วิสาร ชี้ระบบการศึกษาล้าสมัย หนุนกระจายอำนาจ-เสริมบู๊ตแคมป์-สนับสนุน U2T

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๔

วิสาร เตชะธีราวัฒน์ ชื่นชมรายงานของกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ฯ ที่ดำเนินการอย่างไม่แบ่งฝ่าย และเสนอให้สภาดำเนินงานโดยไม่หวั่นเกรงอำนาจใด พร้อมวิพากษ์ระบบการศึกษาไทยที่ล้าสมัย ไม่ตอบโจทย์ผู้เรียน และเรียกร้องให้มีการปรับหลักสูตรให้ทันต่อเทคโนโลยี โดยยกตัวอย่างแนวทางจาก MIT สนับสนุนการจัดบู๊ตแคมป์เพื่อเสริมทักษะนักศึกษา ชื่นชมโครงการ U2T ที่ขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเรียกร้องให้รัฐสนับสนุนและขยายผลต่อเนื่อง รวมถึงเสนอให้กระจายอำนาจการศึกษาออกจากศูนย์กลาง โดยเฉพาะจากกระทรวง อว. เพื่อลดต้นทุน สร้างความหลากหลายตามบริบทท้องถิ่น และแก้ปัญหาการว่างงานของบัณฑิต

นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ เชียงราย

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงราย ผมจะขออนุญาตเสนอ ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องการรายงานพิจารณาของคณะกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรมของสภาผู้แทนราษฎร ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมนะครับว่า ท่านทำได้ละเอียดดีมากครับ ที่สำคัญก็คือถ้ารัฐบาลหรือกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวง อว. ได้นำไปใช้ผมว่าแค่ครึ่งหนึ่งที่ท่านวิจัยผมว่าจะเป็นประโยชน์กับชาติอย่างมหาศาล ท่านประธานครับ มีเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะขอแสดงความชื่นชมต่อกรรมาธิการชุดนี้ เพราะว่าอันนี้เป็นผลงานของสภาผู้แทนราษฎรเรา เราไม่จำเป็นที่จะต้องพึ่งฝ่ายบริหาร ทั้งหมด ผมได้เห็นผลงานของกรรมาธิการท่านไม่ได้มีการแบ่งพรรคแบ่งฝ่ายว่าเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ต้องขอขอบคุณที่นี่นะครับ ที่ท่านศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน และท่าน ส.ส.สกุณา สาระนันท์ ได้กรุณาลงพื้นที่ผมที่เชียงราย แล้วก็ให้คำแนะนำหลายเรื่อง สิ่งที่ผมอยากจะขออนุญาตเรียนท่านประธานว่า พวกเราในสภาอย่าเป็นไก่ในสุ่ม อย่าไปกลัว คณะปฏิวัติรัฐประหาร หรือว่าผู้มีอำนาจทางทหาร ถ้าเราร่วมมือกันเราทำได้ครับ ผมขออนุญาต เข้าถึงเนื้อหา ท่านประธานครับ ผมขอไปที่หน้า ๓๔ หน้า ๓๕ ครับ ผมจะไม่พูดถึงข้อมูลจาก มหาวิทยาลัย หรือว่าจากทางสถาบันต่าง ๆ ที่ท่านได้วิเคราะห์วิจัยมา แต่ผมอยากจะหยิบยก เอาเฉพาะ ข้อ ๑๒ ที่ท่านเขียนไว้ในหน้า ๓๔ ว่าเป็นความคิดเห็นของผู้แทนจากนักเรียน และนักศึกษา ผมเรียนอย่างนี้ว่าหลายท่านที่ในนี้ท่านได้สรุปไว้แล้วก็คือ ทั้งหมดมันไม่ตอบโจทย์ สำหรับผู้ที่เป็นผู้เรียนเลย ไม่ว่าอาทิเช่น ที่ท่านบอกว่า

ประการที่ ๑ คือไม่จำเป็นต้องเข้าเรียนการศึกษาตามระบบ เพราะว่าเดี๋ยวนี้ การหาข้อมูลมันง่ายอยู่แล้ว

ประการที่ ๒ ก็คือไม่ต้องเน้น ให้เอาตัวผู้เรียนเป็นหลัก

ประการที่ ๓ ท่านก็บอกว่าขาดความทันสมัย

ส่วนประเด็นที่ได้ข้อมูลจากเอ็มไอที (MIT) ผมชื่นชมมากว่า คือ ๑. ไม่ต้องเน้น ปฏิบัติ เป็นให้เอาผู้เรียนเป็นสำคัญ อันที่ ๒ ที่ท่านก็บอกว่าต้องให้การสนับสนุนการศึกษา ค้นคว้าของผู้สนใจในการเรียน และอันที่ ๓ ก็คือให้ภาครัฐ เอกชนให้มีการสนับสนุน ต่อยอด ให้มีการวิจัย แต่ที่ผมตกใจแล้วก็อยากเรียนถามท่านกรรมาธิการนะครับ ๑๒.๒ ท่านบอกว่า บัณฑิตทั้งหมดที่ทักษะเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ (Software) เนื่องจากหลักสูตรของ มหาวิทยาลัยในปัจจุบันนี้ล้าหลังกว่าเทคโนโลยี ๒๐-๓๐ ปี อันนี้ท่านตอบให้ผมหน่อยครับ ไม่อย่างนั้นกลายเป็นว่าประเทศไทยเรามันจะตามไม่ทันแน่นอน เพราะว่าเดี๋ยวนี้การศึกษา เราในอาเซียน (ASEAN) ก็อันดับบ๊วย ๆ แล้วนะครับ แต่สิ่งที่ผมขออนุญาตชื่นชม แล้วก็ ยกให้เป็นตัวอย่าง นั่นก็คือว่าบทบาทของการส่งเสริมลักษณะบู๊ตแคมป์ (Boot Camp) ในข้อหน้า ๓๕ ท่านบอกว่า เนื่องจากว่าเราต้องการให้นักศึกษาหลักสูตรทั้งหมดได้ทำงาน ในภาคอุตสาหกรรมทันที แล้วก็ให้เน้นในสายเทคโนโลยีเพื่อหาประสบการณ์จากการเรียนรู้ นอกมหาวิทยาลัย ท่านประธานครับ ผมมีรูปตัวอย่างในเขตเลือกตั้งผมประมาณสัก ๖ รูป ได้ขออนุญาตท่านประธานแล้วนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

อันนี้ต้องชื่นชมจริง ๆ ครับเพราะว่า ผมเห็นโครงการยูทูที (U2T) หรือว่าโครงการยกระดับเศรษฐกิจ สังคมรายตำบลแบบบูรณา การ ๑ ตำบล ๑ มหาวิทยาลัย โดยเฉพาะของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เชียงราย โครงการอันนี้ง่าย ๆ ครับ ของตำบลสันกลาง อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย เป็นการ ส่งเสริมการเลี้ยงปลานิล แต่ใช้วิทยาศาสตร์ง่าย ๆ ครับ คือปลาปกติเวลาจะขายมันขาด ออกซิเจน แล้วปลาก็น็อก (Knock) ตายครับ ชาวบ้านเสียหายเป็นแสนเป็นล้านเลยครับ แต่ว่าทางนวัตกรรมเหล่านี้เราใช้วิชาการเข้าไปช่วยเหลือชาวบ้าน โดยง่าย ๆ ครับ ชาวบ้าน ก็ไม่ได้เรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ เขาก็เข้าใจว่าเอากังหันไปตีน้ำให้ออกซิเจนลงน้ำก็ได้แล้ว แต่ปรากฏว่าของจริงไม่ใช่ครับ เขาไปวิเคราะห์วิจัยว่าปลาจะตายตอนประมาณตี ๑ ถึงตี ๕ ก็เลยใช้การเติมน้ำยาเกี่ยวกับเรื่อง เขาเรียกว่าไอออน โมบาย (Ion mobile) ซึ่งเป็นตัว ออกซิเจนเล็ก ๆ แล้วปรากฏว่ารางวัลชนะเลิศอันนี้ครับเป็นของนักศึกษา ผมเลยอยากจะ ขอให้ทางกรรมาธิการหรือว่าทางรัฐบาลได้ให้งบสนับสนุนตัวนี้ให้เยอะ ๆ ครับ รางวัล ชนะเลิศของประเทศนะครับ ๑๐๐,๐๐๐ บาทครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตว่าจริง ๆ แล้วข้อดีของโครงการยูทูที (U2T) ผมขออนุญาตว่ารัฐบาลเดินมาถูกทางในเรื่องนี้นะครับ ผมสนับสนุน เพราะว่ามีการเอาบัณฑิตตกงาน เอาคนในหมู่บ้านตำบล ในพื้นที่ ๒๐ กว่า ตำแหน่ง และมีการเพิ่มศักยภาพเกี่ยวกับเรื่องโครงการนี้ทำให้มีอาจารย์ไปเป็นพี่เลี้ยง ไปสอนทำบัญชี ไปสอนให้พี่น้องประชาชนได้มีการเรียนรู้ ซึ่งเรียนรู้จากของจริง ซึ่งตรงนี้ ดีกว่าเอาสตางค์ไปแจกโครงการเศรษฐกิจฐานรากหรือให้เบี้ยคนจน หรือให้เบี้ย อย่างอื่นที่รัฐบาลทั้งแลก ทั้งแจก ทั้งแถมนี่นะครับ ผมขอชื่นชม แล้วก็อยากให้ทาง กรรมาธิการได้เร่งรัดให้รัฐบาลใช้โครงการนี้เยอะ ๆ ครับ

ท่านประธานครับ เวลาสุดท้ายจริง ๆ ผมอยากจะแสดงความคิดเห็น อีกหลายเรื่อง แต่ว่าสุดท้ายผมต้องเรียนว่าในพื้นที่ผม ผมคิดว่าทางกรรมาธิการควรจะต้อง ต่อยอดในเรื่องนี้ โดยเฉพาะเรื่องการจัดการของการศึกษาไทยโดยกระทรวง อว. ครับ รวมศูนย์ครับ ไม่ว่าจะสอนปริญญาตรี โท เอก เอกสารเป็นกอง ๆ เป็นปึก ๆ กรรมาธิการ ท่าน ส.ส. ละอองได้บอกไว้แล้วนะครับว่า คนจนเดี๋ยวนี้ต้นทุนการเรียนแพงครับ ผมยกตัวอย่างให้เห็นชัด ๆ ก็ได้ครับ ปีหน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏจะผลิตบัณฑิตเกี่ยวกับ พยาบาลศาสตร์ แต่ว่าต้องใช้เงินเป็นแสนต่อปีต่อคน แต่ในขณะเดียวกันที่อื่น ๖๐,๐๐๐- ๗๐,๐๐๐ บาทได้ครับ เพราะฉะนั้นตัวนี้ผมเข้าใจว่ากรรมาธิการควรจะต้องนำเสนอเรื่องนี้

สุดท้ายอยากจะขอเรียนอย่างนี้ครับ เวลาท่านทำโครงการหรือผลิตบัณฑิต ต่าง ๆ ท่านไม่ได้มองถึงพื้นที่เป็นหลักครับ เพราะอะไรครับ เพราะว่าเชียงรายผมมีคนที่ เรียนรู้ภาษาจีน มีชาติพันธุ์ และมีคนที่ตั้งแต่ประถม มัธยม ปริญญาตรี สามารถจะพูด ภาษาจีนได้เป็นหมื่น ๆ คนนะครับ แต่ปรากฏว่าท่านไม่ได้เอาหลักสูตรตรงนี้มา มหาวิทยาลัย ราชภัฏ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงผมเด่นมากในเรื่องภาษาจีน แต่ว่าท่านไม่ได้เอาเรื่องนี้มา เป็นหลักในการพัฒนา อำนาจรวมศูนย์ครับ รวมศูนย์แบบนายกรัฐมนตรีนี่ละครับ ยึดอำนาจ ก็เอามารวมศูนย์ที่นี่ อว. ก็เช่นเดียวกันครับ มหาวิทยาลัยทุกมหาวิทยาลัยก็ต้องมารวมศูนย์ ที่รัฐมนตรี ซึ่งเหล่านี้ตราบใดที่ท่านไม่กระจายการศึกษา กระจายอำนาจไปให้ คนก็จะตก งานเรื่อย ๆ นะครับ ขณะนี้อย่างที่ท่านแจ้งไว้นะครับ ผมขออนุญาตสุดท้ายก็คือว่า บัณฑิต ปริญญาตรีเมื่อปี ๒๕๖๑ จบมา ๒๒๐,๐๐๐ กว่าคน แต่ท่านบอกว่าตกงานสะสม ๑๐๐,๐๐๐ คน แล้วทุกปี ๆ เรามีเศรษฐกิจตกต่ำมาเรื่อย ๆ ต่อไปนี้อีก ๔-๕ ปี มันจะตกงานอีกกันเท่าไร ก็ขออนุญาตชื่นชม แล้วก็ขอฝากเป็นข้อคิดเห็นให้กรรมาธิการได้นำไปปรับปรุงและเสนอต่อ ให้รัฐบาลด้วยนะครับ ขอบพระคุณครับ