สุพิศาล ค้านพิธีกันนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ หวั่งกระทบสิ่งแวดล้อม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๑๙ มกราคม ๒๕๖๕

สุพิศาล ภักดีนฤนาถ คัดค้านร่างพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากรฉบับใหม่ โดยเฉพาะการลดภาษีนำเข้าเศษซากอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ มีกังวลว่าจะทำให้ไทยกลายเป็นแหล่งทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ ซึ่งส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพประชาชน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าร่างดังกล่าวเอื้อประโยชน์แก่ทุนใหญ่มากกว่าประชาชนทั่วไป

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กราบเรียนครับในการที่รัฐบาลนำเสนอพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๖๔ เข้ามาเสนอ ในทิศทางที่ผมจะอธิบายนี้คือไม่เห็นด้วย เพราะอะไรครับ รีบร้อน และมุ่งเน้นที่จะให้เกิดประโยชน์แก่ทุนใหญ่ ทุนใหญ่ใครครับท่านประธาน ท่านดูสิครับว่า พิกัดอัตราดังกล่าวที่จะเพิ่มอีก ๖๐๑ รายการ จากพิกัดอัตราที่ขอไว้เดิม จะเพิ่ม ๑,๘๑๓ รายการ ในปี ๒๕๑๗ และจะเพิ่มอีก ๖๐๑ พิกัดทั้งหมดมี ๕ หลักการ หรือตามที่ ศุลกากรจะขอปรับปรุงทั้ง ๕ ประเด็นที่เกี่ยวข้อง ผมจะพูดประเด็นเดียวครับท่านประธาน เพราะไม่อย่างนั้นมันลงไปไม่ได้ทั้ง ๕ ประเด็น ประเด็นที่สำคัญคือการกำหนดอัตราพิกัด ศุลกากรสำหรับเศษและของที่มี ที่ใช้ไม่ได้ทางไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ หรือขยะ อิเล็กทรอนิกส์ อีเวสต์ (E-Waste) ท่านรู้ไหมว่าขยะพวกนี้อีกหน่อยประเทศไทยก็จะ กลายเป็นประเทศที่มีขยะ ขยะอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นมือสองจากประเทศอื่น ๆ อย่างเช่น เราเคยรับขยะเป็นคอนเทนเนอร์ (Container) เป็นประเทศรับขยะของสังคมโลกมาแล้ว และทำให้มลพิษเกิดขึ้นที่ประเทศเรามากมายครับท่านประธาน นี่คือประเด็นใหญ่ครับ เพราะว่ากระบวนการของประเทศเรา รัฐบาลกำลังมุ่งเน้นทำให้เกิดรถอีวี (EV) รถไฟฟ้า เกิดขึ้น ท่านคิดดูสิครับท่านประธานครับ ขยะที่มาจากอีวี (EV) คือแบตเตอรี่ครับ ท่านประธาน ประเทศไทยไม่สร้างแบตเตอรี่เองครับ ท่านรู้ไหมครับ แบตเตอรี่ไม่ใช่ ใช้แบตเตอรี่น้ำกลั่นแบบเดิมนะครับท่านประธาน แบตเตอรี่ที่ใช้ในรถอีวี (EV) รถไฟฟ้าคือ แบตเตอรี่ของอีวี (EV) หรือฟูเอล เซลล์ อิเล็กทริกส์ เวฮิเคิล (Fuel cell electrics vehicle) ซึ่งสารพวกนี้ซึ่งประกอบด้วยสารที่มีนิกเกิล ไฮดรอกไซด์ (Hydroxide) และไฮโดรเนียม (Hydronium) วาเนเดียม (Vanadium) และสารละลายของอัลคาลอยด์ (Alkaloid) ท่านครับ สารพวกนี้เป็นสารที่อยู่ตัวของมันเองไม่มีอันตรายครับ นอกจากสารอิเล็กทรอนิกส์พวกนี้แล้ว ยังเป็นสารปรอทที่ติดมาจากขยะอิเล็กทรอนิกส์อีก ปรอทครับท่าน เรากำลังเข้าสู่สนธิสัญญาคอป ๒๖ (COP26) เราจะลดโลกร้อนใช่ไหมครับ ท่านนายกเป็นคนไปขอจดมาเลยครับ เรื่องของปัญหาลดโลกร้อนอีก ๓๐ ปีข้างหน้าของท่าน ฝันนั้นนะครับ ผมว่ามันจะจริงหรือไม่จริงก็ไม่รู้ครับ แต่ถ้าขยะเข้ามาเป็น อีวี (EV) เมืองไทย ท่านเคยเห็นไหมสมัยก่อนเราใช้แบตเตอรี่น้ำกลั่น คนไทยเอาแบตเตอรี่เก่ามาซ่อมใหม่ เติมน้ำกลั่น เก่งมากเลยครับ แล้วนี่ผมคิดว่าขยะมือสองที่เป็นรถอีวี (EV) รถเอชอีวี (HEV) รถที่เป็นพลังงานไฟฟ้ายุคใหม่ที่เป็นเอฟซีอีวี (FCEV) ก็ตามที่เข้ามา มันจะมีขยะพวกนี้ติดมา ในปริมาณที่ใช้กับบ้านเราได้สัก ๔๐-๕๐-๖๐ เปอร์เซ็นต์ เสร็จแล้วพอมาเติม หรือมา ดัดแปลงและเก็บพิกัด ปัญหาก็คือการตีความพิกัดนี่อีกเป็นประเด็น ยิ่งศุลกากรจะมุ่งเน้น เรื่องนี้เป็นหัวใจสำคัญครับท่านประธาน จะทำให้ประเทศไทยล้นไปด้วยขยะเต็มไปหมด เลยครับ ขยะอิเล็กทรอนิกส์ทางคอมพิวเตอร์ก็เยอะอยู่แล้ว นี่ยังมีขยะทางด้านแบตเตอรี่ ไฟฟ้าที่จะเป็นพลังงาน เราเอาแค่แหล่งผลิตก็พอแล้วครับ เราเอาสารเคมีที่เป็นสารประกอบ มาผลิตแบตเตอรี่ส่งออกไปดีกว่าครับ อย่าเอาขยะพวกนี้เข้ามาเลยครับ มันจะสร้างปัญหา อีกมากมายให้สังคมคนไทย แล้วจะมีผู้ประกอบการที่เป็นทุนใหญ่จ้องครับ หมูก็แพง เนื้อก็แพง ไก่กำลังจะแพงอีกครับ แต่ปรากฏว่าไม่ได้สนับสนุนเกษตรกร นั่นก็เห็นอยู่ นี่สนับสนุนทุนใหญ่ครับ ใครครับ ประชาชนผู้น้อยตาดำ ๆ ไม่รู้ตาสีตาสา สมัยก่อนผมเป็น เด็ก ๆ ไม่รู้หรอกครับสารปรอทมันอันตรายอย่างไร พอโตขึ้นขยะที่มาจากคอมพิวเตอร์ พอสกัดออกมา ปรากฏว่ามันมีปรอทจำนวนมากมหาศาล แล้วคนที่ขนขยะพวกนี้จะสกัด แล้วเอาไปขาย แต่ปรากฏว่ามันเป็นสารเคมีที่เป็นสารพิษครับ สารที่ไม่ว่าจะเป็นนิกเกิล ไม่ว่าจะเป็นไทเทเนียม (Titanium) ไม่ว่าจะเป็นวาเนเดียม (Vanadium) หรืออัลคาลอยด์ (Alkaloid) ต่าง ๆ ท่านศึกษาหรือยังครับว่ามันทำอันตรายกับประเทศไทยโดยเฉพาะ การทำลายสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติขนาดไหน นั่นคือหัวใจสำคัญ ถ้าการเปิด พิกัดอัตราอันนี้เข้ามา ผมว่าควรจะปิดเด็ดขาด เราไม่ใช่เป็นเมืองรับขยะแบบเช่นในอดีต ที่มีคอนเทนเนอร์ (Container) ตามลำแม่น้ำเข้ามาแล้วกองอยู่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี อีกหน่อยก็คงขึ้นไปทางภาคเหนืออีกครับ ตามลำแม่น้ำไปกองเป็นขยะ แล้วก็ให้ เชียงกงมารื้อ และเอามาพัฒนาหรือมาเก็งใหม่เพื่อขายให้มีรายได้ เพราะประเทศเรากำลัง เข้าสู่โลกสมัยใหม่ที่จะใช้ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ รถไฟฟ้ากำลังเข้ามาครับท่านประธาน เอาเฉพาะ เราเป็นบ้านเมืองที่ผลิตแบตเตอรี่ไฟฟ้าส่งออกไปจำหน่ายประเทศด้านนอกดีกว่า เราไม่รับ ขยะดีกว่าครับท่านประธาน ถ้ากำหนดพิกัดอัตราแบบนี้ผมเชื่อว่าอีกหน่อยประเทศเรา ไม่คุ้มกับการเก็บภาษีที่ศุลกากรกำหนดแน่นอน ผมเห็นว่าพระราชกำหนดฉบับนี้รีบเร่ง และเร่งร้อนจนทำให้เกิดความเสียหายของประเทศชาติในอนาคต ผมทำนายไว้เลยครับว่า มันจะมีขยะ ถ้ารัฐบาลคุมขยะตัวนี้ไม่ได้ ประเทศชาติเราก็จะเป็นเหมือนกับมลพิษใหม่ ของโลกที่ทำให้คอป (COP) ในอีก ๓๐ ปีข้างหน้าเขาจะบอกว่า ประเทศไทยติดลบอินเดกซ์ (Index) ตัวนี้ครับ ขอบคุณครับ