สุพิศาล ภักดีนฤนาถ หารือประเด็นข้อกำหนดในหนังสือบริคณห์สนธิที่ส่งผลต่อคุณสมบัติผู้สมัคร ส.ส. โดยเฉพาะเรื่องการจดทะเบียนธุรกิจและชื่อผู้ถือหุ้น พร้อมเสนอให้ปรับปรุงกระบวนการจดทะเบียนให้สอดคล้องกับกฎหมายอิเล็กทรอนิกส์ มีการเตือนชัดเจนในแบบฟอร์ม และเปิดเผยข้อมูลการถือครองหุ้น เพื่อป้องกันปัญหาการสมัครรับเลือกตั้งในอนาคต
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าว ไกลครับ ขอบคุณครับท่านประธาน ในรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ศึกษาในเรื่อง การปรับปรุงแบบฟอร์ม (Form) การจดทะเบียนในหนังสือบริคณห์สนธินี้ กราบเรียนเลยว่า ก็เป็นสิ่งที่เกิดและเป็นประเด็นปัญหากับทางบรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาตลอดสมัย ที่เข้ามา แล้วก็เป็นส่วนหนึ่งที่เป็นปัญหา โดยเฉพาะในประเด็นของการเข้าถือหุ้นในบริษัท ที่จดทะเบียนโดยบรรดาท่านสมาชิก หรือเพื่อนผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในอนาคต หรือที่ผ่านมาก็ตาม ได้เกิดประสบปัญหาดังกล่าวจากผลพวงของการปรากฏธุรกรรม ที่เรียกว่า สื่อสารมวลชน หนังสือพิมพ์ ในการจดบริคณห์สนธิอย่างนี้มาระยะเวลาหนึ่ง ในพรรคของผมก็โดนตั้งแต่สมัคร แล้วก็โดนในขณะเป็น ส.ส. อีก ทั้ง ๆ ที่เอกสารฉบับนี้ เป็นเอกสารที่เกิดขึ้นโดยฝ่ายกฎหมายบ้าง หรือเป็นแบบฟอร์ม (Form) ของรัฐที่กำหนดจาก กรมธุรกิจการค้าที่ใช้กันอย่างเป็นปกติ ๒๒ รายการบ้าง ๒๔ รายการบ้าง ๓๔ รายการบ้าง แล้วแต่ที่จะเป็นแบบฟอร์ม (Form) ทั้งในธุรกิจใน ๕ แบบฟอร์ม (Form) ดังกล่าวที่กำหนด วัตถุประสงค์ตั้งแต่ ว. ๑ ถึง ว. ๕ นั่นคือสิ่งหนึ่งที่เป็นปัญหาและเกิดผลกระทบอย่างรุนแรง ทำให้หลาย ๆ ท่านต้องหลุดจากวงโคจรไป สิ่งสำคัญคือเอกสารฉบับนี้มิใช่เป็นต้นเหตุ ต้นเหตุคือเกิดจากกฎหมาย กฎหมายไประบุคุณสมบัติมันก็เลยทำให้หนังสือบริคณห์สนธินี่ เป็นเหมือนมีดดาบหรือเข็มอาบยาที่มันฉีดเข้ามาแล้วก็ทำให้ผู้ที่มีชื่อปรากฏจะต้องหมด คุณสมบัติ ตรงนี้มันเป็นส่วนสำคัญอันหนึ่งที่ทำให้สภาแห่งนี้ขาดคนดีเข้าสู่สภาโดยมิได้มี เจตนา เฉกเช่นคดีความอาญาอื่นเลย เป็นเพียงแต่คนที่ออกกฎหมายนั้นดึงดันที่จะให้เอา คุณสมบัตินี้มาเป็นคุณสมบัติที่ขัดเป็นข้อห้าม มันก็เลยเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้เกิดคนที่ควรจะได้ อยู่ในสภา ไม่ได้อยู่ในสภา คนที่มีสิทธิควรจะสมัครได้ ก็ไม่ได้มีสิทธิ ผมไม่ได้โทษใครครับ เรียกว่า ๑. การแก้หนังสือบริคณห์สนธินี้ก็ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี แต่ถามว่าแก้แล้วใช้หลัก สากลอย่างไรเป็นชอปปิงลิสต์ (Shopping List) ตามที่กรรมาธิการนำเสนอนั้นก็ถูกต้อง เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ผู้ที่จะประกอบธุรกิจนั้นสามารถที่จะเลือกหา เป็นแบบฟอร์ม (Form) ที่ควรจะกระทำได้ ผมเห็นด้วยครับ แล้วก็เป็นสิ่งหนึ่งที่จะต้องระมัดระวังในช่วงระยะเวลานี้ หรือการเลือกตั้งคราวหน้าผมว่าปรากฏชื่อเหล่านี้ ผู้ที่จะต้องเดือดร้อน ก็คือว่าที่ผู้สมัคร ต้องเช็ก (Check) ในลิสต์ (List) ของตัวเองที่ทำธุรกิจหรือธุรกรรมในการมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้น เป็นหัวใจสำคัญ ประเด็นก็คือต้นเหตุมิอาจจะเกิดขึ้นได้จากประเด็นของการชอปปิงลิสต์ (Shopping List) นั้นมันเป็นความสมัครใจที่ผู้สมัครมาสมัครแต่ไม่รู้ เพราะเป็นเรื่องของ กกต. ที่กำหนดบทบัญญัติ ทางแก้เรื่องของการจดทะเบียนนั้น ก็เห็นด้วยกับทางที่ คณะกรรมาธิการศึกษามาทุกประการนะครับ แต่สิ่งที่สำคัญคือในเรื่องของการแก้ไขนั้น ปัญหาคือเมื่อเริ่มจดทะเบียน ผู้ที่ขอจดทะเบียน ควรจะเป็นชอปปิงลิสต์ (Shopping List) อย่างที่กล่าวไว้แล้ว แล้วก็ต้องให้เขาสามารถที่จะมี คำเตือน ผมเห็นคำเตือนตอนท้ายของบริคณห์สนธิจะมีอยู่ ๓ ส่วน ส่วนที่น่าจะผิดกฎหมาย อะไรพวกนั้น ๓ ส่วน ฉะนั้นคำเตือนในนี้กรมธุรกิจการค้าควรจะออกคำเตือนนะครับว่า การจดทะเบียนอย่างนี้มันจะกระทบสิทธิในการสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรืออะไร ก็ตามที่เกี่ยวข้องกับสิทธิ อันนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ควรจะเตือนไว้ในเอกสาร ในแบบฟอร์ม (Form) เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทุกคน แต่มันไม่ได้เป็นเหตุที่เป็นต้นเหตุจริง ๆ แต่เป็นเพื่อเตือนในการค้นหา และสิ่งสำคัญคือเรื่องการใช้เอกสารนั้นแบบฟอร์ม (Form) ต่าง ๆ คิดว่าเรากำลังผ่านกฎหมาย ฉบับหนึ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้ต้นสัปดาห์ พระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ ก็คงมี เรื่องนี้อยู่ด้วย แล้วท่านก็เป็นหน่วยงานของทางราชการที่คงจะต้องนำกลับไปปรับใช้ในการ ปรับรูปแบบของการออกคำร้อง คำขออนุญาต ผมว่าเรื่องของแบบฟอร์ม (Form) นี้
ประเด็นแรก คือจะต้องเป็นเอกสารที่ง่ายและปรากฏชัด แล้วก็สามารถที่จะ เตือนภัยในเหตุอื่น ๆ ได้
อันที่ ๒ ก็คือสามารถแก้ไข หรือเพิ่ม หรือตัดออกได้อย่างรวดเร็ว โดยเสีย ค่าธรรมเนียมผ่านระบบทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งอาจจะมี พ.ร.บ. อิเล็กทรอนิกส์เข้ามาใช้ ในอนาคต แล้วก็ฝากผู้ที่จะสมัคร ส.ส. ในอนาคตข้างหน้าเช็กลิสต์ (Check List) ให้ดีครับ ตอนนี้ แล้วก็ท่านกรมธุรกิจการค้า ขอความกรุณาครับ เปิดเว็บไซต์ (Website) ให้เช็ก (Check) เอาชื่อกรอกลงไปเลยว่าปรากฏชื่ออยู่ที่ไหน มีบริคณห์สนธิอยู่ที่นี่หรือไม่ บางที เจ้าตัวอาจจะไม่รู้เลย เพราะอาจจะต้องถือหุ้นโดยธุรกรรมทางอื่น โดยอาจจะมีมอบหมายไป เพราะมีธุรกรรมเยอะมาก ฝากแค่นี้ครับท่านประธาน ความเห็นผมมีแค่นี้ในข้อสังเกตครับ ขอบคุณครับ