวิชาการศึกษา ต่าง ๆ ที่กระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดเข้าไปเรียนในหมวดวิชาต่าง ๆ เหล่านั้น

มากกว่านั้นครับท่านประธาน ประเด็นที่ ๓ ที่ได้นำเสนอเอาไว้ต่อสาธารณะ นั่นก็คือประเด็นเรื่องการงดเบี้ยปรับ ซึ่งเราบรรจุเอาไว้ในร่างฉบับนี้ในมาตรา ๘ เราบรรจุ เอาไว้เราเขียนเอาไว้ว่า ผู้กู้ที่กู้ไปก่อนวันที่กฎหมายฉบับนี้จะประกาศ และยังมีเงินค้างอยู่ ให้ผู้กู้นั้นชำระเพียงแค่เงินต้นเท่านั้น ไม่ต้องเสียเบี้ยปรับที่ขณะนี้เป็นปัญหาอย่างมาก อีกปัญหาหนึ่งเช่นเดียวกันสำหรับผู้ที่กู้เงิน กยศ. อยู่ เพราะว่าเบี้ยปรับมันสูงแล้วก็เพิ่มขึ้น จนมากกว่าเงินต้นเสียแล้ว เป็นภาระให้กับผู้กู้ ให้กับน้อง ๆ นักศึกษาที่เขากู้เงินไปเรียน เป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นเราเห็นว่าเป็นเรื่องที่จำเป็นที่จะต้องนำไปสู่การแก้ไข จึงเสนอ ในมาตรา ๘ ครับว่า ความโดยรวมก็คือให้งดเบี้ยปรับที่ทาง กยศ. ได้กำหนดเอาไว้ นี่คือ ๒-๓ ประเด็นที่เราได้บรรจุเอาไว้อยู่ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้

มากไปกว่านั้นครับมาตรา ๙ ของร่างของพวกเรายังได้บรรจุเอาไว้ด้วย ยังได้ เขียนเอาไว้ด้วยว่า ในกรณีที่เรื่องถึงศาลแล้ว และศาลได้มีคำพิพากษาไปแล้วเรื่องภาระ หนี้สินสำหรับผู้กู้ หลังจากที่ประกาศพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ผู้ที่มีภาระหนี้สิน ให้ผู้ที่ถูกตราหน้าว่าเป็นผู้ที่มีภาระหนี้สิน ให้มีการหลุดพ้นจากการมีประวัติเรื่องการชำระ หนี้สินด้วย นี่คือประเด็นต่าง ๆ ที่ทางพรรคภูมิใจไทย พวกเราได้นำเสนอต่อสาธารณะเอาไว้ แล้วได้มีการเสนอเป็นพระราชบัญญัติประกอบด้วยกัน ๑๐ มาตรา ซึ่งได้เสนอต่อ ที่ประชุมในขณะนี้ ซึ่งมีหลายประเด็นที่เหมือนหรือว่าแตกต่างจากร่างที่ทางรัฐบาลได้เสนอ มาเช่นเดียวกัน ผมถือโอกาสตรงนี้ส่งผ่านไปถึงกรรมาธิการที่กำลังจะตั้งขึ้น ร่างตัวที่ทาง รัฐบาลได้เสนอมานี้จะมีในหลายประเด็นที่ผมคิดว่าสามารถที่จะปรับแก้ แล้วก็เอื้อประโยชน์ ให้กับผู้กู้ได้มากกว่านี้ เช่น ในเรื่องของดอกเบี้ย ที่เมื่อสักครู่ผมได้บอกไปในร่างของพวกเรา พรรคภูมิใจไทย ให้ปลอดดอกเบี้ยหมายความว่าดอกเบี้ยเป็นศูนย์ แต่ว่าในร่างของคณะรัฐมนตรีกำหนดให้มีอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ ๒ เปอร์เซ็นต์ต่อปี แต่ก็ยังมี ข้อดีอยู่ที่ไม่คิดดอกเบี้ยแบบทบต้น ก็ยังให้ชำระในส่วนเงินต้นก่อน เวลาชำระก็ให้ชำระ ในส่วนเงินต้นเงินต้น หมายความว่าไปหักเงินต้นออก ก็ทำให้ภาระมันน้อยลง แต่ถ้าหากว่า เป็นการให้ปลอดดอกเบี้ยเลยก็จะเป็นประโยชน์กับทางผู้กู้มากกว่า ผมก็ต้องถือโอกาสตรงนี้ ฝากทางกรรมาธิการที่กำลังจะตั้งขึ้นไปร่วมกัน ช่วยกันพิจารณาในประเด็นต่าง ๆ ที่ทั้ง ๕ ร่างได้เสนอเข้ามา สิ่งใดที่เป็นประโยชน์มากที่สุดก็ขอให้ใช้ร่างนั้นครับ เป็นตัวบท กำหนดต่อไป อาจจะมีการแก้ไขจากร่างที่รัฐบาลได้เสนอมาบ้าง แต่ถ้าหากว่าเป็นประโยชน์ ก็ต้องฝากกรรมาธิการด้วย พวกผมพรรคภูมิใจไทยจึงได้เสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพื่อให้สภาได้พิจารณาต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ