วีระกร คำประกอบ หารือปัญหาปุ๋ยเเพงและอาหารสัตว์ขาดแคลนที่ส่งผลต่อเกษตรกรและทำให้ราคาสินค้าเกษตรสูงขึ้น เสนอให้รัฐบาลใช้โครงการปุ๋ยอาเซียน นำเข้าปุ๋ยยูเรียจากมาเลเซีย ใช้ทรัพยากรโพแทสเซียมในประเทศ และเร่งอนุญาตนำเข้าวัตถุดิบเช่น DGS หรือปลายข้าวสาลีเพื่อลดต้นทุนการผลิตอย่างเร่งด่วน
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม วีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานที่เคารพครับ ก็เห็นใจรัฐบาลในเรื่องของอัตราศุลกากร แล้วก็คงเป็นไปตามที่ ท่านรัฐมนตรีได้แถลงครับว่า การที่เราจะออกเป็นพระราชบัญญัติคงไม่ได้ คงเป็น พระราชกำหนดนี่ครับ เพราะว่ามันเป็นเรื่องที่จำเป็นเร่งด่วนและเป็นความลับ อันนี้ถูกต้อง แต่ว่าการออกพิกัดศุลกากรมันสะท้อนถึงภาพของรัฐบาล ทิศทางที่รัฐบาลจะบริหารชาติ บ้านเมืองด้วย ในส่วนของธาตุอาหารหลักก็คือปุ๋ย ทั้งไนโตรเจน ฟอสฟอรัส แล้วก็โพแทสเซียม เราตั้งอัตราไว้ถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์รวดเลยทั้ง ๓ อัน ซึ่งไม่ได้เปลี่ยนแปลงครับ เป็นอัตราเดิม แต่ว่าสิ่งที่รัฐบาลควรจะต้องทำก็คือ การลดอัตราปุ๋ยนำเข้า ท่านอาจจะไม่ทราบว่าขณะนี้ ปุ๋ยแพงเหลือเกินในความรู้สึกของพี่น้องประชาชน หมูแพง ปลาแพง ไก่แพง ไข่แพง มันก็พอว่า ซึ่งก็เดือดร้อนพอสมควรแล้ว แต่ว่าเรื่องปุ๋ยแพงสิครับท่าน ก็เป็นไปได้ครับที่ทาง กระทรวงการคลังก็ใช้อัตรานี้เป็นอัตราเพดานภาษีขั้นสูง ผมอยากกราบเรียนท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่าต้องลดครับช่วงนี้ เป็นช่วงที่พี่น้องเกษตรกรเดือดร้อน เพราะปุ๋ยโลกมันแพง โดยเฉพาะในเรื่องของไนโตรเจนหรือปุ๋ยยูเรีย (Urea) ที่ใช้ใส่นาข้าว มันแพงมากเลย จากลูกหนึ่ง ๕๐๐-๖๐๐ ขึ้นไปเป็น ๗๐๐-๘๐๐ วันนี้ ๑,๐๐๐ กว่าแล้วครับ มันรุนแรงมาก ก็ฝากท่านด้วยว่าการที่เราเป็นประเทศเกษตรกรรม และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านนายแพทย์สุรวิทย์คงได้พูดแล้วว่าชัยภูมิเป็นจังหวัดที่มีสินทรัพย์โพแทสเซียมมากที่สุด ในเอเชียนะครับท่านประธาน มากกว่าจีนอีก มากที่สุดในเอเชีย เราใช้ ๗ ชั่วโคตรก็ไม่หมด เรามีทั้งหมดประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านตัน เดโพสิต (Deposit) ที่มันมีอยู่ใต้ดินของเรา ทำไม ไม่เอามาใช้ครับ ทำไมเราต้องนำเข้าโพแทสเซียม ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านประธาน คงจะทราบดีว่าเมื่อประมาณสัก ๔๐ ปีที่แล้วเรามีโครงการปุ๋ยอาเซียน โครงการปุ๋ยอาเซียน ทำไมไม่เอาขึ้นมาใช้เพื่อแก้ไขปัญหาปุ๋ยแพงให้กับเกษตรกร วันนี้เราสามารถนำเข้าปุ๋ยยูเรีย (Urea) จากมาเลเซียได้ครับท่านรัฐมนตรี ท่านประธานครับ เราสามารถนำเข้าตามพันธกรณี ที่เราไปเซ็นสัญญาเขาไว้ และเราถือหุ้นไว้ ๑๓ เปอร์เซ็นต์ด้วยในโรงงานปุ๋ยยูเรีย (Urea) อาเซียน (ASEAN) ที่มาเลเซีย เรามีหุ้นอยู่ ๑๓ เปอร์เซ็นต์ มีพันธกรณีที่จะให้เราสามารถ ซื้อปุ๋ยได้ในราคาถูก วันนี้น่าจะเป็นภาระหน้าที่ของรัฐบาลโดยเร็วที่สุด เพื่อที่จะกู้ศรัทธา ความนิยมคืนจากพี่น้องประชาชน ทำอย่างไรจะให้ปุ๋ยมันลดราคาลงได้อย่างรวดเร็ว รัฐบาล นำเข้ามาเลยครับ เป็นสัญญาจีทูจี (G2G) ต่อรัฐบาลมาเลเซียตามพันธกรณีที่มีโครงการปุ๋ย อาเซียน (ASEAN) ร่วมกัน แล้วไทยเป็นเจ้าของโรงงานนั้นอยู่ด้วยนะครับ ๑๓ เปอร์เซ็นต์ แต่เราไม่เคยใช้เลยครับท่านประธาน ในขณะเดียวกันโครงการปุ๋ยอาเซียน (ASEAN) กำหนดให้ประเทศไทยต้องตั้งโรงงานปุ๋ยโพแทสเซียม ๔๐ ปีแล้วครับ ยังมะงุมมะงาหรา ยังไม่ได้ทำอะไร ทั้ง ๆ ที่มีบริษัทเอกชนที่เขาได้รับสัมปทานแล้ว ๑๐ ปีแล้ว แต่ไม่มีทุนครับ ทำอย่างไร เมื่อไม่มีทุนก็ไม่รู้จะทำอย่างไรครับ รัฐบาลก็จะพึงจะต้องเข้าไปช่วยสนับสนุนเขา เพื่อให้เขาตั้งโรงงานปุ๋ยโพแทสเซียมให้ได้ จะให้ ปตท. เข้ามาถือหุ้นก็ได้ บริษัทใหญ่ ๆ ที่สามารถที่จะทำหรือมีส่วนเกี่ยวข้องอยู่บ้าง เพราะ ปตท. ก็ทำในเรื่องของเคมิคัล (Chemical) อยู่แล้ว ให้ ปตท. เข้ามาถือหุ้นเลย ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ให้มันเริ่มได้ เริ่มได้แล้ว อย่างไรครับ เราก็สามารถที่จะเอาสินทรัพย์ที่มันมีอยู่ใต้ดินของประเทศไทยมาเป็นปุ๋ย โพแทสเซียมเอาไปแลกกับยูเรีย (Urea) ของมาเลเซียก็ได้ ตามโครงการปุ๋ยอาเซียนนี่เราใช้ ร่วมกัน เราเอาโพแทสเซียมที่ไทยผลิตได้ไปแลกเปลี่ยนกับยูเรีย (Urea) จากมาเลเซียได้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือเกษตรกรไทยจะได้ใช้ปุ๋ยในราคาที่ถูกครับ ท่านประธานครับ วันนี้รัฐบาล จะต้องแสดงวิสัยทัศน์แก้ไขปัญหา
อีกเรื่องหนึ่งที่ผมเองก็ไม่อยากที่จะไปพูดซ้ำซากนะครับ เพราะเมื่อวาน ก็ให้สัมภาษณ์ไปแล้วเรื่องหมูแพง เรื่องของอาหารสัตว์ เป็นสิ่งที่กระทบอย่างยิ่งที่ทำให้ หมูแพง เนื้อแพง ไก่แพง ไข่แพง ปลาแพง สัตว์ทุกชนิดต้องกินอาหารจากโรงงานอาหารสัตว์ ประเทศไทยผลิตข้าวโพดได้เพียงปีละ ๕ ล้านตัน ในขณะที่ความต้องการของโรงงาน อาหารสัตว์ ๘ ล้านตันครับ ท่านประธานครับ เราผลิตไม่พอ เพราะฉะนั้นในกรณีที่จำเป็น จะต้องเอาสิ่งเหล่านี้มาทดแทน ปรากฏว่าเมล็ดของพืชที่ใช้เป็นอาหารสัตว์เจอภาษี ๔๐ เปอร์เซ็นต์เลยครับท่านประธาน แต่ไม่เป็นไรครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านสามารถที่จะลดได้นะครับ สามารถที่จะปรับตัวนี้ได้ เพราะนี่เป็นเพียงเพดานภาษี เพราะฉะนั้นผมอยากที่จะเรียกร้องให้รัฐบาลครับ ในช่วงนี้รีบนำเข้า ถ้าวันนี้ท่าน กระทรวงการคลัง หรือท่านนายกรัฐมนตรีประกาศเลย ช่วงนี้ข้าวโพด มันสำปะหลัง ไม่ได้อยู่ ในมือเกษตรกรแล้วครับ อยู่ในมือโรงงานอาหารสัตว์หมดแล้วครับ ประกาศเลยสิครับ เปิดช่องให้โรงงานอาหารสัตว์นำเข้าดีจีเอส (DGS) หรือกากข้าวโพด หรือจะเป็น ปลายข้าวสาลี เข้ามาโดยเสนอมาที่รัฐบาลด่วนเลย รัฐบาลจะรีบพิจารณาอนุมัติให้นำเข้า ท่านเชื่อเถอะครับ ไม่เกิน ๒ อาทิตย์ราคาหมูลงทันที เพราะอะไรครับ เพราะเมื่อท่าน ประกาศพั๊วะ ราคาข้าวโพด ราคาอะไรมันก็จะลงทันที โรงงานอาหารสัตว์ต่าง ๆ เขาก็จะ สามารถนำมาคำนวณต้นทุนอาหารสัตว์ สมมุติว่าเขาเอาเข้า เขาซื้อข้าวโพดจากเกษตรกร ในฤดูกาลที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่ารัฐบาลทำได้ดี และกรรมาธิการคณะของผมนี่ราคาพืชผล การเกษตรก็ได้ช่วยท่านไปเยอะเลยนะครับ ในเรื่องการไม่ให้นำเข้าข้าวโพด จนทำให้ข้าวโพด เกษตรกรได้ราคา ๙ บาท ๑๐ บาทนะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นวันนี้ของไม่ได้อยู่ในมือ เกษตรกรแล้ว ท่านประกาศเลยว่าเราจะนำเข้าเมล็ด จะเป็นดีจีเอส (DGS) หรือจะเป็น ปลายข้าวสาลีก็ตาม เปิดโอกาสให้โรงงานรีบเสนอนะครับ ความจริงเขาเสนอได้อยู่แล้ว แต่ว่าถ้ารัฐบาลประกาศให้เป็นเรื่องเป็นราวเลยนะครับ ราคาหมู ราคาอาหารสัตว์ ราคาไข่ จะลงทันทีครับ ขอบพระคุณครับ