สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๔

กฤษฎา ตันเทอดทิตย์ หารือเรื่องการวางแผนการศึกษาและการผลิตบัณฑิต โดยปรับปรุงหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานและนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และแสดงความหวังว่าประเทศไทยจะพัฒนาให้คนไทยไม่เป็นแรงงาน และกลายเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียนและโลกในอนาคต

นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ หนองคาย

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม กฤษฎา ตันเทอดทิตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย เขต ๑ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมขออภิปราย เรื่อง ญัตติพิจารณาศึกษาแนวทางการวางแผน การผลิตบัณฑิต ปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษาให้สอดคล้อง กับความต้องการของตลาดแรงงานและนโยบายไทยแลนด์ ๔.๐ ดังนี้ครับ วันนี้ครับ ท่านประธาน เรามีบุคลากรที่มีคุณภาพมากมาย เรียนจบมาจากทุกสถาบันที่นักศึกษา สามารถไปเรียนได้ ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำต่าง ๆ ของโลก หรือแม้แต่มหาวิทยาลัย ในประเทศเองก็ถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกเช่นกัน วัดได้จากอะไรครับ วัดได้จากที่ วันนี้นักศึกษาที่จบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของเราก็สามารถที่จะไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัย ชั้นนำของโลกได้ แสดงให้เห็นว่าเรามีมาตรฐานที่สูงไม่แพ้ชาติใด แต่คำถามที่สำคัญก็คือว่า ทำไมวันนี้ระบบเศรษฐกิจของเรายังไม่สามารถที่จะยกระดับเข้าไปเทียบเท่ากับประเทศ ที่เราเคยแข่งขันด้วยอย่าง สิงคโปร์ เวียดนาม หรือแม้แต่ประเทศจีนเองที่จุดหนึ่งก็เคย ล้าหลังกว่าเรา จนวันนี้เขาก้าวขึ้นมาเป็นอันดับ ๑ ของโลก สิ่งที่น่าคิดก็คือว่าหากเรา เปรียบเทียบ ๓ อาชีพกับ ๓ ประเทศรอบ ๆ เรา ๑. อาชีพแรงงาน ๒. ผู้จัดการ ๓. เจ้าของกิจการ และหากเราบอกว่า ๓ อาชีพนี้จะเปรียบเทียบให้เหมาะกับคนในประเทศ อะไร มี ๓ ประเทศที่ผมอยากจะหยิบยกขึ้นมาให้เห็นภาพก็คือ ๑. สิงคโปร์ ๒. บรูไน ๓. ไทย วันนี้ปฏิเสธไม่ได้ครับว่าบรูไนก็จะถูกเปรียบเทียบว่าเป็นเจ้าของกิจการ ด้วยจีดีพี (GDP) รายได้ต่อหัวและตัวเลขทางเศรษฐกิจ ในขณะที่สิงคโปร์เองก็จะถูกเปรียบเทียบว่าเป็น ระดับผู้จัดการ เงินเดือนสูง คนมีคุณภาพ เป็นนักลงทุน แต่สิ่งที่น่าสนใจและน่าเศร้าก็คือว่า วันนี้ประเทศไทยเราก็ยังถูกจัดลำดับให้เป็นระดับแรงงาน วันนี้สิ่งที่ผมอยากจะฝาก ท่านประธาน ท่านคณะกรรมาธิการก็คือว่า วันนี้เราจะยกระดับแรงงานของเราอย่างไร จากแรงงานให้ขึ้นมาเป็นผู้จัดการให้ได้ และวันหนึ่งผมก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจากระดับ ผู้จัดการเราก็สามารถที่จะยกระดับขึ้นมาเป็นเจ้าของกิจการให้ได้เช่นกัน ซึ่งการวางรากฐาน การศึกษามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการที่จะยกระดับมาตรฐานนี้ วันนี้เทคโนโลยีมีบทบาทในระบบเศรษฐกิจปัจจุบัน สิ่งที่ผมอยากจะฝากท่านประธานไปยัง ท่านคณะกรรมาธิการชุดนี้ก็คือว่า เราควรจะสนับสนุนและให้โอกาสธุรกิจไทย ให้โอกาส คนไทยให้สามารถเติบโตได้ แข่งขันกับต่างชาติได้ สร้างอาชีพใหม่ ๆ สร้างให้คนรุ่นใหม่ เกิดทักษะใหม่ ยกตัวอย่างเช่น การบรรจุหลักสูตรการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ลงเป็นวิชา พื้นฐาน การเพิ่มวิชานวัตกรรม ให้เป็นวิชาที่จะสร้างนักคิดรุ่นใหม่ ๆ และการให้โอกาสธุรกิจ ไทยก่อนธุรกิจต่างชาติ แต่วันนี้สิ่งที่ผมเห็นก็คือเราไม่เพียงไม่ได้สร้างหรือให้โอกาสธุรกิจไทย ก่อน แต่เรากลับให้โอกาสต่างชาติมากกว่า บริษัทต่างชาติที่สร้างรายได้ในประเทศของเรา มากกว่ากลับเสียภาษีน้อยกว่าบริษัทไทยเอง แล้ววันนี้เราจะสนับสนุนให้เราเติบโตได้อย่างไร ในตลาดโลกครับ สิ่งที่ผมอยากจะฝากอีกเรื่องก็คือว่า วันนี้คิดแบบเดิม ทำแบบเดิม ผลลัพธ์ ก็เหมือนเดิมครับ วันนี้สิ่งที่เราต้องทำก็คือคิดใหม่ ทำใหม่ ผลลัพธ์ก็จะแตกต่างอาจจะ ไม่ดีเท่าเดิม หรืออาจจะดีกว่าเดิม หรืออาจจะเท่าเดิมในช่วงแรก ๆ แต่ที่แน่ ๆ ครับ ไม่เหมือนเดิมแน่นอน วันนี้ผมเชื่อว่าหากเราสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยให้กับนักศึกษา ให้กับบัณฑิตที่จบใหม่ให้เขามีโอกาสสามารถที่จะเติบโตได้ โอกาสที่เขาสามารถที่จะลองผิด ลองถูก สร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ สร้างสิ่งใหม่ ๆ ทำให้เขาเติบโต ผมเชื่อว่าคนไทยเองก็ทำได้ ไม่แพ้ชาติใดเช่นกัน

สุดท้ายครับท่านประธาน ผมเองมีโอกาสได้ต้อนรับคณะกรรมาธิการชุดนี้ ที่จังหวัดหนองคายในเขตพื้นที่ผม ได้เห็นการทำงาน ได้เห็นความตั้งใจของคณะกรรมาธิการ ท่าน ทำให้ผมเชื่อและเริ่มมีความหวังครับว่า วันหนึ่งเราอาจจะได้เห็นการพัฒนาทรัพยากร มนุษย์ในแบบที่สิงคโปร์ จีน หรือแม้แต่อเมริกาเคยทำสำเร็จมาแล้ว วันหนึ่งคนไทยจะต้อง ไม่เป็นแค่ชั้นแรงงานอีกต่อไป แล้ววันข้างหน้าเราจะต้องก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจ ของภูมิภาคอาเซียนและของโลกได้ในอนาคต ท่านประธานครับ เรื่องใหญ่ ๆ มักเริ่มต้นจาก จุดเล็ก ๆ เสมอ ก็ขอเป็นกำลังใจและอยากจะฝากข้อคิดเห็นไว้เพียงเท่านี้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ