มานพ คีรีภูวดล อภิปรายประเด็นความไม่เสมอภาคในการเข้าถึงการศึกษาและสาธารณูปโภคของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล พร้อมตั้งคำถามต่อนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ที่ยังไม่สอดคล้องกับสภาพจริงของสังคมที่ยังคงอยู่ในระดับพัฒนาต่ำ เรียกร้องให้ปรับปรุงหลักสูตรอุดมศึกษาให้เอื้อต่อการผลิตบัณฑิตที่ตอบโจทย์ทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม และผลักดันให้ขยายความหมายของ 'บัณฑิต' ให้รวมถึงปราชญ์ชาวบ้านและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีองค์ความรู้สะสม พร้อมเสนอการกระจายอำนาจในระบบการศึกษาเพื่อสร้างพื้นที่เรียนรู้อย่างเสรีและพัฒนาคุณภาพการผลิตทรัพยากรมนุษย์อย่างรอบด้าน
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ ท่านประธานครับ ผมอยากจะมีส่วนร่วมในการอภิปรายรายงาน ญัตติพิจารณาศึกษา แนวทางการวางแผนการผลิตบัณฑิต ปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษา ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานในนโยบายไทยแลนด์ ๔.๐ ท่านประธานครับ ผมอยากจะพูดถึงเรื่องของนโยบายไทยแลนด์ ๔.๐ นิดหนึ่งครับ ผมคิดว่าท่านสมาชิกก็ได้ อภิปรายมาเยอะแล้วนะครับว่า เป้าหมาย หรือว่าจินตภาพของคำว่า ไทยแลนด์ ๔.๐ เรามีเป้าหมายจินตภาพที่เราจะไปสู่เรื่องอะไรบ้าง เราพูดถึงเรื่องเทคโนโลยี พูดถึงเรื่องของ เอไอ (AI) เราพูดถึงเรื่องของอาหารชีวภาพ เราพูดถึงเรื่องของการท่องเที่ยว เราพูดถึง สิ่งที่ทันสมัย เป้าหมายที่ผมตั้งคำถามที่อยากจะมีส่วนร่วมเพิ่มเติมให้กับกรรมาธิการว่า เราต้องการบัณฑิตแบบไหน ผมคิดว่าอันนี้เรื่องสำคัญ เราจะไปสู่เป้าหมายตรงนี้ได้อย่างไร พื้นฐานสำคัญคนตัวเล็กตัวน้อยจะเข้าถึงเป้าหมายร่วมกันในภาพรวมนี้ได้อย่างไร ที่ผมยกตัวอย่างตรงนี้ขึ้นมาผมเห็นด้วยกับกรรมาธิการนะครับ ไม่ว่าจะเป็นท่านอาจารย์กนก แล้วก็หลาย ๆ ท่านที่ได้อภิปรายพูดถึงเรื่องของจินตภาพ พูดถึงเรื่องมายด์เซต (Mindset) พูดถึงเรื่องของกระบวนทัศน์ใหม่ว่า จริง ๆ แล้วการศึกษาที่แท้จริงเราต้องการบัณฑิต แบบไหน อีกภาพหนึ่งนะครับท่านประธาน ภาพของประเทศนี้ที่เราจะต้องการไปที่ ๔.๐ อีกภาพหนึ่งเรายังอยู่ที่ ๐.๔ ครับ ผมย้ำตลอดเลยนะครับในสภาแห่งนี้ ผมพูดบ่อยครั้ง ในสภาแห่งนี้ เรายังมีประชาชน เรายังมีพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชนบทห่างไกลในภาคชนบท ไม่สามารถจะเข้าถึงแม้กระทั่งเรื่องของสาธารณูปโภค เรื่องไฟฟ้าอินเทอร์เน็ต (Internet) คำถามสำคัญก็คือว่าท่านจะเอานักเรียน หรือลูกหลานที่ไหนในอนาคตที่จะไปอยู่ในบัณฑิต ใหม่ของท่านตามจินตภาพของท่าน ในเมื่อพื้นฐานต่าง ๆ บุคลากรจำนวนมาก คนรุ่นใหม่ จำนวนมากยังไม่สามารถจะมีพื้นฐานการเรียนการสอนเท่ากับคนในเมือง ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ ด้วยนะครับ คนเหล่านี้ที่อยู่ตามชนบท ข่าวที่ออกมาครับท่านประธาน มีนักเรียนจบ ม. ๓ แล้ว จบ ป. ๖ แล้วไม่เรียนต่อ เพราะว่าพ่อแม่ไม่มีเงิน เพราะว่าไม่มีโอกาสที่จะไปต่อ ข้างหน้า จะต้องใช้ชีวิตเพื่อที่จะเลี้ยงชีพให้ตัวเองอยู่รอดต่อไป และต้องใช้โอกาสของชีวิตนี้ เพื่อที่จะช่วยพ่อแม่ทำงาน ทั้งหมดนี้ผมคิดว่า ๔.๐ กับ ๐.๔ มันอยู่ด้วยกันได้อย่างไร เราจะต้องหาทางนะครับ ถ้าอย่างนั้นคือว่าเราจะได้บัณฑิตที่ท่านต้องการในเป้าหมายที่ท่าน ต้องการเพียงแค่คนกลุ่มหนึ่ง แล้วเราจะทิ้งคนอีกกลุ่มหนึ่งไว้ข้างหลัง ซึ่งไม่เป็นไปตาม ที่เราต้องการ และที่รัฐบาลประกาศไว้ อันนี้ประเด็นที่ ๑ ครับท่านประธาน
ส่วนที่ ๒ ท่านประธานครับ ในเรื่องของกระบวนการ กระบวนการจัดการ เรียนการสอน หรือว่ากระบวนการผลิตบัณฑิต ผมเข้าใจคำว่าบัณฑิตมันไม่ใช่เพียงแค่ว่าเรา ต้องการผลิตคนที่มีทักษะความสามารถแล้วไปเป็นแรงงานเท่านั้น เราต้องการบัณฑิตคนที่มี ศักยภาพ คนที่มีคุณธรรม คนที่มีความรับผิดชอบ คนที่เคารพกติกาบ้านเมืองนี้ อยู่ในสังคมนี้ คนที่พร้อมที่จะจับไม้ต่อไปสำหรับคนรุ่นเรา อันนี้คือบัณฑิต ซึ่งไม่ได้หมายถึงแค่แรงงานใน ระบบเท่านั้น เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ผมอยากจะพูดถึงเรื่องของพ่อครู แม่ครู ผู้รู้ ปราชญ์ ผู้เชี่ยวชาญ เรามีทั้งหมดเลย ทั่วประเทศนี้มีหมดเลยนะครับ แล้วผมเองก็มีโอกาสได้คุยกับ คนที่เป็นนักศึกษาปริญญาโทก็ดี ดอกเตอร์ก็ดี หลาย ๆ คน ครูบาอาจารย์ในการทำวิทยานิพนธ์ สุดท้ายก็คือคนจบ ป. ๔ บางคนไม่ได้จบเลยนะครับ ที่มาเรียนเกี่ยวกับความรู้ที่ตัวเองจะต้อง เสนออาจารย์ให้กับกรรมการพิจารณา ความรู้ที่แท้จริงอยู่กับผู้รู้ ปราชญ์ชาวบ้าน องค์ความรู้ อย่างนี้ครับท่านประธาน ผมยกตัวอย่างความรู้ที่หายไป เพราะว่ามันทำให้ผิดกฎหมาย เพราะว่ามันทำให้คนเหล่านี้ไม่มีพื้นที่ในการทำงาน ผมยกตัวอย่าง หลายจังหวัดนะครับ ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดอุทัยธานี ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดลำปาง เป็นพื้นที่ชุมชนที่สามารถผลิตปืนเอง ได้ครับ ผลิตอาวุธได้ แต่ว่าองค์ความรู้เหล่านี้ เทคโนโลยีเหล่านี้ที่สะสมมาตลอดทำให้พวก เขาเหล่านี้ไม่มีโอกาสได้พัฒนาตัวเอง หลายพื้นที่มีการทำมีด มีการทำอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จะ เป็นเทคโนโลยี และหลาย ๆ ในโลกนี้เขายอมรับในฝีมือนะครับ แต่ว่าก็ทำให้ผิดกฎหมาย ความรู้พ่อครูเหล่านี้ แม่ครูเหล่านี้ถูกหายไปด้วยระบบ และเขาไม่ได้เรียนในมหาวิทยาลัยเลย นะครับคนเหล่านี้ เขาสะสมมาจากประสบการณ์รุ่นต่อรุ่น รุ่นต่อรุ่น จนสุดท้ายมันเป็น องค์ความรู้ที่ลงตัว และพัฒนาเป็นอาชีพ สิ่งที่ผมอยากจะเห็นเพิ่มเติมจากกรรมาธิการก็คือว่า การผลิตบัณฑิตตรงนี้ บัณฑิตในความหมายในทัศนะของผม ผมคิดว่าไม่จำเป็นจะต้องอยู่ที่ มหาวิทยาลัย จะต้องมีใบปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก บัณฑิตคือผู้รู้ต่าง ๆ ที่อยู่ในทั่ว ทุกทิศ ทั้งประเทศนี้มีเยอะแยะเลยนะครับ เราจะทำคนเหล่านี้ให้มีส่วนร่วมในการพัฒนา ให้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเป้าหมายที่เราต้องการคือ ๔.๐ นี้ได้อย่างไร เมื่อสักครู่ท่าน สมาชิกก็อภิปรายแล้วครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสมุนไพรและยา และอาหารต่าง ๆ ที่เรายัง ไม่ได้ถูกวิจัยนี้อีกมากมาย ทั้งหมดมันอยู่ในพื้นที่นะครับ ในมหาวิทยาลัยก็คือมันมีปูนแล้วก็มี หนังสือ ความรู้ตรงนี้มันถูกสกัดออกมาเป็นการสังเคราะห์เป็นเอกสาร แต่ความรู้ที่แท้จริง มันยังอยู่ตรงนั้นเราจะทำอย่างไร
ประเด็นสุดท้ายครับ ที่พูดทั้งหมดนี้จะทำให้อิสรภาพในการผลิตบัณฑิต แล้วก็สร้างพื้นที่การเรียนรู้ที่เป็นจริงและอิสรภาพจริง ๆ ผมอยากจะเห็นกรรมาธิการ ซึ่งผม พยายามอ่านดูแล้วไม่เจอ อาจจะมีก็ได้นะครับ ผมอยากจะเห็นเรื่องพื้นที่แห่งการกระจาย อำนาจ การกระจายอำนาจในเรื่องของระบบการศึกษาเท่านั้นจะเป็นจริง จะมีอิสรภาพ และสามารถที่จะสร้างความรู้และสร้างบัณฑิตได้จริง ๆ ครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน